ผบ.ทบ.สั่งไล่ล่ามือบึมห้างบิ๊กซี ปัตตานี หลังกล้องวงจรปิดจับภาพคนร้ายไว้ได้ชัดเจน มีด้วยกัน 4 คน รู้ตัวแล้ว 1 ใน 4 คือ “มะกอเซ็ง หม้าแอ้” มีชนัก 3 หมายจับ พบระเบิดที่คนร้ายนำมาใช้เป็นระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักกว่า 100 กก. บรรจุในถังแก๊ส 2 ถัง เชื่อมต่อวงจรเสร็จเรียบร้อยพร้อมทำงาน คาดเชื่อมโยงกับแก๊งคาร์บอมบ์โรงแรมเซาท์เทิร์นวิวปัตตานี เมื่อปี 59 พร้อมลุยค้นพื้นที่บ้านมะพร้าวต้นเดียวหาตัวพ่อค้าผ้าใบเจ้าของรถกระบะ เชื่อเป็นจุดที่ถูกคนร้ายลวงไปชิงรถนำไปประกอบระเบิด ในขณะที่เด็กหญิงวัย 5 ขวบ เหยื่อระเบิด อาการยังโคม่า ส่วนที่ จ.นราธิวาส ทหารรวบแนวร่วมโจรใต้ได้อีก 1 หลังร่วมกับพวกก่อเหตุยิงถล่มตำรวจหน้าเสาธง
จากเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิด “คาร์บอมบ์” ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาปัตตานี ริมถนนสายหนองจิก ต.รูสะมิแล อ.เมืองปัตตานี เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 9 พ.ค.โดยคนร้ายทำทีนำประทัดยักษ์มาจุดหน้าห้างฯ เพื่อลวงให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ แล้วฉวยโอกาสช่วงผู้คนเกิดความโกลาหลขับรถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ สีบรอนซ์เทา ทะเบียน บจ 3303 ยะลา ซึ่งชิงไปจากนายนุสน ขจรดำ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 81/23 หมู่ 9 ต.สะเตงนอก อ.เมืองยะลา พ่อค้าขายผ้าใบ ซุกระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 100 กก.ไปจอดบริเวณหน้าประตูทางเข้าห้างฯ แล้วจุดชนวนระเบิด ส่งผลให้ชาวบ้านที่พาลูกหลานมาจับจ่ายซื้อของเนื่องจากใกล้เปิดเทอมบาดเจ็บระนาว 61 คน ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่าคนร้ายมีด้วยกัน 4 คน หลังก่อเหตุขี่รถ จยย.หลบหนีไป ส่วนนายนุสน เจ้าของรถยังหายตัวไปไม่ทราบชะตากรรม ตำรวจเร่งติดตามหาตัวแล้ว
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 10 พ.ค.เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (อีโอดี) และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ภ.จ.ปัตตานี 30 นาย เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุบริเวณห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาปัตตานี เพื่อหาวัตถุพยานอีกครั้ง เบื้องต้นพบว่าระเบิดที่ คนร้ายนำมาใช้ในการก่อเหตุนั้นเป็นระเบิดแสวงเครื่องที่มีการประกอบและเชื่อมต่อวงจรเสร็จเรียบร้อยแล้ว พร้อมทำงานได้ทันที บรรจุในถังแก๊ส 2 ถัง รวมน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 100 กก. ดูจากลักษณะความรุนแรงคล้ายกับระเบิดที่คนร้ายนำไปใช้ “คาร์บอมบ์” โรงแรมเซาท์เทิร์นวิวปัตตานี เมื่อกลางปีที่ผ่านมา คาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนกลุ่มเดียวกัน ขณะเดียวกัน ตำรวจตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่าคนร้ายมีทั้งหมด 4 คน โดย 2 คนแรกนำรถคาร์บอมบ์เข้ามาจอด ส่วนอีก 2 คน ขี่รถ จยย.มาจอดรอรับบริเวณหน้าห้างฯ ตำรวจพอจะทราบเบาะแสของคนร้าย
ทั้งหมดแล้ว ลักษณะตรงตามข้อมูลและแฟ้มประวัติคดีความมั่นคง เพียงแต่รอผลการยืนยันจากพยานหลักฐานอื่นๆ มาประกอบ ก็สามารถระบุตัวได้ชัดเจน
...
สำหรับคนร้ายกลุ่มนี้พบว่ามีความเชื่อมโยงกับนายอับดุลเลาะ สาแม คนร้ายลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์ร้านอาหารมิดติ้ง ติดกับฐาน นปพ.อ.เมืองปัตตานี เมื่อวันที่ 26 ก.พ.2559 และนายฮาริม ดอเลาะ คนร้ายลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์โรงแรมเซาท์เทิร์นวิวปัตตานี เมื่อวันที่ 24 ส.ค.2559 หลังเกิดเหตุคาร์บอมบ์ห้างบิ๊กซี พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี สั่งการให้ชุดสืบสวนประสานผู้นำท้องถิ่นออกค้นหานายนุสน เจ้าของรถกระบะที่คนร้ายนำไปใช้เป็นคาร์บอมบ์เร่งด่วนแล้ว และจากการติดตามสัญญาณโทรศัพท์มือถือของนายนุสนพบว่าขาดการติดต่อล่าสุดบริเวณพื้นที่บ้านมะพร้าวต้นเดียว ต.สิปะสะโง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ตำรวจเชื่อว่านายนุสนน่าจะถูกคนร้ายลวงให้มาติดตั้งผ้าใบในพื้นที่ดังกล่าว ก่อนจะชิงเอารถกระบะนำไปก่อเหตุถล่มห้างบิ๊กซีปัตตานี เบื้องต้นตำรวจพุ่งเป้าไปที่คน 2 กลุ่ม คือกลุ่มโจรใต้ที่เคลื่อนไหวอยู่พื้นที่ ต.ปะกาฮะรัง อ.เมืองปัตตานี และกลุ่มที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ อ.หนองจิก
วันเดียวกันนายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผวจ.ปัตตานี เดินทางไปเยี่ยมอาการผู้บาดเจ็บที่ รพ.ปัตตานี พบว่าแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้วเป็นส่วนใหญ่ เหลือนอนพักรักษาตัวอยู่ 26 คนในจำนวนนี้บาดเจ็บสาหัส 3 คน คือ ด.ญ.นุรซาฟีการ์ สุรอระยอ อายุ 5 ขวบ บาดเจ็บที่ศีรษะจากเศษกระจกทิ่มแทงทะลุตับและไตอาการยังทรงตัว ยังอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด นางวรกมล ชูวงศ์ ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณหน้าท้อง ได้รับการผ่าตัดแล้ว และนายสมพร พึ่งจิตร อายุ 45 ปี ถูกสะเก็ดระเบิด เลือดคั่งในสมอง แพทย์ส่งต่อไปรักษาที่ รพ.มอ.หาดใหญ่ นายวีรนันท์กล่าวว่า ได้ตั้งศูนย์ช่วยเหลือที่ข้างห้างบิ๊กซี มีผู้มาลงชื่อจำนวนมาก ส่วนใหญ่เสียหายด้านทรัพย์สิน รถยนต์ 32 คัน รถ จยย. 26 คัน ร้านค้า 44 ร้าน คนร้ายมีพฤติกรรมอุกอาจ โหดเหี้ยม ใจอำมหิต ปรากฏตัวให้เห็นเด่นชัด ที่ผ่านมาหลบๆ ซ่อนๆเชื่อว่าได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี บางส่วนมีการออกหมายจับในหลายๆคดี มั่นใจว่าสามารถออกหมายจับได้ทั้ง 4 คน
ต่อมาเวลา 16.00 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พลอากาศเอก เกษม อยู่สุข หัวหน้าสำนักงานราชเลขานุการในพระองค์ เป็นผู้แทนพระองค์มอบแจกันดอกไม้และกระเช้าพระราชทานให้แก่ ด.ญ.นุรซาฟีการ์ สุรอระยอ อายุ 5 ขวบ น.ส.วรกมล ชูวงศ์ อายุ 39 ปี และ น.ส.มณฑิวา อรุณทัศ อายุ 43 ปี ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากเหตุคาร์บอมบ์หน้าห้างบิ๊กซี ปัตตานี เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจที่ รพ.ปัตตานี
ที่ห้องประชุมอำเภอเมืองปัตตานี พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี เปิดเผยขณะร่วมแถลงข่าวกับนายวีรนันทร์ เพ็งจันทร์ ผวจ.ปัตตานี และ พล.ต. จตุพร กลัมพสุต ผบ.ฉก.ปัตตานี ถึงความคืบหน้าคดีคาร์บอมบ์ห้างบิ๊กซีปัตตานี ว่า หลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ทุ่มเทกำลังความสามารถอย่างเต็มที่ในการสืบสวนไล่ล่าคนร้าย จนรู้เบาะแสว่ามีคนร้ายที่ร่วมกระทำผิด 4 คน และ 1 ใน 4 ที่ร่วมก่อเหตุคือ นายมะกอเซ็ง หม้าแอ้ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 30/18 หมู่ 3 ต.บาราโหม อ.เมืองปัตตานี เป็นบุคคลที่ปรากฏในภาพวงจรปิดขณะออกจากรถกระบะด้านที่นั่งข้างคนขับ และใส่เสื้อสีดำ และเมื่อตรวจสอบปรากฏว่ามีหมายจับ ป.วิอาญา คดีความมั่นคง 3 หมาย ทั้งหมดเกี่ยวข้องกับเหตุลอบวางระเบิดในเขต อ.เมืองปัตตานี ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับแล้ว ส่วนอีก 3 คน ที่เหลืออยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับเช่นกัน คดีนี้ผู้ก่อเหตุมีด้วยกัน 3 กลุ่ม กลุ่มละ 6 คน แบ่งการทำงานเป็นอย่างดี โดยชุดที่ก่อเหตุ 4 คน ถือเป็นกลุ่มที่ได้รับการฝึกมาอย่างดี สามารถก่อเหตุแบบเชิงประชิดตัว และใน 3 กลุ่มนี้ ตำรวจได้ออกหมายจับแล้วหลายคน ขณะนี้ได้ประเมินสถานการณ์แล้วพบว่า เขตเมืองจะต้องเพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยมากขึ้น เพราะยังเป็นพื้นที่เสี่ยง
...
จ.ยะลา พ.ต.ท.หาญพล รามด้วง สวป.สภ.เมืองยะลา เดินทางไปพบนางหญิง ขจรดำ ภรรยานายนุสน เจ้าของรถกระบะ ที่บ้านเลขที่ 81/23 หมู่ 9 ต.สะเตงนอก อ.เมืองยะลา โดยนางหญิงเผยว่า เมื่อวันที่ 9 พ.ค. เวลา 10.00 น. สามีขับรถไปติดตั้งผ้าใบกันสาดให้กับลูกค้าที่นัดหมายในพื้นที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี กระทั่งมาทราบจากตำรวจว่ารถของสามีถูกคนร้ายนำไปก่อเหตุคาร์บอมบ์ห้างบิ๊กซีปัตตานี ตอนนี้ครอบครัวรอฟังข่าวสามีอย่างมีความหวัง ด้าน พล.ต.ต.กฤษฎา แก้วจันดี ผบก.ภ.จ.ยะลา เผยว่า ตำรวจยังคงติดตามค้นหานายนุสน เชื่อว่าถูกปล้นชิงรถระหว่างทางแล้วอุ้มหายไป ตรวจสอบสัญญาณโทรศัพท์หายไปบริเวณบ้านมะพร้าวต้นเดียว ต.สิปะสะโง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี มั่นใจว่านายนุสนยังอยู่ในบริเวณดังกล่าว ต้องหาให้เจอไม่ ว่ามีชีวิตหรือเสียชีวิตแล้วก็ตาม
จ.นราธิวาส พ.ต.ท.เจฟฟรีย์ ไศลมานกุล รอง ผกก.สส.สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส เดินทางไปรับตัวนายอัมรัน สมะแอ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 79 หมู่ 1 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จากศูนย์ซักถามพิทักษ์สันติ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี หลังถูกเจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัวได้และให้การรับสารภาพว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุยิงถล่มตำรวจ สภ.ระแงะ ขณะยืนรับนโยบายจากผู้บังคับบัญชาหน้าเสาธงเมื่อช่วงเช้าวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยนายอัมรันให้การซัดทอดว่า นายสือดี ปูเตะ แกนนำโจรใต้ ซึ่งเคยก่อเหตุบุกยึด รพ.เจาะไอร้องใช้เป็นฐานโจมตีฐานทหารพราน 4816 เป็นคนสั่งการให้ขี่รถ จยย.ดูลาดเลาเส้นทางและความเคลื่อนไหวของตำรวจ ก่อนที่นายสือดีจะพาพวกบุกยิง โดยใช้รถกระบะที่ปล้นมาเป็นยานพาหนะ จากนั้นแยกย้ายกันหลบหนี กระทั่งถูกจับกุม ตำรวจควบคุมตัวไปทำแผนฯ แล้วนำตัวไปดำเนินคดี
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ต้องขอแสดงความเสียใจและขอเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บและได้รับผลกระทบกับเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้น ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายในพื้นที่ ร่วมกันดูแลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและผู้ที่ได้รับผลกระทบให้ดีที่สุด รวมทั้งเร่งคลี่คลายความเสียหาย ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง เร่งติดตามผู้ก่อเหตุและผู้เกี่ยวข้อง มาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด การกระทำของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบและผู้อยู่เบื้องหลัง ถือเป็นอาชญากรรมที่รุนแรง ป่าเถื่อน โหดเหี้ยม มุ่งหวังต่อชีวิตของพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ โดยเฉพาะกระทำในพื้นที่ย่านธุรกิจสำคัญ ประสงค์จะทำลายระบบเศรษฐกิจในพื้นที่ รวมทั้งต้องการสร้างความหวาดกลัวเพื่อ จำกัดและลิดรอนเสรีภาพของประชาชน
...
พ.อ.พีรวัชฌ์ แสงทอง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวว่า เหตุคนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณห้างบิ๊กซี จ.ปัตตานี เป็นการกระทำของคนเลวที่มีจิตทรามที่สุด พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ในฐานะรอง ผอ.รมน. ได้เน้นย้ำ 3 เรื่อง คือ 1.ต้องรวบรวมพยานหลักฐาน ติดตามตัวคนร้ายมาลงโทษโดยเร็วที่สุด ตามหลักฐานมีภาพวีดิโอจากกล้องวงจรปิดบันทึกภาพคนร้ายได้ชัดเจน คาดว่าเจ้าหน้าที่ใช้เวลาอีกไม่นานจะจับกุมตัวคนร้ายได้ 2.หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดูแลช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บให้ดี ที่สุด และ 3.ขอให้หน่วยปฏิบัติในพื้นที่ดูแลมาตรการด้านการข่าว เฝ้าระวังทุกจุดอย่างเข้มงวดกวดขัน และขอให้ประชาชนช่วยอำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่ติดตามคนร้าย เพื่อความปลอดภัยของประชาชนเอง ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ รปภ.ห้างบิ๊กซีที่ช่วยกันประชาชนออกนอกพื้นที่หลังเกิดเหตุระเบิดลูกแรก ทำให้การสูญเสียเกิดขึ้นเพียงเล็กน้อย
นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กล่าวถึงกรณีเหตุการณ์ลอบวางระเบิดที่ห้างบิ๊กซี จ.ปัตตานี ว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ดังกล่าวมาก ผู้ก่อเหตุมีความประสงค์ต่อชีวิตผู้บริสุทธิ์โดยเฉพาะผู้หญิงและเด็ก ต้องการทำให้ประชาชนเกิดความรู้สึกหวาดกลัว ไม่เชื่อมั่นในอำนาจรัฐว่าจะปกป้องประชาชนได้ อยากให้ทุกฝ่ายแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับการกระทำแบบนี้ เจ้าหน้าที่ต้องเร่งหาพยานหลักฐาน หาผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายโดยเร็ว ช่วงนี้คนเริ่มเยอะเพราะกำลังจะเข้าเดือนรอมฎอน ชาวบ้านออกมาซื้อของกัน ดังนั้นไม่ว่าผู้กระทำผิดจะเป็นใครต้องขอประณาม เหตุการณ์แบบนี้ไม่มีใครรับได้ ไม่ควรใช้ชีวิตผู้บริสุทธิ์มาเป็นเครื่องมือต่อรองเจรจาพูดคุยกับรัฐ ถือเป็นการกระทำที่ไม่ชอบธรรม ไม่มีประเทศใดในโลกนี้ที่มีความขัดแย้งแล้วเขาทำกัน
...
นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เผยว่า คปภ.มีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ได้สั่งการให้ คปภ. ภาค 9 และ คปภ.ปัตตานี ลงพื้นที่ประสานงานให้ความช่วยเหลือด้านประกันภัย ตลอดจนเร่งรัดบริษัทประกันภัยให้จ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เอาประกันภัยเป็นการด่วน ล่าสุดมีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งสิ้น 61 คน อาการสาหัส 3 คน ในส่วนของห้างบิ๊กซีมีประกันภัยทรัพย์สินคุ้มครองภัยก่อการร้ายไว้กับบริษัทอาคเนย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) ซึ่งความเสียหายด้านตัวอาคารและทรัพย์สินของห้างฯอยู่ระหว่างการประเมินความเสียหาย