นายกฯนั่งหัวโต๊ะประชุม บกปภ.ช.เน้นย้ำทุกหน่วยเร่งเยียวยา-ฟื้นฟูพื้นที่ ขณะที่ กทม.ชี้แจงปัญหาการลงทะเบียนช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมผ่านเพจของ กทม. แนะคนไม่สะดวกทำผ่านออนไลน์ ไปให้ข้อมูลได้ที่สำนักงานเขตในเวลาราชการ พร้อมระดมคนจัดทำถุงยังชีพ ตั้งเป้าส่งไปก่อน6หมื่นถุง จากความต้องการราว 1 แสนถุง ส่วน ปภ.ระบุผู้ประสบอุทกภัยแจ้งผ่านแอปทางรัฐแล้วกว่า 8.5 แสนราย มากสุดอยู่ใน กทม.กว่า 3.7 แสนราย ย้ำใช้รหัสเลขบ้านเป็นตัวหลัก ปิดทางแจ้งซ้ำซ้อน ด้านสวนดุสิตโพลเผยผลสำรวจ “กำลังใจจากคนไทยด้วยกัน” ในช่วงเกิดวิกฤติภัยพิบัติ สิ่งแรกที่คนไทยพึ่งพาคือคนในครอบครัว ช่วยเหลือดูแลกันเอง พร้อมส่งเสียงถึง รบ.ไม่ใช่แค่แจกจ่ายจบยังหวังประสิทธิภาพการทำงาน จัดการภัยพิบัติเชิงรุก รวมถึงต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน การแจ้งเตือนที่รวดเร็วรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ยังคงเดินหน้าช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยจากน้ำท่วมหนัก ทั้งในภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ที่มีการระบายน้ำจนระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่องนายกฯ ปธ.ประชุม บกปภ.ช.ที่ห้องประชุม 1 ปภ. อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เมื่อวันที่ 4 ต.ค. เวลา 09.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ที่เป็นการประชุมผ่านระบบออนไลน์จาก จ.บุรีรัมย์ มีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวง มหาดไทย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่า ราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ผู้นำเหล่าทัพ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ศูนย์ ปภ.เขต และสำนักงาน ปภ.จังหวัด เข้าร่วมประชุมเน้นเร่งเยียวยา-ฟื้นฟูพื้นที่ในที่ประชุมวันนี้ นายกรัฐมนตรียังได้เน้นย้ำ 4 ข้อสั่งการสำคัญ ได้แก่ 1.เร่งสำรวจความเสียหายและเยียวยาประชาชน ให้จังหวัดและหน่วยงานในพื้นที่สำรวจความเสียหายให้ครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน ครอบคลุมชีวิต ทรัพย์สิน บ้านเรือน พื้นที่ การเกษตร และสาธารณูปโภค พร้อมเร่งจ่ายเงินช่วยเหลือให้ถึงมือประชาชนโดยเร็ว ถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้ 2.เร่งฟื้นฟูพื้นที่น้ำลดให้กลับสู่ภาวะปกติ เร่งระบายน้ำ กำจัดขยะและสิ่งปฏิกูลทำความสะอาดบ้านเรือนและพื้นที่สาธารณะ ป้องกันปัญหาสาธารณสุขหลังน้ำลด พร้อมจัดทำแผนบิ๊ก คลีนนิ่ง เพื่อให้ประชาชนและสถานประกอบการกลับมาใช้ชีวิตและดำเนินกิจการได้โดยเร็ว 3.เร่งฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภค ทั้งไฟฟ้า น้ำประปา ถนน ระบบสื่อสาร และสัญญาณโทรศัพท์ ให้กลับมาใช้งานได้โดยเร็วและครอบคลุมทุกพื้นที่ และ 4.ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีและนนทบุรี ตรวจคันกั้นน้ำทั้ง 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ให้มีความมั่นคง แข็งแรงตลอดแนวลงออนไลน์ไม่ได้ให้ไปที่เขตส่วนที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 10.00 น. นายวิษณุ เจริญ ผอ.ส่วนวิศวกรรมระบบระบายน้ำ สำนักงานระบายน้ำกรุงเทพมหานคร แถลงถึงการลงทะเบียนช่วยเหลือประชาชนจากปัญหาน้ำท่วมว่า กทม.เปิดให้ลงทะเบียนผ่านช่องทางของ กทม.ทางเพจเว็บไซต์ claim.Bangkok.go.th จนถึงปัจจุบันมีประชาชนลงทะเบียนแล้ว 35,800 ราย ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้น กทม.พยายามเร่งแก้ไขในส่วนของระบบ เช่น เมื่อ วันที่ 3 ต.ค.มีประชาชนแจ้งว่าไม่พบพื้นที่เขตตนเอง ปัจจุบันได้ดำเนินการแก้ไขในระบบให้มีข้อมูล ครบถ้วนแล้ว และมีประชาชนบางส่วนสอบถามมาว่า หากลงทะเบียนแล้วจะสามารถปรับแก้ไขข้อมูลได้หรือไม่ ท่านสามารถเข้าไปปรับแก้ไขข้อมูลในระบบได้ ส่วนของประชาชนที่ไม่สะดวกในการลงข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ สามารถเข้าไปให้ข้อมูลได้ที่สำนักงานเขตในเวลาราชการปภ.แจงรายละเอียดเงินเยียวยาด้าน น.ส.ศิริธร สมสุวรรณ ผอ.กองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ปภ.แถลงถึงการช่วยเหลือเยียวยา ประชาชนว่า ส่วนที่ 1 เงินทดรองราชการตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในกรณีฉุกเฉิน ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เข้าสำรวจความเสียหาย จัดทำบัญชี และจะเข้าประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอำเภอ (ก.ช.ภ.อ.) เพื่อใช้เงินในอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด อาทิ ค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัยประจำ หลังละไม่เกิน 88,600 บาท ค่าซ่อมแซมโรงเรือนเกษตร ครอบครัวละไม่เกิน 6,800 บาท ฯลฯ กรณีผู้บาดเจ็บสาหัสนอนโรงพยาบาล 3 วันขึ้นไป ให้ความช่วยเหลือ 5,000 บาท หากได้รับบาดเจ็บถึงพิการ ช่วยเหลือ 16,600 บาท ส่วนที่ 2 เงินตามมติ ครม.เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในช่วงฤดูฝน ปี 69 ในกรณีที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วม 7 วันขึ้นไป ช่วยเหลือครัวเรือนละ 9,000 บาท ที่อยู่อาศัยประจำและที่อยู่อาศัยอาคารสูงถูกน้ำล้อมช่วยเหลือ 5,000 บาทแจ้งผ่านแอป “ทางรัฐ” 8.5 แสนรายน.ส.ศิริธรกล่าวว่า ส่วนที่มีข้อสอบถามจากประชาชนที่ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐว่า เมื่อกรอกข้อมูลเข้าไปปรากฏข้อความในระบบว่าที่อยู่ไม่อยู่ในเขตการช่วยเหลือที่เปิดรับ ปภ.และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (DGA) เปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 2 ต.ค. เวลา 08.00 น.เป็นต้นไป เป็นการทยอยเปิดตามในพื้นที่ที่มีการแจ้งประกาศเขตภัยพิบัติ อาจทำให้บางพื้นที่ที่อยู่ระหว่างการทยอยเปิดระบบ เกิดความติดขัดไม่สามารถเข้าใช้งานได้ ปัจจุบันระบบลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ เปิดใช้งานได้ทั้ง 65 จังหวัด ที่เป็นพื้นที่จะรับการช่วยเหลือ รวมทั้ง 50 เขตของ กทม.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนขอเยียวยาน้ำท่วมในระบบทางรัฐ วันที่ 4 ต.ค. เวลา 08.30 น. มี 851,547 ราย พื้นที่ลงทะเบียนมากสุดคือ กทม. 371,775 ราย รองลงมา สมุทรปราการ 122,786 ราย ปทุมธานี 105,525 ราย และฉะเชิงเทรา 34,604 ราย ปภ.จะเร่งช่วยเหลือเยียวยาตามขั้นตอนต่อไปใช้รหัสเลขบ้านเป็นหลักลงซ้ำไม่ได้น.ส.ศิริธรกล่าวว่า ส่วนกรณีผู้สูงอายุสอบถามเข้ามาว่า กรณีแจ้งข้อมูลยืนยันเข้ามาในระบบบ้านเลขที่เดียวกันนั้น ทางระบบจะจัดข้อมูลรหัสเลขบ้านเป็นตัวหลัก หากในเลขบ้านนั้นมีผู้อยู่อาศัยและมีการแจ้งซ้ำซ้อนกัน ระบบจะขึ้นโชว์ว่าบ้านเลขที่นี้ได้มีการแจ้งเพื่อขอรับการเยียวยาแล้ว ส่วนผู้ที่ไม่ สะดวก ทั้งผู้สูงอายุ ผู้ป่วยที่เป็นเจ้าบ้านหรือผู้อยู่อาศัยในบ้านที่ไม่สามารถเดินทางไปสำนักงานเขตหรือที่อำเภอ และไม่สามารถใช้งานบริการระบบออนไลน์ ได้ ทาง กทม.ประสานแจ้งกับ ปภ.ว่าได้จัดเจ้าหน้าที่ให้บริการในการลงทะเบียนทั้งระบบเงินทดรองราชการ และเงินตามมติ ครม.ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวของ กทม. ดังนั้น หากบ้านใดมีผู้ที่จะเข้าไปยื่นขอลงทะเบียนเยียวยาซ้ำ บุคคลที่ยื่นทะเบียนเป็นรายที่ 2 จะไม่สามารถเข้าลงทะเบียนได้ แต่หากอยากตรวจสอบเช็กข้อมูลการยื่นในบ้านหลังนั้น ขอให้เดินทางไปที่สำนักงานเขตหรือองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นในพื้นที่ขออภัยแจ้งเตือนซ้ำเหตุข้อมูลค้างท่อน.ส.ศิริธรกล่าวอีกว่า หลังจากเมื่อคืนวันที่ 3 ต.ค. มีข้อความเข้ามาในระบบแจ้งข้อความเป็นจำนวนมากซ้ำกับ DGA เป็นการแจ้งเตือนจาก ปภ.ในช่วงเช้าวันที่ 4 ต.ค. ทาง ปภ.และ DGA ได้ร่วมหารือเร่งด่วนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นข้อความที่แจ้งเตือนจากระบบทางรัฐออกไป ข้อความที่ส่งไปนั้นส่งไปยังผู้รับรายเดิม ไม่มีการรั่วไหลของข้อมูลระบบ DGA ไม่ได้ถูกแฮ็ก ตอนนี้อยู่ระหว่างแก้ไข ทาง DGA ได้ปิดระบบในการส่งต่อข้อมูลในช่วงเวลา 22.00 น.ของวันที่ 3 ต.ค. ที่อาจมีบางส่วนที่ตกค้างในช่วงเช้าวันที่ 4 ต.ค.ไปถึงมือถือของประชาชนที่โหลดแอปพลิเคชันไว้ ทาง ปภ. กทม. และ DGA กำลังตรวจสอบหาสาเหตุอย่างเร่งด่วน จึงขออภัยประชาชนพณ.หนุนส่งถุงยังชีพ-เข้มกักตุนด้านนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการดูแลผู้ประสบอุทกภัยว่า ความต้องการถุงยังชีพ ได้จัดตั้ง Single Command Center ที่สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ รับเรื่องมาจากพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศว่า มีจุดไหนที่ต้องการความช่วยเหลือ รวมถึงหน่วยงานนอกกระทรวงด้วย เช่น จ.ปราจีนบุรี หรือ จ.สระแก้ว ที่ระดับน้ำสูงมาก ใช้รถปกติไม่ได้ จึงประสานกระทรวงกลาโหม ส่งรถเพื่อนำถุงยังชีพและสินค้าอุปโภคบริโภคเข้าไปในพื้นที่ และเฝ้าระวังสินค้าที่อาจขาดแคลนอย่างผักสดหรือไข่ไก่ ได้เรียกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ ห้างค้าปลีกค้าส่งมาคุย พร้อมขอให้ผู้ประกอบการหรือผู้ผลิตชะลอการส่งออกอย่างน้อยร้อยละ 30-50 ระยะเวลา 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้สินค้าในประเทศดูแลทั่วถึง และลงตรวจเข้มข้นป้องกันการกักตุนหรือขึ้นราคาสินค้ามากเป็นพิเศษ ส่วนระยะยาวจะทำโครงการไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพกว่า 12,000 จุด ทั่วทุกภูมิภาคอว.มอบข้าวกล่องเก็บได้นานปีครึ่งขณะที่ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายก รัฐมนตรีและ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า อว.ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ผลิต “ข้าวกล่องนวัตกรรมอาหารยังชีพ Grab agro” โดยบริษัท PSU AGRO FOOD จำกัด ของ ม.อ. พัฒนาต่อยอดจากงานวิจัยนวัตกรรมอาหารของ รศ.ดร.เสาวคนธ์ วัฒนจันทร์ และ น.ส.กรวรรณ รอดเข็ม คณะอุตสาหกรรมเกษตร ม.อ. วิทยาเขตหาดใหญ่ ทั้งนี้ “ข้าวกล่องนวัตกรรมอาหารยังชีพ Grab agro” เป็นนวัตกรรมที่สามารถตอบโจทย์พื้นที่ประสบภัยได้อย่างตรงจุด เนื่องจากใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ปลอดเชื้อเก็บได้นานถึง 18 เดือนโดยไม่ต้องแช่ตู้เย็น บรรจุในถาดแยกข้าวและกับข้าวที่เปิดรับประทานได้ทันทีแม้ไม่มีไฟฟ้าใช้ ประกอบด้วย เมนูข้าวมัสมั่นไก่ ข้าวพะแนงไก่ ข้าวแกงส้มปลาทู ข้าวผัด เผ็ดปลาดุก ข้าวไก่กระเทียม ข้าวเขียวหวานไก่ และข้าวกะเพราไก่ ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้รับการรับรองมาตรฐาน อย. และมาตรฐาน Halal เรียบร้อยแล้ว ม.อ.ได้ส่งมอบข้าวกล่องดังกล่าว จำนวน 3,000 กล่อง ให้ ม.ศิลปากร นำไปแจกจ่ายช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนจากน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดนครปฐมกทม.เร่งทำถุงยังชีพแจก ปชช.ส่วนที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม. ติดตามภารกิจแพ็กถุงยังชีพสำหรับช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัย โดย กทม.ระดมกำลังเจ้าหน้าที่และบุคลากรจากหลายหน่วยงานกว่า 300 คน เร่งผลิตถุงยังชีพจัดส่งไปยังพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วม นายศานนท์กล่าวว่า ภารกิจจัดทำถุงยังชีพ มีสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นหน่วยงานหลักในการจัดซื้อและบริหารจัดการ ขณะที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการแพ็กและจัดส่ง ขณะนี้มีความต้องการถุงยังชีพประมาณ 100,000 ถุง ตั้งเป้าเร่งผลิตให้ได้ประมาณ 50,000-60,000 ถุง ก่อน เพื่อส่งต่อให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด เน้นส่งไปยังจุดที่ยังท่วมก่อน อาทิ ลาดกระบัง หนองจอก บางกะปิ คลองสามวา และคันนายาว เมื่อถุงยังชีพถึงพื้นที่แล้ว เขตจะบริหารจัดการกระจายตามสภาพพื้นที่และความจำเป็น เพื่อให้สิ่งของถึงประชาชนอย่างรวดเร็วแพทย์ รพ.ตร.ตรวจพื้นที่น้ำท่วม กทม. วันเดียวกัน ที่สถานีตำรวจนครบาลร่มเกล้า ทีมผู้บริหารโรงพยาบาลตำรวจ นำโดย พล.ต.ท.เกษม รัตนสุมาวงศ์ นายแพทย์ใหญ่ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง ได้แก่ พล.ต.ต.หญิง พันวดี รัตนสุมาวงศ์ รองนายแพทย์ใหญ่ พล.ต.ต.สามารถ ม่วงศิริ รองนายแพทย์ใหญ่ และ พล.ต.ต.เอกลักษณ์ ดีรุ่งโรจน์ รองนายแพทย์ใหญ่ นำคณะตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ของ รพ.ตำรวจ พร้อมส่งมอบสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นและถุงยังชีพให้แก่ประชาชนและครอบครัวตำรวจในพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัยมอบถุงยังชีพพระราชทานเช่นเดียวกับที่บริเวณชุมชนร่วมกันสร้าง ซอยลาดพร้าว 101 แยก 40 พ.ต.อ.ธนาพันธ์ ผดุงการ ผกก.สน.ลาดพร้าว พร้อมด้วย พ.ต.ท.ศุภเดช ชัยชนะ สวป. (ชส.) พ.ต.ท.ณัฐพร ทองสีนวล สว.จร. พ.ต.ต.นพดล ศรีวะรมย์ สว.อก. ร่วมกับสำนักงานเขตบางกะปิ ศูนย์สาธารณสุข 35 (หัวหมาก) กองพันทหารช่างที่ 1 สังกัดกองพลที่ 1 รอ. กองพันทหารสื่อสารที่ 1 สังกัดกองพลที่ 1 รอ. ร่วมตรวจเยี่ยมประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม และนำถุงยังชีพพระราชทานของพระตำหนักราชฤทธิ์รุ่งโรจน์ จำนวน 202 ชุด มอบให้แก่ผู้พักอาศัยในชุมชนดังกล่าว ทั้งนี้ พ.ต.อ.ธนาพันธ์ ยังได้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้พักอาศัยอยู่บริเวณดังกล่าวถึงมาตรการในการดูแลรักษาความปลอดภัย การอำนวยการจราจร การตรวจสอบและเฝ้าระวังบุคคลกลุ่มเสี่ยงที่จะก่อเหตุเกี่ยวกับทรัพย์ในพื้นที่ ป้องกันการก่อเหตุที่จะเป็น การซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชนร่วมกตัญญูตั้งครัวสนามช่วยคนนอกจากนี้ มูลนิธิร่วมกตัญญู ภายใต้ความห่วงใยของนางรัตนา สมสกุลรุ่งเรือง ประธานมูลนิธิร่วมกตัญญู และการอำนวยการของนายสมศักดิ์ ปาลวัฒน์ ผู้จัดการมูลนิธิร่วมกตัญญู เดินหน้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยเต็มกำลัง ล่าสุด นายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ผู้จัดการฝ่ายกิจกรรมพิเศษ นายเอกพัน บรรลือฤทธิ์ หัวหน้าอาสาสมัคร และทับทิม อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์ พร้อมด้วยคุณแม่เปิ้ล มารดาของทับทิม นำเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครมูลนิธิฯกว่า 20 นาย จัดตั้งครัวสนามและฐานปฏิบัติการส่วนหน้าที่ด้านหลังโรงแรมทีที เรสซิเดนซ์ อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อเป็นศูนย์กลางในการปรุงอาหารและลำเลียงความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ประสบภัย มีภารกิจหลักคือปรุงอาหารสุกใหม่ บรรจุใส่กล่องนำเข้าไปแจกจ่ายให้กับประชาชนใน ต.บางยาง อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี หลังสถานการณ์น้ำยังคงท่วมสูง บางจุดระดับน้ำสูงกว่า 3 เมตร ทำให้ประชาชนไม่สามารถออกมาใช้ชีวิตหรือเดินทางได้ตามปกติ มูลนิธิฯตั้งเป้าผลิตอาหารไว้ประมาณวันละ 2,000 กล่อง ขณะเดียวกัน มูลนิธิฯยังเตรียมทีมตอบโต้ภัยพิบัติ เรือท้องแบน รวมถึงทีมกู้ชีพกู้ภัย สามารถเข้าปฏิบัติการได้ทันที หากมีเหตุฉุกเฉินหรือจำเป็นต้องอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ครอบครัวคือกำลังใจคนไทยยามวิกฤติวันเดียวกัน สวนดุสิตโพลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,331 คน เรื่อง “กำลังใจจากคนไทยด้วยกัน” ระหว่างวันที่ 29 ก.ย.-2 ต.ค.พบว่าสิ่งที่ช่วยให้คนไทย “มีกำลังใจ” ในยามเจอเรื่องยาก ร้อยละ 68.75 ระบุว่า ครอบครัวและคนใกล้ชิดอยู่เคียงข้างกัน โดยร้อยละ 69.95 มองว่าสิ่งที่ควรเตรียมพร้อมไว้เพื่อรับมือภัยต่างๆ คือของใช้ที่จำเป็นยามฉุกเฉิน สำหรับข้อความที่คนไทยอยากส่งเป็นกำลังใจถึงกัน ร้อยละ 61.08 ระบุว่า “สู้ๆ เป็นกำลังใจให้คนไทยทุกคน” จากสถานการณ์น้ำท่วมขณะนี้ สิ่งที่คนไทยอยากฝากถึงรัฐบาลมากที่สุด ร้อยละ 59.43 ลงพื้นที่ ช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนโดยเร่งด่วนส่งเสียงถึง รบ.ไม่ใช่แค่แจกจ่ายจบด้าน ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ผลสำรวจสะท้อนว่าคนไทยยังมีกำลังใจพร้อมช่วยเหลือกัน และตื่นตัวในการเตรียมรับมือภัยต่างๆมากขึ้น ขณะที่เสียงถึงรัฐบาลต้องการให้ช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว และแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่เพียงแค่แจก จ่าย จบ แต่ต้องทำให้มั่นใจได้ว่าภาครัฐพร้อมบริหารและเป็นที่พึ่งได้ในภาวะวิกฤติ ไม่เช่นนั้นก็จะกลับมาเจ็บอีกเช่นเดิมคนไทยช่วยเหลือกันเองก่อนรัฐขณะที่ น.ส.พรนภัส ทิมสุวรรณ อาจารย์สังกัดหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า จากผลโพลนี้สะท้อนภาพที่น่าสนใจว่าเมื่อยามเกิดวิกฤติสิ่งแรกที่คนไทยพึ่งพาเพื่อยึดเหนี่ยวจิตใจกลับไม่ใช่กลไกของทางการ แต่เป็นสายสัมพันธ์ใกล้ชิดในครอบครัว การช่วยเหลือดูแลกันเอง และการสร้างเสียงหัวเราะเพื่อผ่อนคลาย ความเครียด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งในตัวประชาชนที่พร้อมจับมือผ่านพ้นปัญหาไปด้วยกันตามวิถีคนไทยไม่ทิ้งกันหวังรัฐแจ้งเตือนเร็ว–ช่วยเหลือเร่งด่วนน.ส.พรนภัสระบุอีกว่า แต่ในขณะเดียวกันเมื่อมองไปที่ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างภัยพิบัติน้ำท่วม ประชาชนกลับส่งเสียงสะท้อนที่ชัดเจนว่ายังคงต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนและการแจ้งเตือนที่รวดเร็วจากภาครัฐ จึงแสดงให้เห็นว่าในขณะที่น้ำใจคนไทย ช่วยประคับประคองความรู้สึกทางใจไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม แต่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุและการดูแลความปลอดภัยในชีวิตจริงยังคงต้องฝากความหวังไว้ที่ประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐเป็นหลัก จึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่ท้าทายความสามารถของรัฐ ในการยกระดับประสิทธิภาพการจัดการภัยพิบัติเชิงรุก เพื่อไม่ให้ภาระการตั้งรับและความกดดันทั้งหมดต้องตกเป็นของประชาชนที่จำต้องเยียวยากันเองในทุกครั้งที่เกิดวิกฤติอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่