“ไปป์บอมบ์” โผล่ใกล้สถานีรถไฟใต้ดิน กลางกรุงเทพฯตอกย้ำ ซ้ำสถานการณ์ต่อเนื่องกับ “ไปป์บอมบ์” ในห้องจ่ายยา โรงพยาบาลพระมงกุฎฯ โรงพยาบาลทหาร กลางเมืองหลวงของประเทศไทยข่าวร้ายดังกระจายออกไปทั่วโลกกรุงเทพฯ ประเทศไทย กลายเป็นดินแดนอันตราย ไร้ความปลอดภัยซึ่งนั่นก็เป็นอะไรที่ล้อกับปรากฏการณ์แปร่งๆที่คนระดับรองนายกรัฐมนตรีมาเลเซียปูดข่าวเองเลย อ้างกลุ่มก่อการร้ายไอเอสเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดในภาคใต้ของประเทศไทยเป้าหมายแฝงอยู่ที่การบั่นทอนความเชื่อมั่นโยงกับยุทธศาสตร์ในการแย่งชิงนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะจีนแผ่นดินใหญ่ที่ปักธงขนเม็ดเงินมหาศาลลงทุนในภูมิภาคอินโดจีน หรือกลุ่ม CLMVT ที่มีประเทศกัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวียดนาม และไทยเดิมพันความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจในอนาคตโดยชัยภูมิของประเทศไทยที่ได้เปรียบเพราะอยู่ตรงศูนย์กลางแต่นั่นก็ตรงกันข้ามกับเงื่อนไขสถานการณ์ที่ถือเป็นโจทย์โคตรยากของฝ่ายไทย เพราะต้องเผชิญทั้งแรงเสียดทานภายนอก รายการ “เตะตัดขา” จากประเทศเพื่อนบ้านคู่แข่ง ไหนจะแรงเสียดทานจากการชิงอำนาจการเมืองภายในประเทศ ก่อบรรยากาศวุ่นวาย ไม่เอื้อต่อการลงทุนตูมทีก็สะดุ้งกันที ระเบิด ก่อการร้าย ทำให้ฝ่ายความมั่นคง คสช.ตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากและแรงตกกระทบถึงฝ่ายเศรษฐกิจ ทำให้สถานการณ์ยากและเหนื่อยขึ้นอีก 2–3 เท่า ตามสภาพภารกิจงานที่แปรผันตามระดับความมั่นใจโดยธรรมชาติแบบไทยๆ ข่าวร้ายมักจะดังกลบข่าวดีสถานการณ์แบบที่ทีมงานของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ กัปตันทีมเศรษฐกิจ เตรียมเปิดตัวเลขการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ “ของจริง” ที่มีฐานอ้างอิงได้อย่างเป็นทางการที่ไต่ขึ้นไปอยู่ในระดับ 3.2 จากเดิม 0.8ตามจังหวะหักมุม “แก้ลำ” กับข้อมูลลอยๆของกลุ่มการเมือง ทั้งยี่ห้อเพื่อไทยและค่ายประชาธิปัตย์ที่ดาหน้าเบิ้ลบลัฟ วิจารณ์ผลงานเศรษฐกิจของรัฐบาลทหาร คสช. บ้อท่า แก้ปัญหาปากท้องชาวบ้านไม่ได้เจอยุทธการตีปี๊บโห่ฮา ล้อกับสภาพความเดือดร้อนเฉพาะหน้าจนผู้คนชักจะโอนเอนตามมือปฏิบัติอย่าง “สมคิด” จึงต้องใช้วิธีปล่อยตัวเลข “ของจริง” ที่อ้างอิงกับมาตรฐานการชี้วัดของต่างชาติ มาหักล้างกับข้อมูลแฝงเหลี่ยมเกมชิงอำนาจทางการเมืองเพราะเรื่องชิงกระแสสู้เกมเขี้ยวของนักเลือกตั้งอาชีพไม่ได้แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ประเมินจากบท “นิ่ง” ไม่รีบลนลานตอบโต้ กัปตันทีมเศรษฐกิจรัฐบาล คสช.ไม่ไหวติงตามแรงเขย่า นั่นก็ทำให้เดาทาง หยั่งอารมณ์เบื้องลึกได้ระดับหนึ่ง“สมคิด” น่าจะมั่นใจในสถานการณ์ที่ “ทรงตัว” อยู่อย่าลืมว่ายี่ห้อนี้ผ่านมาแล้วทั้งรัฐบาลเลือกตั้งและรัฐบาลอำนาจพิเศษชินกับแรงกระแทกทางการเมืองพอตัวสิ่งที่ “สมคิด” กลัว มันอยู่ที่การทำความเข้าใจกับสังคมที่นิยมเสพข้อมูลสั้นๆ หวั่นไหวไปตามกระแส โดยไม่ลงลึกถึงเนื้อหาข้อมูลที่เป็นรายละเอียดทำให้สถานการณ์เศรษฐกิจดูซีเรียสกว่าความเป็นจริงแต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ว่ากันตามปรากฏการณ์ มันก็มีสิ่งที่มาสนับสนุน ตามข่าววงในที่กัปตันทีมอย่างนายสมคิดกล้าการันตีเลยว่าแนวทางเศรษฐกิจของรัฐบาล คสช.เดินมาถูกทางมีสัญญาณเชิงบวกดีขึ้น ตั้งแต่พ้นยุคอดีตรัฐบาลไทยรักไทยกับโปรแกรมทางเศรษฐกิจที่รัฐบาลวางคิวไว้ ไม่ว่ามาตรการอัดฉีดงบประมาณ 1.9 แสนล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ผ่านโครงการลงทะเบียนคนจนเมกะโปรเจกต์รถไฟฟ้าสายสีชมพูกับสายสีเหลืองที่เพิ่งผ่านการอนุมัติสัญญาจากที่ประชุม ครม.นัดล่าสุด จะทำให้เม็ดเงินลงทุนกระตุ้นระบบอีกกว่าแสนล้าน บวกกับงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2561 ที่จะเริ่มในเดือนตุลาคมพร้อมทั้งยุทธศาสตร์ พร้อมทั้งเม็ดเงินงบประมาณ พร้อมทั้งอำนาจพิเศษงานนี้นักการเมืองฉุดกันเหนื่อยก็แล้วกัน.ทีมข่าวการเมือง