กำลังเป็นเรื่องราวกล่าวขานโจษจันสนั่นเมือง “ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์” กันกราวเกรียว “แกงไตปลา” อัตเอกลักษณ์ใต้แท้ ทานกันได้ทั่วทุกภาคนานนับหลายสิบทศวรรษแล้ว“ไตปลา” คือ “พุงปลา” นำมาจากไส้ปลา-เครื่องในที่อยู่ในพุงปลา คนใต้แท้จะเรียกกันว่า “แกงพุงปลา” พุงปลาจะนำมาจากปลา 2 ชนิดคือพุงปลาช่อนและพุงปลาทูแกงพุงปลาจะมี 3 รูปแบบคือแกงพุงปลาแท้ ไม่ใส่อะไรผสมลงไปเลยนอกจากเนื้อปลา (และอาจมีเนื้อกุ้ง), แกงพุงปลาใส่กะทิ, แกงพุงปลาใส่เนื้อปลาและใส่ผัก “สมรม” คือผักหลายชนิดรวมกันผักพระเอกคือหน่อไม้ต้มหั่นลูกเต๋า, มะเขือพวง, มะเขือเปราะ, สะตอข้าว-สะตอดาน, ถั่วฝักยาว, หัวมัน, ฟักทอง, ถั่วพู, ลูกเหรียงขั้นตอนการปรุงซับซ้อนและใช้เวลานานพอดู เริ่มจากนำพุงปลามาต้ม ตบด้วยทุบข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด หอมแดงใส่รวมลงไป ให้เนื้อสมุนไพรอบอวลม่วนช่วนเป็นเนื้อน้ำเดียวกันกล่อมกลม แล้วถ่ายเทเอาน้ำพุงปลาออกมาปรุงกับเครื่องแกงสำหรับแกงพุงปลาโดยเฉพาะใส่เนื้อปลาเนื้อกุ้งลงไปปิดท้าย มีบาง “สูตรพิเศษ” แอบเติม 3 น้ำตาลลงผสานไปด้วย น้ำตาลอ้อย–น้ำตาลมะพร้าว-น้ำตาลโตนด เป็นอาหารสุดโปรดปรานของ “เก้า จิรายุ” และ “หมอก้อง สรวิชญ์” และผู้กำกับฯหญิงรุ่นใหญ่แห่งช่อง 3 “น้องนุช ชวาลา”คนใต้มักจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “แกงพุงปลาพาข้าวรอด” คือหากแม้นมีแกงพุงปลาเป็นกับข้าวเพียงอย่างเดียว ก็อิ่มอร่อยหรอยจังฮู้...“ได้แรงอก” ไปถึงไหนๆเป็น “พุงปลากล้าหาญ” พุ่งทะยานนิยมทุกเชื้อชาติชาวชน ก่อเกิดความจงรักภักดีในยี่ห้อ “แบรนด์ ลอยัลตี้”(Brand Loyalty) โดยแท้จริงและอย่างมหัศจรรย์.“ดร.ศาสตร์ธนิก จุลมณี”‘‘แจ๋วริมจอ’’jaewrimjor@gmail.comคลิกอ่าน "ทีวีบันเทิง" เพิ่มเติม