ประเด็นที่ร้อนในช่วงนี้ก็คือ การกีดกันนักศึกษาจีนในสหรัฐฯและพันธมิตร ซึ่งแต่บางครั้งก็นำความกระอักกระอ่วนมาให้พันธมิตรของสหรัฐฯด้วยเหมือนกัน ออสเตรเลียมีรายได้จำนวนมากจากการที่นักศึกษาจีนมาเรียนในระดับปริญญา เมื่อออสเตรเลียเล่นงานจีนตามลูกพี่สหรัฐฯ รัฐบาลจีนก็แนะนำไม่ให้นักศึกษาจีนไปเรียนที่ออสเตรเลีย ทำให้เศรษฐกิจออสเตรเลียแย่ลงทว่าก็ยังมีนักศึกษาจีนจำนวนหนึ่งอยากไปเรียนที่ออสเตรเลียเนื่องจากอยากได้ภาษา แต่สถานการณ์กลับกันครับ รัฐบาลออสเตรเลียออกวีซ่าให้นักศึกษาจีนยากขึ้น มีหลายคนวิเคราะห์ว่า เป็นไปตามนโยบายรวมของสหรัฐฯ แคนาดา อังกฤษ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์การกีดกันคนจีนนี่ไม่ใช่เพิ่งมี เปิดฟ้าส่องโลกเคยเขียนมา 2-3 ครั้ง เรื่องรัฐสภาสหรัฐฯเคยออก Chinese Exclusion Acts หรือกฎหมายกีดกันชาวจีนเมื่อ ค.ศ.1882 (139 ปีที่ก่อน)มีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐบัญญัติกีดกันชาวจีน ค.ศ.1892 และมาแก้ไขให้เข้มข้นขึ้นอีกใน ค.ศ.1902 รัฐบัญญัติกีดกันชาวจีนยกเลิกไปเมื่อ ค.ศ.1943 (78 ปีที่ก่อน) เพราะกระแสโลกรับไม่ได้กับการกีดกันชนเผ่าใดเผ่าหนึ่ง โดยเฉพาะเรื่องของนาซีเยอรมัน ที่ไปข่มเหงรังแกชาวยิว และฆ่าคนยิวตายเป็นล้านคน สหรัฐฯเองช่วงนั้นก็กำลังแต่งตัวที่จะขึ้นเป็นอภิมหาอำนาจโลกการยกเลิกรัฐบัญญัติทำให้การกีดกันหายไปเฉพาะตัวบทกฎหมาย แต่การกีดกันของจริงซึ่งอยู่ใต้สมองของคนที่มีอคติเรื่องสีผิวเผ่าพันธุ์ยังอยู่ครบถ้วน เผ่าพันธุ์ของฉันเป็นเผ่าพันธุ์เด่น ต้องเก่งกว่าคนเผ่าพันธุ์อื่นและสีผิวอื่นเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับลัทธิการปกครองนะครับ มีการปฏิบัติการจิตวิทยาบ่อยๆว่าสหรัฐฯกีดกันจีนเพราะจีนปกครองโดยระบอบคอมมิวนิสต์ผมอยากจะให้ย้อนไปดูเรื่องเวลาหน่อยครับ สมัยที่สภาคองเกรสของสหรัฐฯออกรัฐบัญญัติกีดกันชาวจีนนั่นมัน ค.ศ.1882 เป็นยุคที่ราชวงศ์ชิงปกครองจีน สภาคองเกรสของสหรัฐฯแก้ไขเพื่อให้มีการกีดกันคนจีนเข้มข้นขึ้นใน ค.ศ.1892 และ ค.ศ.1902 ก็ยังอยู่ในยุคของราชวงศ์ชิงจีนมาเป็นสาธารณรัฐระหว่าง ค.ศ. 1912-1927 (15 ปี) สหรัฐฯยกเลิกกฎหมายนี้ใน ค.ศ.1943 เพราะช่วงนั้นสหรัฐฯต้องการให้จีนร่วมมือกันต่อต้านญี่ปุ่นช่วงที่สหรัฐฯยกเลิกกฎหมายต่อต้านจีน นายพลโจเซฟ สติลเวลแห่งกองทัพสหรัฐฯต้องการส่งผู้เชี่ยวชาญอเมริกันมาฝึกกองทหารจีนเพื่อใช้ต่อต้านญี่ปุ่นในพม่าและจีน ช่วงนั้นสหรัฐฯเอาใจจีนถึงขนาดยื่นข้อเสนอให้ความช่วยเหลือและให้สินเชื่อแก่สาธารณรัฐจีนระหว่าง ค.ศ.1942-1946 มีมูลค่าถึง 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯผู้นำสาธารณรัฐจีนตอนนั้นคือ เจียง ไคเชก ก็ตอบแทนสหรัฐฯด้วยการสร้างฐานทัพอากาศขึ้นหลายแห่งเพื่อให้สหรัฐฯใช้โจมตีญี่ปุ่น แต่เมื่อสหรัฐฯใช้ฐานทัพนี้เป็นครั้งแรกในฤดูร้อน ค.ศ.1944 ญี่ปุ่นก็ตอบโต้และบดขยี้กองทัพของสาธารณรัฐจีน รวมทั้งฐานทัพอากาศบางแห่งจีนเพิ่งมาเป็นสาธารณรัฐประชาชนและปกครองโดยระบอบคอมมิวนิสต์เมื่อ ค.ศ.1949 นี้เอง คนที่แก้ตัวแทนสหรัฐฯว่าสหรัฐฯออกรัฐบัญญัติกีดกันชาวจีนเพราะจีนเป็นคอมมิวนิสต์ก็อาจจะลืมคิดเรื่องช่วงเวลาไปนะครับถ้าพูดเรื่องสีผิวก็ไม่เฉพาะจีนเท่านั้นที่โดนสหรัฐฯกีดกัน มีการต่อต้านคนอเมริกันเชื้อสายญี่ปุ่นในรัฐแคลิฟอร์เนียและเกิดขึ้นอย่างแรงมากในช่วง ค.ศ.1910-1920 จากนั้นก็แพร่ขยายกระจายไปในรัฐอื่น ต่อต้านทั้งระดับบุคคลและระดับรัฐ มีการห้ามคนอเมริกันเชื้อสายญี่ปุ่นทำอาชีพแรงงานที่มีฝีมือ ทำได้แค่ในภาคเกษตรกรรมเท่านั้น และต้องได้รับค่าจ้างต่ำกว่าคนผิวขาวที่ทำงานอย่างเดียวกัน ห้ามคนเชื้อสายญี่ปุ่นพำนักพักอาศัยอยู่ในย่านคนผิวขาว ต่อมา ก็ยังมีการออกกฎหมายที่ดินเพื่อเพิกถอนสิทธิการครอบครองที่ดินของคนอเมริกันเชื้อสายญี่ปุ่นพวกที่แก้ตัวแทนสหรัฐฯ อาจจะบอกว่าสหรัฐฯต่อต้านญี่ปุ่นเพราะสงครามโลกครั้งที่ 2 ขอเรียนว่าสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดระหว่าง ค.ศ.1939-1945 พวกที่จะแก้ตัวแทนขอให้ดูเรื่องช่วงเวลาซะก่อนอยากจะถามกลับว่า จีนและญี่ปุ่นเคยออกกฎหมายกีดกันคนอเมริกันสักฉบับไหม.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.com