ซอกแซกสัปดาห์นี้ขออนุญาตวนเวียนอยู่แถวๆชุมชนคลองจั่นกับบางส่วนของเขตบางกะปิ หนึ่งในพื้นที่ประสบ “มหาอุทกภัย 2569” นี่แหละครับ เพราะเพิ่งออกไปตระเวนมารอบๆเดี๋ยวนี้เอง เห็นแล้วก็รู้สึกใจหายและหดหู่ ไม่สามารถจะขีดเขียนเรื่องสนุกสนานเบิกบานสำราญใจตามสไตล์ซอกแซกวันอาทิตย์ได้เลยหัวหน้าทีมซอกแซกหลบคำว่า “มหาอุทกภัย” มาตั้งแต่แรก เพราะมองว่าพื้นที่อุทกภัยครั้งนี้แคบกว่าปี 2554 “มหาอุทกภัย” ตัวจริงเยอะ...แต่พอได้เห็นความเสียหายและความสูญเสียของ ชุมชนคลองจั่น และบางส่วนของ เขตบางกะปิ เต็มตาก็ลืมข้อถกเถียงทางโซเชียลในบัดดลในแง่พื้นที่เสียหายส่วนรวมครั้งนี้อาจไม่ใช่ “มหาอุทกภัย” อย่างที่บางคนไม่อยากให้ใช้ เพราะมีเพียงบางจุดของกรุงเทพมหานครและบางจังหวัดเท่านั้นแต่สําหรับความหนักหน่วงของความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นจุดๆนั้น...หากไม่เรียกว่า “มหาอุทกภัย” ก็คงไม่เป็นธรรมแก่ผู้เคราะห์ร้ายในครั้งนี้อย่างแน่นอนของบ้านหัวหน้าทีมเองเพิ่งจะ “บิ๊กคลีนนิ่ง” ไปเมื่อวาน จากลูกๆหลานๆและญาติมิตรที่มาช่วยออกแรง...ยังจะต้องคลีนต่ออีกหลายวันกว่าจะพอลงจากชั้น 2 ไปนั่งทำงานหรือกินข้าวปลาอาหารในชั้นล่างได้สำหรับความเสียหายก็น่าจะพอสมควรอยู่ มีทั้งเก้าอี้และชุดรับแขกทั้งชุด ที่นอนห้องผู้ช่วยแม่บ้าน และฟูกอีก 2 หลัง ขนไปกองหน้าบ้านรอรถขยะ กทม.เรียบร้อยแล้ว... หนังสือเล่มและนิตยสารอีกปึกใหญ่ที่ชุ่มน้ำ เพราะขนไม่ทันก็ต้องตัดใจขนทิ้งเช่นกัน เพราะราเริ่มขึ้นแล้วอาจเป็นอันตรายรถยนต์น้ำท่วมครึ่งล้อและเข้าข้างในด้วย ตู้เย็น 2 ตู้โอเค ช่างไฟฟ้าการันตีว่า ไม่เสียแต่อย่าเพิ่งเสียบไฟ ส่วนตู้ซักผ้าและตู้อบผ้ามอเตอร์พังเรียบร้อย ช่างแนะนำว่าซื้อใหม่ดีกว่าเพราะซ่อมไม่คุ้ม ฯลฯรวมแล้วก็คงหลายบาทหลายสตางค์อยู่ แต่ก็ตัดใจแทงบัญชีหนี้สูญไปแล้ว ตั้งแต่เห็นน้ำเข้าบ้านวันแรกออกไปสำรวจเพื่อนบ้านในชุมชนของ หมู่บ้านนักกีฬา (เอเชียนเกมส์ 2509) ที่ปัจจุบันนี้คือชุมชนคลองจั่นดีกว่า...ว่าความเสียหายเป็นอย่างไรบ้าง?บ้านหัวหน้าทีมอยู่ห่างจาก “สวนพฤกษชาติ คลองจั่น” ประมาณ 500 เมตร ซึ่งเมื่อปี 2509 คือสวนสำหรับปลูกต้นไม้ที่ระลึก จากนักกีฬานานาชาติที่มาแข่งเอเชียนเกมส์ พ.ศ.นั้น และต่อมามอบให้เป็น “สวนสาธารณะ” ของ กทม. น่าเสียดายมากไม่มีใครเก็บต้นไม้ “เอเชียนเกมส์” ไว้ให้ดูเลย แต่ก็ถือว่าโอเค เพราะกลายมาเป็นสวนที่ร่มรื่นให้ชาวเคหะคลองจั่น และใกล้เคียงได้มาเดินออกกำลังกายชมสวนชมดอกไม้วันละ 2 รอบเช้า-ค่ำรีบแวะไปที่นี่ก่อนเลย เพราะปกติข้างสวนด้านติดกับหมู่บ้านจะเป็น “ตลาด” ชุมชนย่อมๆ มีข้าวของมาขายเป็นประจำ และจะมากเป็นพิเศษในช่วงเสาร์อาทิตย์ขณะเดียวกันก็มีบ้านหลายๆหลังริมถนนที่มีร้านสะดวกซื้อและสาขาห้างต่างๆมาซื้อเอาไว้ จึงมีทั้ง เซเว่น– อีเลฟเว่น, โลตัส (เล็ก), ซีเจ มอร์, ซีพี เฟรชมาร์ท ฯลฯ เฉพาะ “เซเว่น” มีถึง 3 ร้าน แสดงว่าเป็นตลาดที่ขายดีพอสมควรเช้าวันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม 2569 นํ้ารอบๆคลองจั่นแห้งสนิทแล้ว รวมถึงบริเวณแฟลตที่เป็น “ข่าวใหญ่” นายกฯมาเยี่ยมเจอทั้งคำตะโกน ว่า “มาทำไม” และผรุสวาจา จากคนโกรธจัด