เกือบหมด "ไฟ" แต่ไม่หมด "ใจ" สำหรับ บิ๊นท์-สิรีธร ลีห์อร่าม “นางสาวไทย 2562” และนางเอกมากความสามารถ หลังโลดแล่นการแสดงมาหลายปีแต่ยังไม่บรรลุเป้าหมาย ทำให้แอบถอดใจไปบ้าง แต่สุดท้ายได้โอกาสใหม่ๆ ประเดิมเล่นซีรีส์แซฟฟิกแนวโรแมนติก ดราม่า เหนือธรรมชาติ WeTV Original “ข่มขลัง” (Khom Khlang The Series) ค่ายสตาร์ ฮันเตอร์ฯ ก่อนที่ได้ชมฝีไม้ลายมือ 7 ก.ย.69 เป็นตอนแรก ทาง WeTV ที่เดียวเท่านั้น “มาลัยไทยรัฐ” วีกนี้เลยชวนสาว บิ๊นท์ สาดความสวย เซ็กซี่ ขี้เล่น สะกดทุกสายตา มาเล่นซีรีส์ ข่มขลังมาเล่นได้ยังไง “จริงๆ ต้องบอกก่อนว่าบิ๊นท์เริ่มจากอ่านนิยายเกิร์ลเลิฟ ตอนนั้นบิ๊นท์เริ่มหมดไฟในวงการบันเทิง เราเป็นนักแสดงอยากดัง อยากได้รางวัลการแสดง อยากได้บทปังๆ อยากเป็นแบบพี่ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก เป็นสายฝีมือแบบนั้น คือเป็นคนที่ทำอะไรสุดแล้วพอไม่ได้เป็นอย่างที่คิดไว้ คงเป็นโค้งสุดท้ายในชีวิตวงการบันเทิงแล้ว ไม่ใช่ออกจากวงการบันเทิง แต่น่าจะต้องไปทำอย่างอื่นแล้ว แต่สุดท้ายเราได้รับการติดต่อมา ขอเล่านิดนึงเพราะมันเป็นเดสทินี คือหนูหมดไฟเลยไปอ่านนิยายเรื่องนึง ชื่อข่มขลัง น่าดูมาก แปลกมากเลยโหลดมาอ่านก็อ่านคืนเดียวจบ บอกตัวเองว่าถ้ามีซีรีส์จะขอไปแคสต์ให้ได้เลย ยกมือไหว้ในห้องนอน หลวงพ่อโสธร ถ้าเรื่องนี้ทำซีรีส์ขอให้ดลจิตดลใจมาจ้างหนูไปแคสต์ ก็ผ่านไปหลักอาทิตย์ พี่โอ๋ สตาร์ฮันเตอร์ DM มา บิ๊นท์สนใจแคสต์บทข่มขลังไหม? พอรู้เป็นบทแม่ครูบุหลัน เป็นกรี๊ด (ยิ้ม) เป็นตัวละครที่เราอยากเล่นเพราะตอนอ่านเราทัชกับบทนี้” จริงๆกราฟชีวิตบิ๊นท์ขึ้นๆลงๆเหมือนกัน “ใช่ค่ะ ขึ้นสูงแล้วก็ลง ไม่ได้ดังมาก มีหมดเลย” ทำให้มีมุมท้อ “มีบ้างค่ะ แต่ไม่ใช่หมดแรงแบบไม่อยากทำอะไรแต่เป็นแบบเราทำตรงนี้เราต้องการอะไร ในวัย 30 ของเรา เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตเหมือนกัน อย่างที่บอกตอนแรกมีความหมดไฟ คือเราไม่รู้จริงๆจะไปไหนต่อ แต่เราได้อ่านนิยายเล่มนี้เป็นการเติมไฟให้ตัวเอง แค่เราบอกกับตัวเองอยากเล่น ถ้าได้เล่นไฟมาแน่ๆ พอได้เล่นจริง ไฟลุกโชน ความเป็นนักแสดงไม่ได้ใช้ได้กับวงการ GL เลย