พนักงานสอบสวนในคดีค้ากามเด็กสาวเมืองแม่ฮ่องสอน เรียกตัวคนขับรถตู้รับส่งสมาชิก อบต.บ้านใหม่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ช่วงที่มาทัศนศึกษาและดูงาน รวมทั้งทหาร 2 นายที่เกี่ยวข้องคดีซื้อกามเด็กสาวมาสอบปากคำ ด้าน ผบช.ภ.5 เผยคดีคืบหน้า ส่วนที่อดีตปลัดอำเภอแม่สะเรียงเปิดแถลงข่าวและให้ข้อมูลกับสื่อ อาจจะเรียกมาสอบปากคำเพิ่มเติม ขณะที่ ผบ.ตร.เผย นายกรัฐมนตรีเป็นห่วงเรื่องโสเภณีเด็ก สั่งให้เร่งดำเนินการปราบปรามทุกพื้นที่ ห้ามมีเด็ดขาด ฝากเตือนแม่เด็กที่เอาลูกตัวเองเป็นเหยื่อ และส่งเสริมให้ลูกค้าประเวณีตั้งแต่เด็ก จะจับกุมดำเนินคดีให้เข็ดหลาบ

เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงเดินหน้าสอบสวนคดีอื้อฉาวค้ากามเด็กสาวเมืองแม่ฮ่องสอน เพื่อหาพยานหลักฐานออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติม โดยเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 11 พ.ค. พ.ต.อ.ธีระพล อินทรลิป รอง ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ หัวหน้าพนักงานสอบสวนในคดี ได้เรียกตัวคนขับรถตู้ที่ขับรถรับส่งสมาชิก อบต.บ้านใหม่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ที่เดินทางมาทัศนศึกษาและดูงานที่ จ.แม่ฮ่องสอน มาสอบปากคำที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 มีเจ้าหน้าที่ทหารผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องในคดีซื้อกามเด็กสาวจำนวน 2 นาย มาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนด้วย แต่ผลการสอบสวนไม่เป็นที่เปิดเผย

พ.ต.อ.ธีระพลเปิดเผยภายหลังการสอบสวน ว่า ตำรวจได้นำตัวคนขับรถตู้ที่ทำหน้าที่ขับรถรับส่งสมาชิก อบต.บ้านใหม่ เมื่อครั้งที่มาดูงานที่ จ.แม่ฮ่องสอน ระหว่างวันที่ 21-24 ก.ย.2559 มาสอบสวนว่า ขับรถไปส่งสมาชิก อบต.ที่ไหนบ้าง และมีการนำเด็กสาวไปส่งให้ใครบ้างหรือไม่ เพื่อประกอบสำนวนคดี โดยคำให้การของคนขับรถตู้เป็นประโยชน์อย่างมาก การสอบปากคำครั้งนี้ ไม่ได้เกี่ยวกับ ผวจ.แม่ฮ่องสอน เป็นการสอบในส่วนของสมาชิก อบต.ที่มาทำกิจกรรมที่โรงแรมดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การสอบสวนพยานครั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้นำภาพถ่ายสมาชิก อบต.บ้านใหม่ ที่ถ่ายภาพหมู่หน้าโรงแรม มาให้คนขับรถตู้ชี้ตัวว่าไปส่งคนไหนบ้าง และดำเนินการอย่างไรที่อาจเชื่อมโยงกับเรื่องการค้ามนุษย์

ด้าน พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช. ภาค 5 เปิดเผยกรณีนายบุญญฤทธิ์ นิปวณิชย์ อดีตปลัดอำเภอแม่สะเรียง เปิดแถลงข่าวและเปิดเผยข้อมูลกับผู้สื่อข่าว ทางตำรวจจะขอตรวจสอบคลิปและดูรายละเอียดก่อน อาจจะมีการเรียกปลัดอำเภอคนดังกล่าวมาสอบปากคำเพิ่มอีก ขณะนี้ตำรวจเร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวน และคดีมีความคืบหน้าไปมาก ทั้งชุดทำงานของ พล.ต.ต.มนตรี สัมบุณณานนท์ รอง ผบช.ภ.5 ที่ดูแลด้านการสืบสวน และ พล.ต.ต.ภาณุเดช บุญเรือง ปฏิบัติหน้าที่ รอง ผบช.ภ.5 ที่เดินทางไปสอบสวนในเชิงลึกตามพยานหลักฐานที่ไปถึง แต่ขณะนี้ยังไม่มีรายงานเข้ามาถึงตน

