ตำรวจซ้อนแผนจับแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกตุ๋นเงินนักศึกษาหนุ่มหวิดสูญเงิน 1.2 ล้านบาท ผู้ต้องหา 2 คนเป็นชาวไทยกับชาวจีน แฉพฤติกรรมแก๊งมิจฉาชีพใช้มุกเดิมอ้างตัวเป็นตำรวจ-เจ้าหน้าที่ ปปง. ขอตรวจสอบ บัญชีธนาคารสงสัยเป็นเงินผิดกฎหมาย พูดจาข่มขู่จนเหยื่อหวาดกลัวไปถอนเงินจากสลากออมสิน 1.2 ล้านบาท ให้ไปแล้วยังขอตรวจสอบเพิ่ม ผู้เสียหายเข้าไปเบิกเงินในธนาคารอีก 1.3 ล้านบาท จนเจ้าหน้าที่ธนาคารผิดสังเกตแจ้งตำรวจซ้อนแผน 2 ตลบตาม รวบตัวได้ทั้งคู่พร้อมยึดเงินคืนผู้เสียหายได้ทันท่วงทีที่ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 5 ต.ค. พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผบก.ภ.จ.ปทุมธานี พล.ต.ต.ภาณุภาคยณ์ จิตต์ประยูรตี ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.พีรศักดิ์ รอดบน รอง ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.ธงรบ แจ้งจิต รอง ผบก.ภ.จ.ปทุมธานี พ.ต.อ.หฤษฎ์ คำจุมพล ผกก.สส.ภ.จ.ปทุมธานี พ.ต.อ.อดิเรก โพธิปัน ผกก.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ พร้อมตำรวจชุดสืบสวนภาค 1 ชุดสืบสวน ภ.จ.ปทุมธานี และชุดสืบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ร่วมแถลง ผลการจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงนักศึกษา ผู้ต้องหา 2 คนคือนายกชพงศ์ แซ่เจียง อายุ 25 ปี ชาว จ.เชียงใหม่ และนายฉาน ลก ลอย อายุ 40 ปี ชาวจีน พร้อมของกลางเงินสด 1.2 ล้านบาท ที่หลอกลวง ไปจากผู้เสียหายคดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 3 ต.ค. เวลาประมาณ 14.20 น. ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ธนาคารออมสิน สาขา ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ว่า พบความผิดปกติในการถอนเงินของนักศึกษาชายคนหนึ่ง อายุ 19 ปี เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี ได้ถอนเงินจากสลากออมสินจำนวน 1.2 ล้านบาท ด้วยการใช้ ใบแจ้งความที่ สน.ดอนเมือง ว่า สลากออมสินหาย จากนั้นวันเดียวกันได้นำสมุดบัญชีเงินฝากของธนาคาร ออมสิน มาถอนเงินสดอีก 1.3 ล้านบาท ระหว่างดำเนินการมีการใช้โทรศัพท์มือถือวิดีโอคอลตลอดเวลา ทำให้เจ้าหน้าที่ธนาคารเห็นความผิดปกติรีบแจ้งตำรวจมาตรวจสอบจากการสอบถามนักศึกษาชายผู้เสียหาย เผยว่า มีคนอ้างตัวเป็นตำรวจ และเจ้าหน้าที่ ปปง. ติดต่อมาขอตรวจสอบบัญชีธนาคารสงสัยว่าเป็นเงินผิดกฎหมาย ทำให้ตกใจกลัว มาถอนเงินสดจากสลากออมสิน 1.2 ล้านบาท ไปมอบให้แล้ว ต่อมาคนที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ ปปง.ขอตรวจสอบเงินเพิ่ม จึงนำสมุดบัญชีมาถอนเงิน ออกจากธนาคารอีก 1.3 ล้านบาท พร้อมวิดีโอคอล พูดคุยกับอีกฝ่ายตลอดเวลา จนเจ้าหน้าที่ธนาคารพบความผิดปกติรีบแจ้งตำรวจมาตรวจสอบถึงทราบว่าตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ต่อมา ตำรวจซ้อนแผนให้ผู้เสียหายทำทีจะนำ เงินที่ถอนออกมาเพิ่มไปมอบให้คนร้ายที่รออยู่บริเวณ ลานจอดรถชั้น G ห้างฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ก่อนเข้า จับกุมตัวไว้ได้ ทราบชื่อนายกชพงศ์ แซ่เจียง อายุ 25 ปี พร้อมของกลางเงินสด 1.2 ล้านบาท ของผู้เสียหายและโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง เบื้องต้นนายกชพงศ์รับสารภาพว่า มีหน้าที่รับเงินจากผู้เสียหายไปส่ง ให้ชายชาวจีน ย่านห้วยขวาง กทม. ตำรวจวางแผนให้ นายกชพงศ์โทรไปบอกชายชาวจีนว่าหลอกผู้เสียหายสำเร็จแล้วจะนำเงินไปมอบให้ยังสถานที่นัดหมาย ก่อนตามไปจับกุมตัวนายฉาน ลก ลอย อายุ 40 ปี ชาวจีน ขณะขับรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียน 9 กค 8410 กรุงเทพมหานคร มาจอดรอรับเงินอยู่ริมถนนเทียมร่วมมิตร ข้างอาคารศูนย์ซ่อมบำรุงหลัก โครงการรถไฟฟ้ามหานคร เขตห้วยขวางจากนั้นคุมตัวไปตรวจค้นห้องพักคอนโดในซอย ประชาราษฎร์บำเพ็ญ 20 ตรวจยึดเงินสด 460,000 บาท ที่หลอกลวงมาจากผู้เสียหายรายอื่น นายฉาน ยอมรับว่าเป็นเงินที่นายกชพงศ์นำมาส่งไว้ให้เมื่อวันที่ 2 ต.ค.จำนวน 500,000 บาท ได้หักค่าใช้จ่าย ไปแล้ว 40,000 บาท ส่วนเงิน 1.2 ล้านบาท ที่ตรวจ ยึดได้จากผู้ต้องหาชาวไทยได้ส่งมอบคืนให้ผู้เสียหายแล้ว เบื้องต้นทั้งคู่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ดำเนินคดีต่อไปพล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผบช.ภ.1 กล่าวว่า วิธีการหลอกลวงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์จะใช้การข่มขู่ แสดงตัวทำให้ผู้เสียหายเกิดความหวาดกลัวว่าเป็นผู้กระทำผิด ผู้เสียหายรายนี้เป็นนักศึกษาที่อยู่กับพ่อแม่ด้วย แต่ชอบเก็บตัวคนเดียวในห้องทำให้ผู้ปกครอง ไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติ คนร้ายพยายามแจ้งว่า ไม่ให้บอกพ่อแม่หรือคนอื่น อย่างไรก็ตามตำรวจได้ทำ MOU ร่วมกับธนาคารให้ช่วยสังเกตความผิดปกติเกี่ยวกับการเบิกถอนเงินของลูกค้าที่มีอายุน้อยและขอให้ประชาชนอย่าหลงกลกลุ่มมิจฉาชีพ ขอให้ตั้งสติ อย่ากลัว ตัดสายทิ้ง ปรึกษาคนใกล้ชิดและโทร.แจ้งตำรวจได้ทันทีอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่