น้ำท่วม กทม. : เบอร์ 1 ต้องรับผิด?! “ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล” โพสต์ไว้ในเฟซบุ๊กส่วนตัว...จากวิกฤติน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร นำมาซึ่งความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จึงเกิดเป็นประเด็นคำถามว่า “ใคร” คือผู้ที่ต้องรับผิดชอบในอุทกภัยครั้งนี้ แม้ว่านายกรัฐมนตรีจะมีสถานะเป็นผู้นำสูงสุดในการบริหารราชการแผ่นดิน แต่พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กทม. พ.ศ.2528 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดให้ “การบริหารกรุงเทพมหานครเป็นหน้าที่ของสภากรุงเทพมหานคร และ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร”โดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีอำนาจหน้าที่กำหนดนโยบายและบริหารราชการของกรุงเทพมหานคร ตลอดจนสั่ง อนุญาต อนุมัติ เกี่ยวกับราชการของกรุงเทพมหานคร ฯลฯดังนั้น ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจึงมีอำนาจเต็มและมีหน้าที่โดยตรงในการบริหารจัดการน้ำท่วมในเขตกรุงเทพฯ อาทิ การวางแผนระบายน้ำ การแจกจ่ายกระสอบทรายให้แต่ละครัวเรือน การจัดตั้งศูนย์ประสานงาน การเตรียมการอพยพประชาชน ฯลฯ ประกอบกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครครบ 4 ปีในสมัยแรก และปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2 จึงเชื่อได้ว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้มีการกำหนดนโยบายและดำเนินการใช้งบประมาณเพื่อบริหารจัดการระบบการระบายน้ำของ กทม.แล้วนอกจากนี้ ข้อเท็จจริงปรากฏว่า กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศเตือนล่วงหน้าเรื่องฝนตกหนักระหว่างวันที่ 25-27 กันยายน 2569 แต่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกลับไม่ได้มีการวางแผนบริหารจัดการเพื่อเตรียมรับมือกับปริมาณน้ำฝนที่มากผิดปกติเช่น สั่งการให้แต่ละสำนักงานเขตที่มีความเสี่ยงแจ้งเตือนประชาชนให้ยกของขึ้นที่สูง จัดหากระสอบทรายป้องกัน เตรียมการหากจำเป็นต้องมีการอพยพประชาชน เป็นต้นผู้เขียนเห็นว่า กรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ปฏิบัติหน้าที่อย่างขาดประสิทธิภาพรวมถึงการที่ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า รัฐบาล “เอาอยู่” จนทำให้ประชาชนชะล่าใจ ก่อให้เกิดความเสียหายในวงกว้างอย่างไรก็ดี คำพูดของนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี หรือการเผยแพร่ข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยาสู่ประชาชนที่ไร้ประสิทธิภาพ จนทำให้เกิดความเสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ก็ไม่อาจลบล้างความผิดของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสภากรุงเทพมหานคร ในเหตุการณ์มหาอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพฯครั้งนี้ เพราะนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มิใช่ผู้ใต้บังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีคนใดแต่ “นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสภากรุงเทพมหานคร คือ เบอร์ 1” ในการบริหารงานกรุงเทพมหานคร ตามบทบัญญัติของกฎหมายอนึ่ง ในประเทศที่มีการทุจริตคอร์รัปชันสูง เมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติ ไม่ว่าจะเป็นภัยแล้งหรือน้ำท่วม ข้าราชการประจำและข้าราชการการเมืองที่มีอำนาจและหน้าที่ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุข มักฉวยโอกาสแสวงหาประโยชน์ให้กับตนเองและพวกพ้อง บนความเดือดร้อนทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนเช่น การทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างทำข้าวห่อ/กระสอบทราย ฯลฯ ส่วนภายหลังภัยพิบัติ อาทิ หลังเหตุการณ์น้ำท่วมปี 2554 ก็มักมีการตั้งงบประมาณสำหรับโครงการขนาดใหญ่ซึ่งข้อเท็จจริงที่ผ่านมาปรากฏว่า ไม่สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมได้จริงดังนั้น คนไทยทั้งปวงจึงควรตระหนักและเฝ้าระวังการใช้งบประมาณของฝ่ายการเมืองและข้าราชการประจำบางกลุ่ม...จากวิกฤติที่แสนสาหัสของประชาชนในครั้งนี้ด้วย!พลิกแฟ้มข้อมูลภาพรวมและการประเมินสถานการณ์วิกฤติน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2569 บันทึกตอกย้ำ...นี่เป็น “วิกฤติอุทกภัยเมืองหลวง” ที่ เกิดจากฝนตกหนักสะสมในพื้นที่และมวลน้ำหลากชานเมือง (ไม่ใช่มหาอุทกภัยน้ำเหนือหลากจากเขื่อนใหญ่แบบปี 2554)แต่สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างการคมนาคมและวิถีชีวิตคนกรุงอย่างรุนแรงเนื่องจากสภาวะน้ำท่วมขังกระจายตัวยาวนาน ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ กทม. มีการปรับปรุงข้อมูลพื้นที่ โดยประกาศยกเลิกพื้นที่ภัยพิบัติไปแล้ว 21 เขต แต่ยังคงประกาศให้พื้นที่อีก 29 เขตเป็นพื้นที่ภัยพิบัติน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง วิกฤติ 2 เด้งฝั่งตะวันออก...พื้นที่ชานเมืองตะวันออก เช่น ลาดกระบัง มีนบุรี คลองสามวา สายไหม หนองจอก แฟลตคลองจั่น ชุมชนเคหะร่มเกล้า เผชิญความยากลำบากที่สุด เนื่องจากเจอปัญหา “น้ำเก่าเริ่มเน่าเสีย–ขยะตกค้างเนื่องจากน้ำท่วมสูงขนย้ายไม่ได้”ควบคู่กับการต้อง “เปิดประตูระบายน้ำรับมวลน้ำหลากต่อเนื่องมาจากฝั่งปทุมธานี (คลองสอง/ลำลูกกา)”...ต่อเนื่องปัญหา อัมพาตการคมนาคม ณ วันที่ 1 ต.ค. ยังคงมีถนนสายหลัก 11 สายที่มีน้ำท่วมขังรุนแรง เช่น ถนนหลวงแพ่ง (ลาดกระบัง) วิกฤติสุดน้ำท่วมสูง 40 ซม. จนต้องสั่งงดสัญจรเด็ดขาดถนนสุวินทวงศ์ (จุดกลับรถใต้สะพานคลองสามวา หน้าเรือนจำมีนบุรี น้ำท่วมสูงถึง 1 เมตร รถผ่านไม่ได้) และถนนเสรีไทย เชื่อมโยง...ผลกระทบด้านการศึกษา กทม.ต้องสั่งปิดโรงเรียนในสังกัดระดับสูงชั่วคราวใน 15 เขต (รวมถึงคลองสามวา มีนบุรี สายไหม ลาดกระบัง ประเวศ) ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 2 ตุลาคมที่สำคัญคือมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจและสังคม...ยานพาหนะจมน้ำเสียหายขณะที่บ้านเรือนในพื้นที่ลุ่มต่ำแอ่งกระทะเข้าเกณฑ์การเยียวยาอุทกภัยจำนวนหลายหมื่นครัวเรือน.คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม