นางพิมพ์รวี วัฒนวรางกูร อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) กล่าวเปิดโครงการพัฒนาทักษะและเทคนิคการแสดงพื้นบ้านสาขาลิเก ว่า ปัจจุบันการแสดงพื้นบ้านทั่วประเทศหลายสาขา ทั้งลิเก โนราห์ อีแซว หมอลำ อยู่ในสถานการณ์น่าห่วง โดยเฉพาะในด้านการไร้ผู้สืบทอด รวมทั้งค่านิยมของเด็กรุ่นใหม่ที่หันไปนิยมกิจกรรมจากต่างชาติ จึงน่ากังวลว่าในอนาคตอันใกล้นี้ศิลปะการแสดงพื้นบ้านกำลังจะสูญหายไป และยังส่งผลกระทบทำให้ศิลปินพื้นบ้านที่มีอยู่ขาดรายได้ ไม่มีการจ้างงาน หากยังไม่มีการพัฒนาคุณภาพ ทักษะการแสดง และรูปแบบการนำเสนอให้มีความโดดเด่น สวยงาม เป็นที่น่าสนใจ
อธิบดี สวธ. กล่าวอีกว่า สวธ.จึงพยายามหาแนวทางที่จะทำให้การแสดงพื้นบ้านได้รับการพัฒนา ให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย เพื่อคณะศิลปินพื้นบ้านสามารถอยู่ได้ มีงานแสดง โดยเริ่มจากคัดเลือกนักแสดงคณะลิเก จาก จ.นนทบุรี ราชบุรี และพิจิตร รวม 36 คน เข้ารับการพัฒนาทักษะด้านการขับร้อง การเคลื่อนไหวร่างกายทั้งนาฏศิลป์และศิลปะการแสดง และพัฒนาแนวคิด ซึ่งจะได้รับการถ่ายทอดความรู้จากศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง ได้แก่ นางภัทราวดี มีชูธน และบุญเลิศ นาจพินิจ รวมถึงมานพ มีจำรัส ศิลปาธรสาขาศิลปะการแสดง
ด้านนางภัทราวดีกล่าวว่า ในการอบรมไม่เพียงแต่จะสอนทักษะและเทคนิคการแสดงเท่านั้น เพราะหากให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจการแสดงพื้นบ้าน ศิลปินต้องคิดสร้างสรรค์ ใฝ่รู้ ทำงานร่วมกันเป็นทีม และนำความร่วมสมัยมาประยุกต์ให้มีไหวพริบทางการแสดง เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของสังคม จะหากินไปวันๆเหมือนเดิมไม่ได้ ขณะเดียวกันต้องคำนึงถึงการจัดวางตัวให้เหมาะสม มีระเบียบวินัย ซึ่งการเล่นลิเกต้องร้องให้เพราะ ไม่เพี้ยน ออกเสียงตัวควบกล้ำให้ถูกต้อง การรำต้องอ่อนโยน ใช้ภาษาสุภาพ ไม่เอาสิ่งที่ไม่ดี เช่น คำหยาบคาย หรือ การเห็นแก่ผลประโยชน์ รับพวงมาลัย มาเป็นตัวตั้ง ตัวนักแสดงควรรักษามารยาททางการแสดง เป็นต้นแบบนำสิ่งที่ดี ไม่ใช่ทำปากหวานแล้วไปขอเงินเรี่ยไรจากคนดู ซึ่งจะทำให้การแสดงดูตกต่ำลงได้.
...