นายไมค์ ปอมปิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงอ้างฝ่ายเดียวเมื่อ 19 ก.ย.ว่า การลงมติคว่ำบาตรของสหประชาชาติต่ออิหร่านมีผลในการใช้งานพร้อมให้คำมั่นจะใช้มาตรการลงโทษกับประเทศใดก็ตามที่ละเมิดมติดังกล่าวนี้ ซึ่งถือว่าเป็นการสุ่มเสี่ยงต่อสหรัฐฯเองที่อาจถูกโดดเดี่ยวและยังยิ่งสร้างแรงตึงเครียดต่อประชาคมโลกด้วย ทั้งนี้ ตามคำกล่าวของนายปอมปิโอ มาตรการดังกล่าวเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เวลา 20.00 น. ตามเวลาของกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในสหรัฐฯ หรือเวลาเช้า 07.00 น. ของวันอาทิตย์ที่ 20 ก.ย. ตามเวลาไทยขณะเดียวกัน รัฐบาลภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯก็ให้คำมั่นว่าจะมีกำหนดโทษตามมา โดยไม่ให้เข้าถึงตลาดและระบบการเงินในสหรัฐฯ สำหรับประเทศสมาชิกยูเอ็นที่ฝ่าฝืนมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดจะมีการประกาศในอีกไม่กี่วันนี้ โดยนายทรัมป์จะเป็นผู้ที่แถลงเองต่อสมัชชาทั่วไปแห่งสหประชาชาติในวันอังคารที่ 22 ก.ย. ท่ามกลางกระแสท้าทายทั้งจากจีน รัสเซีย และแม้แต่ประเทศพันธมิตรในยุโรป ที่ทั้งฝรั่งเศส อังกฤษ และเยอรมนี ต่างส่ง จม.ร่วมถึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) มองว่าเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย ด้วยเหตุผลว่า สหรัฐฯได้ถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์เมื่อปี 2561 แล้ว จึงไม่มีสิทธิโดยชอบธรรมที่จะมากำหนดโทษคว่ำบาตรอิหร่าน.