ทำไมถึงเจ๊ง และ 3 กองทุนประกอบไปด้วยอะไร อาจารย์ ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ สาขาวิชา Business analytics and intelligence สาขาวิชาวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เฉลยเป็นผลจาก สังคมคนแก่ (Aging society)กระทรวงสาธารณสุขและโรงพยาบาลของรัฐจะเจ๊งทั้งหมด สำหรับกองทุนประกันสังคม องค์กรระหว่างประเทศด้านแรงงาน (International labour organization) ทำการประเมินสถานะที่แท้จริง ทั้งจากสถิติและสถานการณ์จริงที่ดำเนิน และตัวแปรต่างๆ (Actuarial valuation) แล้วพบว่าเงินกองทุนจะติดลบใน 28 ปีจากนี้ เพราะประเทศไทยมีอัตราการจ่ายร่วมของคนทำงาน (total contribution rate) ต่ำที่สุดในโลกและเกษียณเพื่อรับเงินบำนาญได้ไวที่สุดในโลกคือ 55 ปีสิทธิรักษาพยาบาลข้าราชการนั้น การฉายภาพประชากรข้าราชการไทยโดยอานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ และคณะพบว่า พีระมิดประชากรข้าราชการหัวคว่ำ คือเต็มไปด้วยคนแก่ที่เริ่มเจ็บและป่วย อายุเฉลี่ยข้าราชการเกือบ 50 ปี อายุเฉลี่ยข้าราชการแรกเข้าคือ 31 ปี เราจะมีปัญหา aging society ของสิทธิราชการรุนแรงกว่าทุกสิทธิเพราะข้าราชการไทยเต็มไปด้วยคนแก่ และ actuarial valuation พบว่ามีภาระทางการคลังจากสิทธิรักษาพยาบาลราชการอย่างหนักหน่วงเพราะประชากรราชการไทยแก่มาก ป่วยมาก เจ็บมาก จนจะเกิดปัญหาภาระทางการคลัง น่าจะแตะแสนล้านภายใน 5-10 ปี และกระทรวงการคลังจะจ่ายไม่ไหว บัตรทองค่าใช้จ่ายเพิ่มปีละประมาณหมื่นล้านและโรงพยาบาลก็ยังขาดทุน งบบัตรทองจะแตะ 25% ของงบประมาณแผ่นดินภายในไม่เกิน 10 ปี ผลการศึกษาของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง พบเช่นเดียวกัน เพราะเราเข้า aging society หนีไม่พ้น จนและแก่สรุปง่ายๆคือ ทางข้างหน้าของโรงพยาบาลของรัฐมีแต่เหวลึกทางการเงินและไม่มีทางรอดพ้นไปได้ทางแก้คือต้องมีการหาทางออกโดยประชาชนที่ต้องการแสวงหาทางเลือกที่ดีกว่าที่มี จำต้องจ่ายเพิ่มเพื่อความสะดวก เพื่อความพึงพอใจ และประกันสุขภาพร่วมจ่ายล่วงหน้า ทุกอย่างมีตัวเลขพยากรณ์ ถ้าไม่เริ่มทำวันนี้ รับรองว่ากระทรวงสาธารณสุขจะตายเรียบเพราะไม่มีเงิน ต้องแก้ตอนนี้ทันที ก่อนจะสายเกินไป ทั้งนี้ส่วนปัญหาของแต่ละสิทธิต้องไปแก้ที่ต้นเหตุของปัญหากองทุนประกันสังคมต้องค่อยๆขยายอายุเกษียณและทยอยเพิ่ม Total contribution rate สิทธิรักษาพยาบาลราชการต้องแก้ปัญหาที่ ก.พ. ต้องดึงดูดบัณฑิตอายุเฉลี่ย 20 ปีเข้ารับราชการ ไม่ใช่รับคนอายุเฉลี่ย 31 ปี นอกจากนี้ ควรตั้งสำรอง (reserve) ให้ลงทุนมีผลตอบแทนที่ดีสำหรับใช้เป็นค่ารักษาพยาบาลราชการในอนาคต ไม่ใช่จ่ายอย่างเป็นปีๆไปเช่นทำอยู่ในปัจจุบันสิทธิบัตรทองและทุกสิทธิต้องเน้นการป้องกันโรคที่ได้ผลจริง โยงหา ประสิทธิผลจริง ได้จริง ไม่ใช่แหกตา ต้องแก้ปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน และการใช้จ่ายเงินผิดประเภทโดยเฉพาะที่ไม่เกี่ยวข้องกับการรักษาพยาบาลหรือแม้แต่สุขภาพ และต้องเลิกประชานิยมและส่งเสริมการรับผิดชอบตัวเอง และยินดีจ่ายถ้าต้องการเพิ่ม เพื่อให้เกิดการเป็นผู้ให้และผู้รับในเวลาเดียวกัน การบริหารแบบเขตสุขภาพจะทำให้เกิดร่วมทุกข์ กระจายสุข (risk sharing และ risk pooling) ที่ดีขึ้นประการสำคัญ สปสช.ต้องไม่บริหารการรักษาเอง ไม่กำหนดกระบวนการ วิธีในการรักษา ยกเลิกการทำสัญญาผลงานกับโรงพยาบาล ให้ทำกับเขตสุขภาพแทน ลดขนาดองค์กร สปสช.ลง ยกเลิกกองทุนย่อยทั้งหมด ประชาชนต้องรักษาสุขภาพและออมทรัพย์แต่ยังไงๆ หมอดื้อว่า อาจจะเร็วกว่า 28-30 ปีครับ มีตัวแปรคือความเกี่ยวโยงระหว่างโรคไม่ติดเชื้อ กับโรคติดเชื้อ นอกจาก aging ยังมีภาวะสุขภาพเปราะกว่าที่เห็น จากการขาดวิตามิน B1 /การใช้สเตียรอยด์ในสมุนไพร แม้มีโรคระบาดกระจอกๆ จะมีการเจ็บ การตายมหาศาล ผลจากสมุนไพร ศรีสะเกษ 2013-14 รพ.เดียว เจอภาวะช็อกมากกว่า 60-70 ราย (และอาจมากกว่า) จากช็อกทั้งหมดเกือบ 2,500 ราย และจริงๆ ช็อกเหล่านี้อาจมีตัวร่วมจากสมุนไพรสเตียรอยด์กับติดเชื้อมากกว่านี้เราพบเชื้อ coronavirus ในค้างคาว เหมือนเชื้อเมอร์ส (MERs) และล่าสุด ตัวใหม่คาบเกี่ยวเชื้อซาร์ส (SARS) กับ MERs และอาจวิวัฒน์ข้ามมาคน ไม่นับรวมเชื้ออื่นๆที่เราวิเคราะห์อีก 24 ครอบครัวของไวรัส ไทยเป็นเขตอันตรายสีแดงของโรคระบาด ทั้งเป็นจุดกำเนิดหรือใกล้จุดจากประเทศอื่นๆ จากประชากร คน สัตว์ ลักษณะภูมิประเทศ และการดำเนินชีวิต ไม่นับแต่ไข้หวัดนกอย่าลืมครึ่งหนึ่งของโรคติดเชื้อยังไม่ทราบสาเหตุ ภาวะแออัดในโรงพยาบาล จะทำให้เป็นแหล่งแพร่เชื้อที่ดีที่สุดการใช้ยาเฮงซวยที่ต้องนำเข้า แม้จะไม่อยู่ในบัญชียาหลักก็ตาม ก็เสียเงินประเทศในสิ่งไม่สมควร ต้องล้างสมองราชวิทยาลัยต่างๆ รู้กลไกการเกิดโรค จะได้เลิกตามเห่อยาใหม่.หมอดื้อ