ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีเกมหนึ่งจากค่ายญี่ปุ่นชื่อว่า “Ace Combat” โดยในภาคต่างๆจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสงครามหรือสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในดินแดนหรือประเทศสมมติที่ใกล้เคียงกับโลกความเป็นจริงของเราโดยผู้เล่นจะได้รับบทบาทเป็นนักบินหน้าใหม่ ที่เข้าร่วมรบตั้งแต่ต้นจนจบสงคราม ซึ่งในหลายๆเรื่องราวในเกมภาคต่างๆนั้น มักจะจบลงที่เราและฝูงบินมิตรสหายและพันธมิตร จะเผชิญกับอาวุธลับอันตรายล้ำยุค อย่างเครื่องบินรบปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง หรืออากาศยานขนาดมหึมาที่ปล่อยโดรนพิฆาตออกมาเต็มน่านฟ้า (หากจำไม่ผิดน่าจะถูกเรียกว่านกคลังแสง และมีชื่อรหัสเท่ๆว่าเสรีภาพ-ความยุติธรรม)มาวันนี้จินตนาการของผู้สร้างเกม ดูเหมือนจะใกล้ความเป็นจริงไปทุกขณะ หลังช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานยืนยันว่า กองทัพอากาศจีนเตรียมการทดสอบ “เครื่องบินบรรทุกโดรน” ในช่วงสิ้นเดือน มิ.ย.นี้ ซึ่งหากจะอธิบายให้ถูกต้องคือ “โดรนยานแม่” ที่บรรทุกโดรนขนาดเล็กอีกเต็มไปหมดสำหรับอาวุธใหม่ชิ้นนี้ถือว่ามีสเปกเบื้องต้นที่น่าเกรงขาม โดยตัวโดรนลำหลักที่มีชื่อว่า “จิว เทียน” ภาษาอังกฤษแปลหยาบๆว่า ฟ้าสูง (High Sky) ส่วนภาษาไทยคิดคำสวยๆ น่าจะประมาณสวรรค์เบื้องบน สามารถบรรทุกสัมภาระและอาวุธได้หนักกว่า 6 ตัน ทำความเร็วการบินได้ 700 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง ระดับเพดานบินสูงสุดกว่า 15,000 กิโลเมตร ระยะปฏิบัติการ 7,000 กิโลเมตร บินได้นานต่อเนื่อง 12 ชั่วโมงโดรนยานแม่จีนมีขนาดความยาวปีกรวมสองข้าง 25 เมตร ออกแบบมาเพื่อติดอาวุธหลากหลายรูปแบบ ทั้งระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์ ระเบิดทิ้งภาคพื้นดินขนาด 500 กิโลกรัม จรวดต่อต้านเครื่องบินรบ ไปจนถึงจรวดนำวิถีสำหรับต่อต้านเรือรบ แต่สิ่งสำคัญคือในตัวยานจะมีช่องสำหรับเก็บโดรน ที่เชื่อว่าเก็บได้มากถึง 100 ลำความเป็นไปได้คือ โดรนเหล่านั้นจะมีหน้าที่ทั้งโดรนสอดแนมและโดรนพิฆาต ในลักษณะแบบรังผึ้ง สามารถทำการโจมตีเป้าหมายได้แบบพร้อมๆกันในปริมาณมาก พร้อมช่วยเพิ่มระยะการตรวจตรา สอดแนม รวบรวมข่าวกรอง ไปจนถึงการทำสงครามอิเล็กทรอนิกส์ ให้เห็นภาพคือโดรนยานแม่บินทำระยะไปได้ระดับหนึ่ง ก่อนให้โดรนยานลูกเพิ่มระยะต่อยอดไปอีกลองคิดภาพในสงครามยูเครน โดรนพิฆาต 1 ลำ ก็สามารถทำลายรถถังได้หากพุ่งชนอย่างแม่นยำ แล้วสำหรับกรณีนี้โดรนพิฆาตจีนที่ถูกปล่อยออกจากยานแม่มากกว่า 100 ลำ พุ่งเข้าใส่เป้าหมายทางทหารของข้าศึกไม่ว่าจะเป็นเรือรบ เรือบรรทุก เครื่องบิน หรือแม้แต่อากาศยานชนิดต่างๆไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินตรวจการณ์ เครื่องบินทิ้งระเบิด หรือเครื่องบินรบอเนกประสงค์ จะมีความน่ากลัวมากน้อยเพียงใดอย่างไรก็ตาม ฝ่ายข่าวความมั่นคงของสหรัฐฯได้จับตาความเคลื่อนไหวในเรื่องนี้มาตั้งแต่โดรนยานแม่ของจีนถูกนำออกเปิดตัวในงานแอร์โชว์จูไห่เมื่อเดือน พ.