เมื่อสังคมไม่มีคำว่า “เรา” เหลืออยู่...ทุกคนถูกผลักให้หมกมุ่นกับคำว่า “ฉัน” นั่นคือดินแดนที่ “ความหลงตัวเอง” เติบโตได้ดีที่สุด!! ขอต้อนรับเข้าสู่อารยธรรมดิจิทัล ที่ซึ่ง “พิธีกรรม” สูญสลาย และมนุษย์หมกมุ่นอยู่กับตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ จนเหลือแต่สังคมไร้สัมพันธ์ ที่เต็มไปด้วย “วัฒนธรรมหลงตัวเอง”ในหนังสือ “The Disappearance of Rituals” ของ “บย็อง–ซ็อล ฮัน” ไม่ได้พูดเรื่องความหลงตัวเองโดยตรง แต่นำเสนอว่าสังคมที่ “พิธีกรรม” ค่อยๆหายไปกำลังสร้างเงื่อนไขให้มนุษย์หมกมุ่นอยู่กับตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดสิ่งที่เรียกว่า “สังคมแห่งความหลงตัวเอง”หนึ่งในนักทฤษฎีวัฒนธรรมที่ทรงอิทธิพลแห่งยุค พาทุกคนสำรวจร่องรอยการล่มสลายของ “พิธีกรรม” เพื่อวินิจฉัยโรคทางจิตของคนยุคปัจจุบัน ลัทธิเสรีนิยมใหม่ผลักให้ศตวรรษที่ 21 เผชิญกับวิกฤตการณ์แห่งชุมชน เปลี่ยนจากคำว่า “เรา” ไปบูชาตัวเอง, คลั่งความแปลกใหม่ที่เป็นเพียงเปลือกนอก และกลายเป็นปัจเจกที่มีแต่คำว่า “ฉัน” ล่องลอยอย่างไร้จุดหมายในสังคมที่แตกสลาย ไร้ซึ่ง “พิธีกรรม” อันเป็นโครงสร้างทางสัญลักษณ์ที่เคยยึดโยงผู้คนในสังคมเข้าไว้ด้วยกันคำว่า “พิธีกรรม” ไม่ได้หมายถึงแค่พิธีแต่งงาน, พิธีไหว้ครู, พิธีทางศาสนา แต่หมายถึงการกระทำซ้ำๆที่ทำให้มนุษย์รู้สึกเชื่อมโยงกับคนอื่น และสิ่งที่ใหญ่กว่าตัวเอง จนเกิดความผูกพัน เช่น การกินข้าวพร้อมหน้ากันในครอบครัว, การไหว้ทักทายผู้ใหญ่, การให้เกียรติผู้อาวุโสกว่า, การไว้ทุกข์, การฉลองวันสำคัญ พิธีกรรมเหล่านี้ทำให้ “ฉัน” ต้องหยุดคิดถึงตัวเอง แล้วหันไปมอง “เรา”เมื่อพิธีกรรมเหล่านี้หายไปจากสังคม สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือ “ตัวฉัน” เปลี่ยนจากโลกของ “We” มาเป็นทุกอย่างหมุนรอบ “Me” โลกดิจิทัลทำให้พิธีกรรมสูญสลาย และหันไปให้ค่ากับความเร็ว, ประสิทธิภาพ, ความสะดวก, การแสดงออกของตัวตน ทุกอย่างต้องเร็วไว้ก่อน จึงไม่มีเวลาสำหรับพิธีกรรมที่ต้องใช้เวลา ผลลัพธ์ที่ได้คือเราไม่ได้อยู่ร่วมกันและค่อยๆเรียนรู้ผูกพันกันไป แต่ต่างคน ต่างพยายามแสดงตัวเอง เพื่อให้ได้รับการยอมรับในสังคมแห่งการโชว์ออฟเมื่อพิธีกรรมหายไป