จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่ลุกลามทั่วโลก ซึ่งมีผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 27 ล้านคน เสียชีวิตแตะ 900,000 ราย รักษาหายใกล้ๆ 20 ล้านราย แต่ก็ยังทำให้คนยังหวาดวิตกกับการติดเชื้อที่แม้เริ่มเห็นแสงสว่างแห่ง “วัคซีน” ตรงปลายอุโมงค์ส่องวิบๆวับๆ ในเวลาอันใกล้ก็ตามนายภาวิน อาฮีร์ วิศวกรเอ็นจิเนียร์ ชาวเมืองสุรัต รัฐคุชราช ภาคตะวันตกของอินเดีย พักอาศัยอยู่ชั้น 12 บนตึกอพาร์ตเมนต์สูง 13 ชั้น ซึ่งมีเพื่อนบ้านอาศัยร่วมชายคาเดียวกันอีกหลายร้อยชีวิตก็หวั่นใจหนักไม่แพ้กัน เพราะต้องใช้ลิฟต์วันละหลายครั้งเพราะจากการศึกษาค้นคว้าพบว่า ปุ่มลิฟต์เป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค มีเชื้อแบคทีเรียมากกว่าโถห้องน้ำ!!! แม้อัตราเสี่ยงที่จะติดเชื้อในลิฟต์ต่ำ ทั้งคนใช้แค่ช่วงสั้นๆ แต่เชื่อกันว่าเชื้อไวรัสมีชีวิตอยู่บนพื้นผิวได้นานสุด 72 ชม.เจ้าของผู้ก่อตั้งบริษัทไฟฟ้า TechMax Solution วัย 31 ปีคนนี้ อธิบายว่า ตนเองก็รู้สึกกลัวตลอดเวลาที่สัมผัสปุ่มลิฟต์ ก็เลยคิดพัฒนาด้วยวิธีที่เรียกว่า “ไร้สัมผัส” ระบบนี้ประกอบด้วยแผงที่ติดตั้งใกล้กับปุ่มชั้นลิฟต์ ให้ผู้ใช้ลิฟต์เลือกชั้นด้วยการชี้นิ้วไปที่ปุ่มด้วยระยะห่าง 0.4-0.6 นิ้ว ก็จะเกิดแสงอินฟราเรดที่จะบอกลิฟต์ว่า เราต้องการไปชั้นไหน อีกทั้งชุด “ไร้สัมผัส” นี้ยังติดตั้งทางเข้าลิฟต์ทุกชั้น เพื่อให้คนใช้ลิฟต์สามารถวางมือไว้ใต้ลูกศรเพื่อจับสัญญาณว่าต้องการขึ้นหรือลงก็เหมือนการแก้ปัญหาแนวครีเอตหลายแห่ง อย่างเช่นที่เมืองไทยเราเอง ในห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่งก็ติดตั้งแป้นเท้าเหยียบหน้าลิฟต์เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกแตะว่าจะไปชั้นไหน ส่วนที่ญี่ปุ่น บริษัทผลิตไม้จิ้มฟันก็ทำการตลาดด้วย “ไม้จิ้มไร้สัมผัส” ไว้กดปุ่มภายในลิฟต์ สำหรับศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ (CDC) แนะประชาชนเลี่ยงสัมผัสปุ่มโดยตรง แต่ให้ใช้สิ่งของเครื่องใช้ เช่น ปากกา หรือข้อนิ้ว ข้อศอกแทนปัจจุบัน บริษัทฯนี้ติดตั้งไปแล้วอาคาร 15 แห่งในอินเดีย และยังได้รับความสนใจเข้าไปสอบถามจากลูกค้าต่างประเทศ ทั้งคูเวต สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และบราซิล จึงคาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะขายได้มากสุด 1,500 เครื่อง ถือเป็นเป้าหมายแห่งความสำเร็จสำหรับเอกชนรายเล็กๆที่มีโรงงานผลิตแห่งเดียวในประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลกแซงบราซิลไปแล้ว ด้วยตัวเลขกว่า 4 ล้านราย...ฤทัยรัช จันทร์เพ็ญ