ย.2567 โดยระบุว่า สิ่งที่น่าสนใจของโดรนลำนี้อยู่ที่ “ไฮฟ์ โมดูล” ซึ่งแปลได้ว่ารังผึ้ง และย่อมหมายความว่า โดรนนับร้อยลำที่ถูกปล่อยออกมา จะสามารถประสานงานกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทุกๆลำจะต้องมีการลิงก์เชื่อมต่อกันเป็นเครือข่ายเน็ตเวิร์กรายงานยังระบุต่อไปว่า ความพยายามของกองทัพจีนในการพัฒนาเทคโนโลยีอาวุธแบบฝูงผึ้งไม่ใช่เรื่องใหม่ เคยมีการทดสอบในลักษณะนี้ผ่านแพลตฟอร์มยานแม่ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรือโดรน หรือปล่อยฝูงโดรนออกจากบอลลูน เพราะศักยภาพของการใช้โดรนแบบฝูงผึ้งนั้นมีประโยชน์ในหลายๆด้าน ขึ้นอยู่ว่าจะตั้งค่าระบบเช่นไร การปล่อยโดรนออกทำงานเป็นฝูงๆ จะสามารถครอบคลุมการปฏิบัติภารกิจหลายๆด้านในคราเดียว ไม่ว่าจะสอดแนมหลายแนวรบ ลาดตระเวนหาเป้าหมายข้าศึก หรือปฏิบัติการรุมโจมตีกองทัพจีนสามารถเปลี่ยนแปลงการใช้งานโดรนได้ตามความเหมาะสม โดรนระลอกแรกโจมตีด้วยอาวุธประเภทหนึ่ง ขณะที่โดรนระลอกสองสามารถโจมตีด้วยอาวุธอีกประเภทที่ต่างออกไป และแน่นอนว่าการถูกรุมโจมตีด้วยอากาศยานไร้คนขับเป็นจำนวนมาก ย่อมส่งผลให้ฝ่ายที่ต้องตั้งรับเผชิญกับความท้าทายอย่างหนัก เนื่องด้วยฝ่ายตั้งรับจะตกอยู่ในสภาพงานล้นมือ หรือเกิดความสับสนว่าจะรับมือกับการโจมตีเชิงปริมาณเช่นไร แบบไหนก่อนหน้านี้กองทัพสหรัฐฯเคยมีแนวคิดใช้เครื่องบินตรวจการณ์โพไซดอน พี-8 ทำหน้าที่เป็นยานแม่ปล่อยฝูงโดรนขนาดเล็ก แต่แนวคิดของจีนที่ใช้ “โดรนต่อยอด โดรน” ถือเป็นการเพิ่มศักยภาพอย่างก้าวกระโดด อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับกำลังรบที่เป็นมนุษย์เทคโนโลยีอาวุธในลักษณะนี้ยังเหมาะสมกับสถานการณ์ความมั่นคงที่กองทัพจีนกำลังเผชิญอยู่ในภูมิภาคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเหตุพิพาทพรมแดนกับอินเดีย หรือกรณีพิพาททะเลจีนใต้ ที่สำคัญหากโดรนยานแม่สามารถใช้งานได้จริงและมีประสิทธิภาพ ก็ย่อมถือเป็นการแก้เกม อย่างแยบคายในประเด็นพิพาทช่องแคบไต้หวัน เนื่องด้วยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา กองทัพสหรัฐฯกำลังให้ความช่วยเหลือกองทัพไต้หวันในเรื่องอากาศยานไร้คนขับ โดยทางสหรัฐฯมีแผนว่า กองทัพจีนจะต้องเผชิญกับอาวุธไร้คนขับจำนวนมหาศาลทั้งทางน้ำและทางอากาศ หากตัดสินใจยกกำลังพลบุกผนวกไต้หวัน.วีรพจน์ อินทรพันธ์คลิกอ่านคอลัมน์ “7 วันรอบโลก” เพิ่มเติม