โครงการ Youth Co:Lab (ยูธ โคแล็บ) คือความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่าง โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) และมูลนิธิซิตี้ (Citi Founda tion) เพื่อบ่มเพาะศักยภาพเยาวชนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ผ่านการส่งเสริมทักษะความเป็นผู้นำ นวัตกรรม และการเป็นผู้ประกอบการเพื่อสังคมตลอด 10 ปีที่ผ่านมา Youth Co:Lab ไม่เพียงแค่สนับสนุนเงินทุน แต่ยังสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่ง ทั้งการพัฒนาทักษะธุรกิจ การเชื่อมโยงเครือข่ายผู้นำ และการทำงานร่วมกับภาครัฐเพื่อผลักดันนโยบายที่เอื้อต่อคนรุ่นใหม่ ปัจจุบันโครงการสามารถเข้าถึงเยาวชนกว่า 400,000 คน ใน 30 ประเทศและเขตปกครอง สนับสนุนผู้ประกอบการเยาวชนกว่า 48,000 คน และผลักดันให้เกิดวิสาหกิจเพื่อสังคมมากกว่า 4,000 แห่งในงาน “Youth Co:Lab Summit 2026” ที่ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ เมื่อหลายวันก่อน ทีมข่าวได้มีโอกาสพูดคุยกับ “เกิร์ด ทรอเกอแมนน์” (Gerd Troge mann) ผู้จัดการเครือข่ายนโยบายโลกแห่ง UNDP ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก และ “เบเนียม เกเบรซกี” (Beniam Gebrezghi) ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงการภาคประชาสังคมและเยาวชน ถึงเส้นทางที่ผ่านมาและอนาคตที่ต้องก้าวต่อไปเกเบรซกี เผยว่า สิ่งที่ภูมิใจที่สุดไม่ใช่จำนวนโครงการที่เกิดขึ้นในระยะเวลา 10 ปี แต่คือการได้เห็นเยาวชนกลุ่มเปราะบาง ไม่ว่าจะเป็นผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ หรือผู้ลี้ภัย ได้รับโอกาสพัฒนาศักยภาพและสร้างการเปลี่ยนแปลงด้วยตนเอง เพราะหัวใจสำคัญของ Youth Co:Lab คือ “การไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ขณะเดียวกันยังสะท้อนว่าธุรกิจสามารถเป็นเครื่องมือแก้ปัญหาสังคมได้จริง โดยเฉพาะประเด็น “สุขภาพจิต” วิกฤติสำคัญในปัจจุบัน รวมไปถึงการเข้าถึงเทคโนโลยีสำหรับผู้ด้อยโอกาส ล้วนเป็นความท้าทายของคนรุ่นใหม่ทั่วโลกพร้อมฝากแง่คิดว่า ทักษะที่สำคัญที่สุดคือ “ความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่น” ความสำเร็จไม่ได้วัดที่ความเร็ว แต่เกิดจากความอดทน ความยืดหยุ่น การเรียนรู้จากความผิดพลาด และการพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอน พร้อมทิ้งท้ายถึงเยาวชนไทยว่า แม้จะมีจุดเด่นเรื่องความเป็นมิตรและมีน้ำใจ แต่ควรกล้าแสดงออกและมั่นใจในตนเองให้มากขึ้น พรุ่งนี้มาพบกับมุมมองของเกิร์ด ทรอเกอแมนน์ กันต่อค่ะ.อมรดา พงศ์อุทัยคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม