กลายเป็นเหตุการณ์ทหารอเมริกันติดอยู่หลังแนวข้าศึกเป็นครั้งแรก จากกรณีเครื่องบินรบอเนกประสงค์รุ่น F–15E ถูกยิงตกในประเทศอิหร่าน และถือเป็นครั้งแรกเช่นกัน ที่เครื่องบินรบเอฟ-15 ถูกสอยโดนระบบต่อต้านอากาศยานของกองทัพอิหร่านจนหมดสิทธิ “บินกลับบ้าน” นักบินต้องดีดตัวสละเครื่อง หล่นไปในดินแดนศัตรู ที่หมายมั่นปั้นมือ รอเจอทหารอเมริกันตัวเป็นๆ นับตั้งแต่สงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน เปิดฉากขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ.หน่วยรบอเมริกันยังต้องดำเนินภารกิจกู้ภัยทางการรบ (CSAR) เป็นครั้งแรกเหนือดินแดนของอิหร่าน ซึ่งเป็นเรื่องที่เสี่ยงอันตรายขั้นสูงสุด เนื่องจากจนถึงวันนี้ กองทัพสหรัฐฯยังไม่ได้ส่งกำลังเข้าไปยึดครองพื้นที่ จัดตั้งเขตได้เปรียบทางการรบ เท่ากับว่าการกู้ภัยใดๆตกอยู่ในเป้าการโจมตีของอิหร่านแบบ 100%แน่นอนว่าเหตุการณ์นี้ ต้องเกิดขึ้นในวันใดวันหนึ่งไม่ช้าก็เร็ว เพราะช่วงสัปดาห์ก่อน มีรายงานข่าวที่ยืนยันว่า กองทัพอิหร่านค้นพบวิธีล็อกเป้าเครื่องบินรบอเมริกันที่มีระบบแจมมิ่งกวนสัญญาณขั้นสูง ซึ่งผลก็คือเครื่องบินรบพรางเรดาร์ล้ำยุค F-35 ถูกยิงจนเสียหายหนัก บินตุปัดตุเป๋หอบสังขารกลับฐาน การที่เอฟ-35 โดนสอยได้ย่อมหมายถึง การถอดรหัสระบบป้องกันที่ดีที่สุดของอเมริกันสำเร็จ ระบบป้องกันที่รองลงมามีหรือจะรอดในวันเดียวกันที่เครื่องเอฟ-15 ถูกยิงตกในเปอร์เซียนั้น ก็มีรายงานต่อมาเลยว่า เฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ ที่ถูกส่งเข้าไปกู้ภัยได้ถูกยิงจนเกิดความเสียหาย มี 1 ลำต้องลงจอดฉุกเฉินในพรมแดนประเทศอิรัก และมีเครื่องบินสนับสนุนการรบภาคพื้นดินรุ่น A-10 ถูกยิงตกในอ่าวเปอร์เซีย นักบิน 1 นายได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัยทิศทางดูเหมือนว่า เครื่องบินอเมริกันกำลังถูกสอยมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งย่อมหมายถึงความเป็นไปได้มากขึ้นว่า อาจมีนักบิน อเมริกันถูกจับเป็นเชลยในวันใดวันหนึ่ง หรืออาจในเร็วๆนี้ เพราะเครื่องเอฟ–15 ที่ตกมีนักบิน 2 นาย และได้รับการช่วยเหลือไปเพียง 1 นาย อีกคนชะตากรรมยังไม่ชัดเจน.ตุ๊ ปากเกร็ดคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม