คริสเตียโน โรนัลโด (ภาพ : AFP)ต้องยกนิ้วให้เลยว่าสุดยอดจริงๆ สำหรับผลงานของ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ในฤดูกาลนี้ หลังจากที่พวกเขาถล่มเอาชนะ “ม้าลาย” ยูเวนตุส ที่เหลือ 10 ตัว ขาดลอย 4–1 คว้าแชมป์เจ้ายุโรปไปครองเป็นสมัยที่ 12 มากที่สุดในประวัติศาสตร์ และกลายเป็นทีมแรกที่คว้าแชมป์ถ้วยใหญ่ยุโรป 2 ปีติดต่อกันได้สำเร็จ นับตั้งแต่เปลี่ยนชื่อมาเป็นยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกนอกจากนี้ ยังเป็นดับเบิลแชมป์ของพลพรรค “ราชันชุดขาว” ในฤดูกาลนี้อีกด้วย หลังซิวแชมป์ลาลีกามาได้ก่อนแล้วเกมชิงดำศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ปีนี้ ถือเป็นคู่ชิงที่สมศักดิ์ศรีที่สุดนัดหนึ่ง เนื่องจากเป็นการดวลกันระหว่างทีมที่มีเกมรับดีที่สุด เจอกับทีมที่มีเกมรุกดีที่สุดยูเวนตุสได้ชื่อว่าเป็นทีมที่มีเกมรับที่เหนียวแน่นที่สุด โดยทีม “ม้าลายตูริน” ยังไม่เคยแพ้ใครในศึก แชมเปียนส์ลีกฤดูกาล 2016-17 แถมยังเสียประตูไปเพียงแค่ 3 ลูกเท่านั้น ขณะที่ เรอัล มาดริด เป็นทีมที่มีเกมรุกดุดัน ยิงไปแล้วกว่า 100 ประตูในซีซั่นนี้แต่สุดท้ายกลายเป็นทีมรุกเก่งอย่าง เรอัล มาดริด ที่สยบทีมรับเก่งอย่าง ยูเวนตุส ด้วยสกอร์ขาดลอยถึง 4-1 ทำให้ “ราชันชุดขาว” ผงาดซิวแชมป์ยุโรปสมัยที่ 12การยิงคนเดียวสองลูกในนัดนี้ ทำให้ คริสเตียโน โรนัลโด ซุปเปอร์สตาร์ทีมชาติโปรตุเกส กลายเป็นดาวซัลโวสูงสุดของศึกแชมเปียนส์ลีกฤดูกาลนี้ที่จำนวน 12 ประตู เฉือน ลิโอเนล เมสซี แค่ลูกเดียว นับเป็นการคว้าดาวซัลโวศึกถ้วยใหญ่ยุโรปเป็นปีที่ 5 ติดต่อกันของโรนัลโดที่สำคัญยังเป็นประตูที่ 600 ในอาชีพค้าแข้งของโรนัลโด ซึ่งแยกเป็น 406 ประตู จากการเล่น 394 เกมให้กับเรอัล มาดริด, 118 ประตู ใน 292 เกมกับแมนฯยู, 5 ประตู ใน 31 เกมกับสปอร์ติงลิสบอน และ 71 ประตู ใน 138 เกม กับการเล่นให้ทีมชาติโปรตุเกสนอกจากนี้ โรนัลโด ยังทำสถิติคว้าถ้วยรางวัลถึง 9 รายการในเวลา 372 วัน กับการเล่นให้เรอัล มาดริด และทีมชาติโปรตุเกสก่อนหน้านี้ ดาวเตะทีมชาติโปรตุเกสวัย 32 ปี เคยโดนวิจารณ์อย่างหนักกับฟอร์มการเล่นที่ต่ำกว่ามาตรฐานในช่วงหลัง จนถึงขั้นถูกแฟนบอลมาดริดรุมโห่คาสนามเบอร์นาบิวมาแล้วแต่โรนัลโดก็สามารถสยบเสียงวิจารณ์ลงได้ ด้วยผลงานยิงคนเดียว 2 ลูกในนัดชิง “ยูซีแอล” ปีนี้ผลงานอันสุดยอดของเรอัล มาดริด ในซีซั่นนี้ ต้องยกเครดิตเต็มๆ ให้กับ ซีเนอดีน ซีดาน กุนซือหัวเหม่งชาวฝรั่งเศส ที่วางหมากได้อย่างยอดเยี่ยม จนนำทีม “ราชันชุดขาว” ผงาดคว้าดับเบิลแชมป์ซีซั่นนี้อย่างยิ่งใหญ่ซีดานบอกว่า นี่คือชัยชนะประวัติศาสตร์ของเรอัล มาดริด ที่ป้องกันแชมป์ได้เป็นทีมแรก เพราะยังไม่มีใครเคยทำได้มาก่อน พร้อมกันนี้ “ซิซู” ยังยืนยันจะอยู่คุมทีมราชันชุดขาวต่อไปในฤดูกาลหน้าอย่างแน่นอนส่วนทางด้าน กาเร็ธ เบล ปีกชาวเวลส์ของเรอัล มาดริด เผยว่าการคว้าแชมป์ยูซีแอลในบ้านเกิดที่คาร์ดิฟฟ์ ถือเป็นความฝันที่เป็นจริงสำหรับเขาเลยทีเดียวเรอัล มาดริด ในฐานะแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก มีคิวต้องดวลกับ “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฐานะแชมป์ยูโรปาลีก ในศึกยูฟ่า ซุปเปอร์คัพ ฤดูกาลหน้าซึ่งเราจะได้เห็น ซีดาน ประชันกึ๋นกับมูรินโญ รวมทั้งยังได้เห็น โรนัลโด ดวลกับทีมเก่าของเขาอีกด้วยด้วยผลงานยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้ ต้องยกให้ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด เป็นยอดทีมเบอร์ 1 โลกตัวจริง.หมวดแซม