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวว่า คดีนี้จะมีการเรียกใครมาสอบปากคำเพิ่มเติม ทุกอย่างไปเป็นตามขั้นตอนอยู่แล้ว แม้จะเป็นกรณีใหม่ที่เกิดขึ้นในจังหวัดอื่น ก็จะมีขั้นตอนในการดำเนินการเหมือนกัน ได้สั่งให้ผู้รับผิดชอบดำเนินการในภาพรวมอยู่แล้ว โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความเป็นห่วงในเรื่องโสเภณีเด็กมาก มีคำสั่งให้เร่งดำเนินการ ในเรื่องนี้เป็นการด่วนทั่วประเทศ ถ้ามีลักษณะกรณีอย่างนี้ในพื้นที่ใด ให้แจ้งมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
“อยากจะฝากเตือนคนเป็นพ่อเป็นแม่เด็กด้วย ที่เอาลูกตนเองมาเป็นเหยื่อ ถ้าอายุต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนดจะต้องถูกดำเนินคดีด้วย ถ้าแม่ส่งเสริมให้ค้าประเวณีตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่อายุ 14-15 ปี ก็ต้องถูกดำเนินคดีด้วย ไม่ใช่แม่จะรอดนะ บางครอบครัวอาจจะเกิดจากแม่ก็ได้ เอาลูกไปค้าประเวณี ต้องจัดการให้หมด ทั้งหมดตนพูดตามประสบการณ์ เราไปมองแต่ที่ปลายเหตุ ต้นเหตุใครจะรู้ อาจจะมาจากแม่ก็ได้ เพราะบางพื้นที่นิยมกัน นำลูกไปค้าประเวณี ต้องจับแม่ดำเนินคดีซะให้เข็ด” ผบ.ตร.กล่าว

วันเดียวกัน ที่กระทรวงมหาดไทย นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการสอบสวนนายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผวจ.แม่ฮ่องสอน ถูกพาดพิงซื้อบริการทางเพศ และถูกโยกย้ายมาประจำที่กระทรวงมหาดไทย ว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนตามกรอบเวลา 30 วัน โดยคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงได้ลงพื้นที่จ.แม่ฮ่องสอน ไปสอบสวนพยานบางรายเพิ่มเติมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากที่ลงพื้นที่ไปในครั้งแรกยังไม่มีโอกาสได้พูดคุยสอบสวน แนวโน้มของผลการสอบสวนจะออกมารูปแบบใดนั้นยังไม่ทราบ เพราะคณะกรรมการฯ กำลังรวบรวมประเด็น และเขียนรายงานอยู่

เมื่อถามว่า การสอบสวนของกระทรวงมหาดไทย จะไปซ้ำซ้อน หรือไปขัดแย้งกับฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือไม่ นายกฤษฎากล่าวว่า การสอบสวนของตำรวจเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา หรือ ป.วิอาญา ดำเนินการตามนั้น ส่วนการสอบสวนของเรา เป็นไปตามกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ ก.พ. จะมุ่งเน้นเรื่องวินัย ฉะนั้น แยกกันคนละส่วนอยู่แล้ว เมื่อถามถึงกรณีนายบุญญฤทธิ์ นิปวณิชย์ ปลัดอำเภอแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน และประธานสมาพันธ์ปลัดอำเภอแห่งประเทศไทย (ส.ปอ.ท.) เตรียมเดินหน้าเอาผิดกับ ผวจ.แม่ฮ่องสอน และประกาศว่า มีพยานหลักฐานต่างๆ นายกฤษฎากล่าวว่า ยังไม่รับรู้ข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการ ขอรอฟังจากคณะกรรมการสอบก่อน

