วันก่อน “นิสิตา” ได้รับเชิญจากตัวแทนนักเรียน โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ไปร่วมเปิดตัว โครงการ “สถานีตำรวจล้ำสมัย” ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ทางโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ผนึกกำลังกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สนช.) และสำนักงานกิจการยุติธรรม (สกธ.) จัดขึ้นเพื่อบูรณาการ “กระบวนการยุติธรรม” รองรับการเปิดประชาคมอาเซียน และการขับเคลื่อนสู่ไทยแลนด์ 4.0ก่อนที่จะไปพูดคุยกับน้องๆ นักเรียนนายร้อยตำรวจ โต้โผใหญ่อย่าง พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ เล่าให้ฟังถึงที่มาของโครงการว่า “โรงเรียนนายร้อยตำรวจได้รับมอบหมายจาก สตช.ให้กำหนดแนวทางการพัฒนาสถานีตำรวจให้ล้ำสมัย มีระบบการทำงานตามมาตรฐานสากล เพื่อให้ประชาชนมีช่องทางการรับบริการและเข้าถึงการให้บริการของสถานีตำรวจอย่างรวดเร็ว รองรับการพัฒนาประเทศสู่ไทยแลนด์ 4.0 และการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เพราะหน้าสถานีตำรวจคือด่านแรกที่จะคอยอำนวยความยุติธรรมให้กับคนไทย และกลุ่มอาเซียนที่หลั่งไหลเข้ามา ทั้งแรงงาน นักท่องเที่ยว นักลงทุน โดยมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยมีการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศในการปฏิบัติงาน และมี สน.ต้นแบบ 3 สถานี ได้แก่ สน.ภาษีเจริญ สน.บางแก้ว และ สน.พัทยา ที่สำคัญโรงเรียนนายร้อยตำรวจได้ปรับหลักสูตรการเรียนการสอนเพื่อสร้างความพร้อมของนักเรียนนายร้อยตำรวจ ที่จะออกไปปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศไทย”นรต.เกริกไกวัล รวบยอด หรือ ก๊อต นักเรียนนายร้อยตำรวจ ชั้นปีที่ 3 ในฐานะหัวหน้านักเรียนรับช่วงสานต่อไม่ให้ขาดตอนว่า “โรงเรียนนายร้อยตำรวจได้ปรับหลักสูตรใหม่ เพื่อให้ นรต.มีความทันยุคทันสมัยตอบสนองการเข้าสู่ประชาคม อาเซียน และไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งมีความแตกต่างจากหลักสูตรเดิมอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากมีการเน้นทักษะที่จำเป็นสำหรับโลกยุคใหม่ โดยเฉพาะเรื่องของภาษาและเทคโนโลยี ที่ นรต.ทุกคนต้องเรียนรู้ โดยเรื่องของภาษานั้นจะเน้นการเรียนภาษาอังกฤษ และภาษาอาเซียน ซึ่งถือว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่ง มีการเพิ่มความเข้มการเรียนภาษาตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 และมีการให้แรงจูงใจเพื่อให้นักเรียนฝึกฝนภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้นด้วยการทดสอบหาก นรต.คนใดสามารถ ทำคะแนนได้สูงถึงระดับที่กำหนด นอกจากจะได้รับเงินเดือนเพิ่มครึ่งขั้นแล้ว ยังมีโอกาสได้ทุนไปศึกษาดูงานช่วงปิดเทอมในต่างประเทศด้วย”นรต.