มนุษย์ก็สูญเสียพื้นที่ที่ทำให้เราเชื่อมต่อกับผู้อื่น จึงเหลืออยู่แค่ “ตัวกูของกู” สนใจก็แต่ว่าคนจะมองฉันยังไง, คนกดไลก์กี่คน, ฉันดังหรือยัง, ฉันประสบความสำเร็จหรือเปล่า ชีวิตทั้งหมดกลายเป็นโปรเจกต์ของตัวเอง วันทั้งวันหมกมุ่นอยู่กับยอดไลก์, ยอดแชร์, ผู้ติดตาม และภาพลักษณ์ ในโลกโซเชียลมีเดียทำให้ทุกคนเป็นสินค้า ทุกวันนี้คนไม่ได้สื่อสารเพื่อเข้าใจกัน แต่เพื่อนำเสนอตัวเอง โดยมีแพลตฟอร์มต่างๆเป็นเวทีแสดงตัวตน ทุกคนเป็นทั้งนักแสดง, ผู้กำกับ และพีอาร์ของตัวเอง โลกออนไลน์ไม่ได้สร้างชุมชนที่เข้มแข็ง แต่สร้างเวทีให้คนหลงตัวเองได้แสดงออก และใช้ทุกนาทีเป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะพักผ่อน หรือออกกำลังกาย ก็ต้องโพสต์ให้โลกรู้ ทุกอย่างในชีวิตกลายเป็นคอนเทนต์สร้างภาพ งานแต่งคือคอนเทนต์, ลูกคือคอนเทนต์, อาหารคือคอนเทนต์ แม้แต่ความเศร้าก็เป็นคอนเทนต์เรียกยอดวิวทำไมยุคนี้คนหลงตัวเองกันมากขึ้น ไม่ได้บอกว่าคนรุ่นใหม่เห็นแก่ตัวกว่าคนรุ่นก่อน แต่ระบบสังคมผลักให้ทุกคนต้องแข่งกันสร้างตัวตน ทุกคนต้องสร้างแบรนด์, ต้องขายตัวเอง, โปรโมตตัวเอง และพัฒนาตัวเองไม่หยุด จนชีวิตกลายเป็นโปรเจกต์ไม่มีวันจบ เมื่อโลกหมุนรอบตัวฉัน คนอื่นก็กลายเป็นเพียงผู้ชม คนยุคใหม่ไม่ได้ถามว่า “ฉันมีหน้าที่อะไรต่อสังคม” แต่จะถามว่า “อะไรทำให้ฉันมีความสุข” คนยุคใหม่ไม่เคยถามว่า “ฉันควรเสียสละอะไร” แต่จะถามว่า “ฉันได้อะไร” นี่คือรากฐานของยุคหลงตัวเองเหนื่อยไหมดาว?! เมื่อโครงสร้างของสังคมยุคใหม่ทำให้ต้องใช้ชีวิตราวกับเป็นโปรดิวเซอร์กำกับชีวิตตัวเองตลอดเวลา ทุกช่วงเวลาต้องสร้างคุณค่า, วัดผล และนำเสนอภาพลักษณ์ทางโซเชียลกิจกรรมซ้ำๆที่ทำให้มนุษย์รู้สึกเชื่อมโยงกับคนอื่น และสิ่งที่ใหญ่กว่าตัวเอง อาจจะน่าเบื่อสำหรับคนยุคใหม่ แต่พิธีกรรมเรียบง่ายเหล่านี้ช่วยดึงเราออกจากการหมกมุ่นกับตัวเอง แล้วรู้จักเรียนรู้การรอคอย, การให้เกียรติผู้อื่น, การแบ่งปัน และการใช้ชีวิตอย่างมีความหมายเพื่อสิ่งที่ใหญ่กว่าตัวเอง แทนที่จะหิวแต่ความสำเร็จและการยอมรับในสายตาคนอื่นไกลที่ไม่ผูกพัน.มิสแซฟไฟร์คลิกอ่านคอลัมน์ “คนดังอะราวนด์เดอะเวิลด์” เพิ่มเติม