สหรัฐฯมียุทธศาสตร์ตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 18 จนถึงศตวรรษที่ 21 เป็นยุทธศาสตร์ที่ใช้ต่อเนื่องยาวนาน 200 ปี เพื่อสร้างและรักษา American global primacy หรือความเป็นมหาอำนาจโลก ยุทธศาสตร์นี้ถูกเรียกว่า Long-term perspective plan ยุทธศาสตร์นี้แบ่งออกเป็น 5 ระยะระยะที่ 1 ค.ศ.1776-1898 เป็นช่วงการสร้างรัฐและขยายทวีป ที่ใช้ยุทธศาสตร์ย่อย Manifest Destiny ขยายจากฝั่งแอตแลนติกไปยังฝั่งแปซิฟิกด้วยการยึดและซื้อดินแดนหลายแห่ง เช่น หลุยส์เซียน่า แคลิฟอร์เนีย เท็กซัส แอลาสกา ฯลฯ ทำให้สหรัฐฯกลายเป็นมหาอำนาจระดับทวีประยะที่ 2 ค.ศ.1898-1945 เพื่อคุมมหาสมุทรและซีกโลกตะวันตก ซึ่งเป็นแนวคิดหลักที่เรียกว่า Alfred Thayer Mahan-Sea Power ทำให้เกิดสงครามสเปน-อเมริกา ยึดฟิลิปปินส์ กวม เปอร์โตริโก และการสร้างคลองปานามาระยะที่ 3 ค.ศ.1945–1991 เพื่อสร้างระเบียบโลกหลังจากสงคราม โลกครั้งที่ 2 โดยใช้เครื่องมืออย่างนาโต กองทุนการเงินระหว่าง ประเทศ ธนาคารโลก ระบบดอลลาร์ และการมีตั้งฐานทัพทั่วโลก ช่วงนี้สหรัฐฯต้องสู้กับอภิมหาอำนาจอย่างสหภาพโซเวียต เมื่อทำให้โซเวียตล่มใน ค.ศ.1991 สหรัฐฯก็กลายเป็นมหาอำนาจเดี่ยวของโลกระยะที่ 4 ค.ศ.1991 จนถึงปัจจุบัน เมื่อโซเวียตล่มแล้ว สหรัฐฯมีเป้าหมายไม่ให้เกิดอภิมหาอำนาจใหม่เพื่อมาแข่งกับตัวเอง ยุทธศาสตร์ย่อยในช่วงนี้ก็คือการควบคุมเทคโนโลยี เส้นทางพลังงาน ทะเลสำคัญ และสร้างเครือข่ายพันธมิตร ประเทศที่มีศักยภาพที่จะผงาดขึ้นมาแข่งกับสหรัฐฯแทนที่สหภาพโซเวียตคือจีนระยะที่ 5 ค.ศ.2020-2100 เป้าหมายคือ ต้องรักษาเทคโนโลยีให้เหนือกว่าประเทศอื่น ควบคุมทะเลหลักของโลก ควบคุมระบบการเงินโลก และต้องสร้างพันธมิตรล้อมคู่แข่ง สหรัฐฯจึงสร้าง QUAD หรือควอด ที่ย่อมาจาก Quadrilateral Security Dialogue ซึ่งมีสมาชิก 4 ประเทศคือ สหรัฐฯ ญี่ปุ่น อินเดีย และออสเตรเลีย เป็นกลไกหารือความร่วมมือด้านยุทธศาสตร์และความมั่นคงในอินโด-แปซิฟิกสหรัฐฯใช้ควอดเป็นกลไกถ่วงดุลอำนาจจีน ผู้ที่เสนอยุทธศาสตร์นี้คือนายชินโซ อาเบะ ผู้ไปกล่าวสุนทรพจน์ที่รัฐสภาของอินเดียเรื่อง Confluence of the Two Seas ที่หมายถึงจุดบรรจบของสอง มหาสมุทร เพื่อให้ 4 ประเทศที่มีสหรัฐฯเป็นผู้นำ สามารถควบคุมมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิกได้แนวคิดในการสร้างพันธมิตรล้อมคู่แข่งคือ Strategic Encirclement ที่นอกจากจะมี QUAD แล้ว ก็ยังมี AUKUS หรือออคัส (A = Australia/ UK = United Kingdom และ US = United States) พันธมิตรทางทหารที่สำคัญในศตวรรษที่ 21หัวใจของออคัสคือการทำให้ออสเตรเลียซึ่งเป็นประเทศใกล้จีนมีเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ให้พันธมิตรตะวันตกเฝ้าทะเลจีนใต้และช่องแคบ และสามารถติดตามกองเรือและเรือดำน้ำจีนได้ออคัสต้องการปิดเส้นทางออกทะเลของจีน สหรัฐฯใช้ยุทธ ศาสตร์ย่อยที่เรียกว่า First Island Chain ที่มีทั้งญี่ปุ่นไต้หวัน ฟิลิปปินส์ ฯลฯ เนื่องจากประเทศเหล่านี้อยู่ใกล้จีนและมีเกาะแก่งมาก สามารถเล่นงานเศรษฐกิจจีนด้วยการปิดการนำเข้าน้ำมันแอลเอ็นจีและวัตถุดิบอื่นๆ ที่จีนต้องใช้ในการผลิตสหรัฐฯต้องควบคุมรัสเซียไม่ให้เติบโตโดยใช้ยุทธศาสตร์ให้นาโตขยายสมาชิกไปยุโรปตะวันออก ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือสหรัฐฯต้องสร้าง Chip War หรือสงครามเซมิคอนดักเตอร์ เพื่อจำกัดการส่งออกชิปชั้นสูงไปยังจีนควบคุมทั้ง ASML (บริษัทเทคโนโลยีจากเนเธอร์แลนด์) ที่สามารถผลิต Lithography machine ทำหน้าที่พิมพ์ลายวงจรขนาดนาโนเมตรลงบนแผ่นซิลิคอน อีกบริษัทหนึ่งคือ TSMC ที่ผลิตชิปใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ที่ไต้หวันสหรัฐฯต้องการควบคุมพลังงานและเส้นทางการค้าของโลก เพื่อไม่ให้ประเทศที่มีศักยภาพ เช่น จีนและรัสเซียสามารถเติบโตมาเป็นคู่แข่งของตนผู้ที่จะมองความขัดแย้งและสงครามย่อยที่เกิดอย่างที่อูเครนและตะวันออกลาง จะต้องเข้าใจยุทธศาสตร์ 200 ปี ที่นักยุทธศาสตร์หลายคนเคยพูดถึง เช่น จอร์จ ฟรีดแมน นักวิเคราะห์ภูมิรัฐศาสตร์ชาวอเมริกัน เฮนรี คิสซิงเจอร์ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ และซบิกเนียฟ บเชซินสกี นักยุทธศาสตร์ภูมิรัฐศาสตร์ ที่เคยเป็นที่ปรึกษาประธานาธิบดีสหรัฐฯมาหลายสมัยคนที่เอาเพียงจุดเล็กๆ มาวิเคราะห์สงครามใหญ่โดยไม่มอง Long-term perspective plan ของสหรัฐฯ ก็เป็นนักวิเคราะห์ไอ้ปื๊ดที่เป็นแค่ผู้จัดการสันดานเสมียนเท่านั้น.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.comคลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม