เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก ได้มีการจัดกิจกรรมของเครือข่ายวิชาชีพสื่อมวลชน 30 องค์กร เพื่อแสดงถึงจุดยืนของสื่อในการที่จะคัดค้านกฎหมายควบคุมสื่อ ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ถนนสามเสนหลังจากการอภิปรายแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวางของผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆที่มาร่วมกิจกรรมจบลงแล้ว ตัวแทนเครือข่ายวิชาชีพสื่อมวลชนทั้ง 30 องค์กรได้ร่วมกันอ่านแถลงการณ์รวมทั้งสิ้น 4 ข้อด้วยกันนอกจากจุดยืนที่สำคัญที่สุดคือ ขอให้รัฐบาลยับยั้งร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองเสรีภาพฯฉบับที่ได้รับการคัดค้านอย่างกว้างขวางฉบับนี้ เพราะเป็นกฎหมายที่จำกัดเสรีภาพของสื่อมวลชนและประชาชน ทั้งยังมีเนื้อหาที่ขัดกับรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน...แล้วในแถลงการณ์ยังขอให้ยกเลิกประกาศและคำสั่งของ คสช.ที่มีเนื้อหาจำกัดสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชน เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับใหม่รับรองเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นของประชาชนไว้อย่างชัดเจนที่สำคัญในแถลงการณ์มิได้มุ่งเน้นไปในการ ขอให้ยับยั้งร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้แต่ฝ่ายเดียว ยังขอให้สื่อมวลชนทุกประเภทตระหนักถึงการทำหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม และกรอบจริยธรรมแห่งวิชาชีพโดยเคร่งครัด พร้อมรับการตรวจสอบจากสังคมซึ่งในประเด็นนี้แถลงการณ์ของเครือข่ายวิชาชีพสื่อ ได้ไปขมวดไว้ในตอนท้ายด้วยว่า มีความตั้งใจและมีความมุ่งมั่นที่จะทำให้กลไกกำกับดูแลกันเอง ทางด้านจริยธรรมที่มีอยู่แล้วให้มีประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้นในส่วนของการตรวจสอบจากสังคมและประชาชนนั้น แถลงการณ์ได้ขอร้องให้ประชาชนในฐานะผู้บริโภคข่าวสารมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ และควบคุมการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนให้อยู่ในกรอบจริยธรรมอย่างเข้มข้นโดยส่วนตัวแล้ว ผมเห็นว่าข้อเสนอข้อนี้สำคัญที่สุดในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งทุกอย่างตัดสินกันด้วยเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนหากประชาชนรู้เท่าทันสื่อ และร่วมมือกันควบคุมสื่อ ที่ไร้จริยธรรมหรือทำผิดหน้าที่ อย่างเอาจริงเอาจัง จะเป็นมาตรการลงโทษทางสังคมที่รุนแรงที่สุดลำพังแค่ร่วมใจกันไม่บริโภค ไม่ซื้อ ไม่เปิดดู ไม่เปิดฟัง ทำให้ยอดจำหน่ายตกฮวบ หรือเรตติ้งร่วงอย่างแรงก็จะทำให้สื่อนอกลู่ที่ว่านั้นต้องเก็บไปคิดอย่างหนักแล้วละครับยิ่งหันมาใช้กฎหมายต่างๆที่มีอยู่มากมายเพื่อเล่นงานสื่อที่ทำผิดจริยธรรมในเรื่องนั้นๆ ก็จะยิ่งทำให้สื่อมีความเกรงกลัวและระมัดระวังตัวที่จะไม่ทำผิดซ้ำซากขึ้นมาอีกขอให้เชื่อเถอะครับว่าไม่มีสื่อประเภทไหนที่ไม่เกรงกลัว หรือไม่แคร์ หรือกล้าอวดดีกับเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนที่แล้วมาประชาชนบางกลุ่มอาจจะไม่ทราบว่าเสียงของท่านมีความหมายต่อสื่อมวลชนมากถึงเพียงนี้...ผมก็ขอแจ้งให้ทราบไว้ว่าท่านนี่แหละครับ สำคัญที่สุด และสื่อกลัวที่สุดขอให้ออกมาตรวจสอบออกมาควบคุมการทำหน้าที่สื่อมวลชนอย่างเข้มข้นกันเถอะครับ นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปสำหรับประเด็นเรื่องการควบคุมกันเอง ผมก็เห็นด้วยว่าที่แล้วๆมาอาจจะยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรแต่ก็ดีขึ้นเรื่อยๆเป็นลำดับ โดยเฉพาะในช่วงหลังๆ เมื่อองค์กรสื่อเริ่มหันมาใช้พลังประชาชนเข้ามาร่วมควบคุมมากขึ้นสื่อก็เหมือนบุคคลหรือกลุ่มคนทุกอาชีพ ไม่ว่าในบ้านเรา หรือที่ไหนก็ตาม ย่อมจะมีคนนอกลู่ ดื้อรั้น หรือบางครั้งก็ถึงขั้นไร้จริยธรรม อย่างแท้จริงเข้ามาปะปนอยู่ย่อมจะต้องใช้เวลาในการแก้ไขและเปลี่ยนแปลงปรับปรุงให้ดีขึ้น เป็นของธรรมดาผมเห็นด้วยกับแถลงการณ์ของเครือข่ายสื่อฯฉบับนี้ เพราะครอบคลุมผู้เกี่ยวข้องทุกด้านและสอดคล้องกับระบอบประชาธิปไตยของสากลโลก และเป็นข้อเสนอที่ผมเห็นว่าเป็นการ “ปฏิรูป” ทุกๆฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างแท้จริงปฏิรูปทั้งรัฐบาลทั้งตัวสื่อเองและประชาชนคนบริโภคสื่อด้วยก็ขอฝากท่านรองนายกฯ ดร.วิษณุ เครืองาม ในฐานะผู้ประสานงานของรัฐบาลในเรื่องนี้รับไปพิจารณาด้วยนะครับ ในฐานะบุคคล ที่ผมเชื่อว่าท่านเข้าใจสื่อดีที่สุดใน ครม.ชุดนี้.“ซูม”