ภัทราวุธ ดำราษฎร์ หรือ ยีน นักเรียนนายร้อยตำรวจ ชั้นปีที่ 3 กล่าวเสริมว่า “โรงเรียนนายร้อยตำรวจมีการปรับตัวเพื่อให้สอดรับกับโครงการสถานีตำรวจล้ำสมัย โดยสอนเรื่องเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ใช้ในกิจการตำรวจ อย่างการโจรกรรมในโลกไซเบอร์ หรืออินเตอร์เน็ต การแฮกข้อมูล หรือการซื้อของออนไลน์ จะมีตัว ช่วยสืบไอพี แอดเดรสว่าเป็นใครอยู่ที่ไหน และยังมีการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อช่วยในการสืบสวน คดีอาชญากรรม การใช้กล้องซีซีทีวี การใช้กล้องตรวจจับจราจร และการนำโดรนมาใช้ในการไล่ล่า ซึ่งหลักสูตรนักเรียนนายร้อยยุคใหม่จะเน้นการเรียนการสอนให้เข้ากับสังคมยุคใหม่ทุกด้าน ซึ่งการเรียนวิชานี้ก็ได้เครื่องมือที่ทันสมัย และอาจารย์ที่มีความรู้ความชำนาญมาสอนซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในการออกไปปฏิบัติหน้าที่”ตามติดด้วย นรต.หญิงพาขวัญ ม่วงศิริ หรือ ไข่มุก นักเรียนนายร้อยตำรวจ ชั้นปีที่ 3 ยิ้มหวานก่อนเล่าว่า “หลักสูตรใหม่ยังมีการเรียนเรื่องนิติวิทยาศาสตร์ จากเมื่อก่อนที่ไม่มีการเรียนการสอนเรื่องนี้ เวลาเกิดเหตุแล้วตำรวจเข้าไปในที่เกิดเหตุก็อาจจะเข้าไปทำลายวัตถุพยานหรือหลักฐานต่างๆโดยไม่รู้ตัว เมื่อเรียนแล้วพวกเราจะต้องออกไปช่วยแนะนำตำรวจ ซึ่งจะช่วยในการทำงานของตำรวจได้มาก และในการเรียนการสอนยังมีการปูพื้นฐานวิชาอาเซียน โดยเน้นให้นักเรียนนายร้อยตำรวจเรียนรู้ทุกด้านที่เกี่ยวกับประเทศในอาเซียน ไม่เฉพาะเรื่องภาษาเท่านั้น แต่ต้องเรียนรู้ทั้งเรื่องการศึกษา การท่องเที่ยว ตำแหน่ง อาชีพต่างๆ ของทุกประเทศอีกด้วย และยังมีโครงการแลกเปลี่ยนนักเรียนนายร้อยตำรวจกับต่างประเทศ ซึ่งทำให้ได้เปิดโลกทัศน์ แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและภาษา เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักเรียนนายร้อยตำรวจของประเทศต่างๆด้วย”ปิดท้ายด้วย นรต.เซินนาม ฝาม หรือ แมน นักเรียนนายร้อยตำรวจ ชั้นปีที่ 2 ซึ่งเป็น 1 ใน 4 นักเรียนนายร้อยตำรวจจากเวียดนาม ที่ได้รับทุนมาเรียนที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจของไทยเป็นรุ่นที่ 2 บอกว่า “ผมเรียนจบปี 1 ที่เวียดนามพอมีทุนให้มาเรียนที่ประเทศไทยก็รีบสมัครและได้รับการคัดเลือก ซึ่งต้องมาเรียนปี 1 ใหม่แต่ก็ยอมเพราะถือเป็นเรื่องดีที่ได้มีโอกาสมาเรียนโรงเรียนนายร้อยตำรวจของประเทศไทย เพราะเป็นหลักสูตรที่มีการฝึกภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้น และได้เรียนรู้เรื่องของการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในกระบวนการยุติธรรม นอกเหนือจากการเรียนวิชาการ ทำให้มีความรู้ครอบคลุมในทุกด้าน ซึ่งต่างจากของเวียดนามที่จะเน้นเรียนวิชาการในห้องเรียนมากกว่า ที่สำคัญได้มารู้จักกับนักเรียนนายร้อย ตำรวจไทย ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานร่วมกันในอนาคต”สิ่งที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจกำลังปรับตัวในวันนี้ มีเป้าหมายเพื่อหล่อหลอมว่าที่นายร้อยตำรวจที่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ สอดคล้องกับสังคมในยุคไฮเทค รองรับประชาคมอาเซียน และการก้าวเข้าสู่ไทยแลนด์ 4.0เพื่อสร้างตำรวจไทยให้รู้ทันโลกยุคใหม่ จะได้เป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง!!!นิสิตา