ต่อมาวันเดียวกัน นายบุญญฤทธิ์ นิปวณิชย์ ปลัดอำเภอแม่สะเรียง และประธานสหพันธ์ปลัดอำเภอแห่งประเทศไทย ได้เดินทางมารายงานตัวต่อนายจารึก เหล่าประเสริฐ ปลัดจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน หลังมีคำสั่งโยกย้ายให้มาช่วยราชการด้านงานข่าวที่ กอ.รมน. แต่เนื่องจากปลัดจังหวัดแม่ฮ่องสอนลาพักร้อนจึงเข้ารายงานตัวต่อนายเพิ่มศักดิ์ ฉวีรักษ์ รอง ผวจ.แม่ฮ่องสอน นายบุญญฤทธิ์กล่าวว่า คนที่ขับไล่ตนจนมีคำสั่งโยกย้าย ส่วนใหญ่ไม่ใช่คนแม่สะเรียง แต่เป็นกลุ่มคนที่ กระทำผิดอาศัยเหตุการณ์ตรงนี้มาขับไล่

...

จากนั้นเจ้าหน้าที่ของ กอ.รมน.พานายบุญญฤทธิ์ไปยังที่ทำงานห้องปกครองจังหวัด บอกว่าให้ทำงานที่ห้องปกครองจังหวัดเป็นการชั่วคราวก่อน เนื่องจากห้อง กอ.รมน.จังหวัดยังไม่ได้จัดเตรียมโต๊ะทำงานไว้ให้ จากการสังเกตเจ้าหน้าที่ในห้องปกครองจังหวัดไม่ค่อยจะเต็มใจพูดคุยกับนายบุญญฤทธิ์

ต่อจากนั้นนายบุญญฤทธิ์พาสื่อมวลชนไปที่ธนโชติรีสอร์ต อ.เมืองแม่ฮ่องสอน เพื่อหาข้อมูลว่าในวันที่ 22 ก.ย.59 มีใครบ้างที่มาจัดงานเลี้ยงในสถานที่ดังกล่าว เนื่องจากมีเด็กสาวผู้เสียหายยืนยันว่า ได้หลับนอนกับนายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผวจ. แม่ฮ่องสอน ในคืนดังกล่าว ก่อนที่นายสืบศักดิ์จะมารับตำแหน่ง และจัดงานเลี้ยงต้อนรับที่หอประชุมโรงเรียนห้องสอนศึกษา อ.เมืองแม่ฮ่องสอน และ อบต.บ้านใหม่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ยืนยันว่ามีการจัดงานเลี้ยงจริง อยากให้ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ออกมาให้ข้อมูลจะได้ยุติเรื่อง หาก ผวจ.ถูกก็จะได้คืนความเป็นธรรมให้ท่าน หากผิดก็ว่ากันไปตามความผิด ทุกอย่างจะได้จบ ขณะที่เจ้าของรีสอร์ต ยืนยันจากการตรวจสอบบุ๊กจองห้องประชุมแล้วในคืนวันที่ 22 ก.ย.59 ไม่มีการจัดงานเลี้ยงใดๆ

นายบุญญฤทธิ์กล่าวว่า ก่อนที่จะเข้ารายงานตัวต่อทางจังหวัด ได้ไปยื่นหนังสือต่อ ป.ป.ช.ประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน ให้ตรวจสอบนายสืบศักดิ์ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ทำให้เกิดความเสียหาย แยกเป็น 2 กรณี กรณีแรกท่านเป็นประธานอนุกรรมการการค้ามนุษย์ระดับจังหวัด เมื่อผู้เสียหายมาร้องทุกข์ที่ศูนย์ดำรงธรรมตั้งแต่วันที่ 6 พ.ย.59 แต่ไม่มีคดีอะไรคืบหน้า และกรณีที่สอง จากที่ผู้เสียหายให้ถ้อยคำเกี่ยวกับ ด.ต.ยุทธชัย ทองชาติ ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด แต่ไม่มีการลงบันทึกในเอกสาร และภายหลังทราบว่าเด็กสาวผู้เสียหายที่ให้บริการยืนยันว่าเคยให้บริการแก่ ผวจ. การสอบเลยไม่ได้เอาเจ้าหน้าที่ของรัฐใส่ในเอกสาร ตรงนี้เป็นประเด็นสำคัญที่มารดาของผู้เสียหายพยายามร้องมาตลอดว่าคดีไม่คืบหน้า

...