ไม่ได้ทั้งหมด อาจจะได้บางอย่าง แต่หลายๆอย่างเราต้องเซตศูนย์เหมือนกัน เริ่มต้นและเรียนรู้ใหม่ แต่ต้องขอบคุณช่องวัน ทำให้หนูเคารพการแสดงมากไม่มีปล่อยให้บท เล่นๆไปเหอะ ไม่มีวัน เราต้องทำให้มันเป็นมาสเตอร์พีซ เพราะทุกๆครั้งที่เราเล่น เราจะคิดเสมอเรื่องนี้เป็นเรื่องสุดท้ายของชีวิต” พอรู้ว่าจะต้องเล่นคู่ ปุยนุ่น-วรางค์ศิริ ดูเราดีใจมาก “จริงๆแอบเชียร์เขาเพราะถูกชะตารู้สึกว่ารักได้ ทำให้เชื่อได้ ตามตัวละครเพราะชีวิตจริงก็เอ็นดูด้วย เป็นเซ้นส์ที่เรารู้สึกดีกับคนคนนี้” วันแรกเข้าฉากด้วยกัน “แว้บแรกเขินเหมือนกัน มีมุมน่ารักของผู้หญิงกับผู้หญิง เรารู้สึกได้ถึงความละมุนละม่อม ละเอียด เขาจะมีความน่ารักในแบบผู้หญิง อยากดูแลกัน พอเขามีความมุมิ เป็นเอ็นดู” ทั้งบิ๊นท์–ปุยนุ่น มีอะไรคล้ายๆกันนะ “จริงๆคล้ายๆกัน เขาเป็นคนสู้เพื่อความฝันเหมือนกัน ลุยกับความฝันเต็มร้อยเหมือนกัน เล่นเรื่องนี้น้องไปเรียนยิงปืน เรียนโน่นนี่นั่น มีความตั้งใจทำงาน ส่วนบิ๊นท์ การสักยันต์อักขระ จริงๆเป็นคนกลัวผี เรายิ่งกลัวเราจะต้องยิ่งศึกษา ตอนรับขันธ์ มีไปปรึกษากานต์ ทศน เขาเลยพาไปวัดน้อมประชาสรรค์ จ.อยุธยา ได้เจอพระอาจารย์แจ้ ก็ถามปราบผีทำยังไง พระอาจารย์กลับบอกว่าก็เมตตาเขาสิ ทำให้บิ๊นท์เปลี่ยนมุมมอง ตอนเล่นแม่หยัวยากแล้วบทนี้ยากกว่าเพราะเป็นบทใช้อารมณ์เยอะแต่เขาไม่พูดเลย เส้นบางๆ เล่นเป็นคนขลังกับเล่นแข็ง (หัวเราะ) ตอนเทรเลอร์ออกไปกลัวโดนด่า ถ้าไม่ดีเตรียมโดนด่าเลย แฟนนิยายก็เยอะและนักเขียนเขารักนิยายเขามาก เขียนได้ลึกมาก และบิ๊นท์ซื้อเข็มสักยันต์จริงๆ ฝึกท่า ฝึกมือ เพราะตอนถ่ายไพรอต ท่าสักยันต์คือน่าเกลียดมาก (หัวเราะ) จริงๆเป็นคนขี้กลัวเลยเอาไม้สักยันต์ไปให้หลวงพ่อวราห์เจิม แล้วเชื่อไหม มีฉากที่บิ๊นท์ต้องสักยันต์น้องเอกซ์ตราคนนึง ปรากฏว่าน้องของขึ้นจริงๆ น้องเขามาเล่าให้ฟังทีหลังตัวสั่นเลย คุมตัวเองไม่ได้ ก็ว่าทำไมเล่นเก่งจังสั่นเหมือนของขึ้นจริงๆ แต่อันนี้เป็นความเชื่อนะคะ”. ช่างภาพ : สุทัศน์ วงษ์ศิลาสไตลิสต์ : Saranyaliterช่างหน้า : doublesix.aumzช่างผม : Hair.studio26อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่