แต่ก็มีเสียงขอบคุณและเสียงปรบมือจากคนตั้งสติได้ที่มารอต้อนรับ แฟลตส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ตํ่าสุดของหมู่บ้านติดกับ ถนนเสรีไทย ตรงข้ามกับสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้า ที่มีรถจอดอยู่ในลานหน้าแฟลตจมนํ้านับร้อยคันอย่างที่เป็นข่าวคราวหัวหน้าทีมเดินมาเรื่อยๆพบว่าหลายๆ บ้านได้ขนข้าวของที่จะทิ้งมากองไว้หน้าบ้านเช่นเดียวกับบ้านเรา แม่ค้าเริ่มกลับมาค้าขายเป็นส่วนใหญ่ รวมทั้ง แผงกาแฟ หน้าห้าง โลตัส ที่หัวหน้าทีมเป็นแฟนประจำ ชอบไปนั่งจิบกาแฟที่โต๊ะริมถนนของเธอในช่วงเช้าวันหยุด แล้วก็มองไปรอบๆ ซึ่งจะมีผู้คนหลายๆ ร้อยคนมาเดินจับจ่ายซื้อของในช่วงเช้าสถานการณ์เช้าวันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม ยังไม่เข้าที่นัก ร้านเซเว่นฯ เปิดอยู่เพียงแห่งเดียว ผู้คนเข้าออกตลอดเวลา พบว่าแผงจำหน่ายอาหารพร้อมรับประทานเกลี้ยงไม่มีอะไรเหลือ...ทำให้หัวหน้าทีมซึ่งตั้งใจจะไปซื้อ “แฮมชีส” อาหารเด็ดของเซเว่นที่ทั้ง tiktok และ Facebook บอกว่าฮิตที่สุด นักท่องเที่ยวต่างประเทศมาจะต้องแวะซื้อและให้อุ่นเลย เพื่อเดินรับประทานเดี๋ยวนั้นจนเลื่องลือไปทั้งโลกปรากฏว่าแม้แต่ “แฮมชีส” ก็ไม่มีเหลือ และยังไม่มีมาเติม ก็เลยอดรับประทานอาหารฮิตระดับโลกไปอย่างน่าเสียดายสำหรับแผงกาแฟเจ้าประจำมาขายเป็นวันแรก บอกว่าเก้าอี้ที่ผูกไว้เชือกขาดเอาไม่อยู่ เก้าอี้ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพลาสติกลอยนํ้าไปหมดเหลืออยู่แค่ 2-3 ตัว แต่โชคดีที่โต๊ะเป็นไม้โครงเหล็กยังอยู่ครบถ้วนเดินต่อไปเรื่อยๆจะถึง “สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น” อันมีชื่อเสียงในทางลบและเป็นข่าวหน้า 1 อยู่หลายปี ปรากฏว่านํ้าหน้าอาคารแห้งแล้ว มีเจ้าหน้าที่มาทำความสะอาดหลายคนเดินต่อไปถึง “แฟลต” ที่อยู่แถวๆนั้น แม้นํ้าจะแห้งหมดแล้ว รถราที่จอดอยู่ก็พ้นภัยแล้ว แต่คงต้องมาดูว่านํ้าจะเข้ารถมากน้อยเพียงใด ต้องขอขอบคุณท่อสูบนํ้าแบบ “ซิ่ง” หรือท่อ “พญานาค” เครื่องสูบนํ้าจากทุ่งนาที่ท่าน มท.4 วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ระดมมาจากต่างจังหวัด ที่แสดงพลังสูบนํ้าจนเกลี้ยงในชั่วเวลา 2 วันระหว่างกวาดสายตาไปรอบๆก็ได้รับโทรศัพท์จากบ้านว่าหลานชายคนหนึ่งขับรถมาเยี่ยมจะให้เลยไปรับไหม? ก็รีบตอบทันทีว่ามารับเลย เพราะอยากจะวานให้ไปตระเวนดูความเสียหายที่สี่แยกหน้าเขตบางกะปิแล้ววนไปดูแฟลตด้านนอกหลายๆหลังที่เป็นข่าวใหญ่ด้วยจึงได้เห็นภาพของตลาดบริเวณสี่แยกบางกะปิเต็มตาว่าเสียหายยับเยินจริงๆ น้ำท่วมทุกร้านค้าพังยับไม่เหลือหลอ...นี่คือตลาดเคียงคู่บางกะปิมาตั้งแต่แรกเริ่ม เปลี่ยนจากตึกแถวธรรมดามาเป็นตึกแถวโมเดิร์นเพิ่งจะลงทุนใหม่ไม่กี่ปีนี่เอง น่าจะไม่เหลืออะไรเลย ณ นาทีนี้หลานขับรถเลี้ยวซ้ายเข้าถนน เสรีไทย เพื่อไปผ่าน แฟลตคลองจั่น ที่นายกฯมาเยี่ยมเยียน ซึ่ง ณ นาทีนี้น้ำแห้งสนิทแล้ว เหลือเพียงรถเก๋งใหญ่น้อยที่ถูกท่วมเกือบมิดจอดรอการช่วยเหลือต่อไป ถือเป็นการสูญเสียยิ่งใหญ่ที่สุดของพี่น้องชาวแฟลตคลองจั่นหัวหน้าทีมกลับมาถึงบ้านก็เขียน ซอกแซกชิ้นนี้ทันที...เขียนรอบเดียวไม่มีโอกาสตรวจทานแก้ไข หากสับสนหรืออ่านไม่ปะติดปะต่อในช่วงตอนใดก็ขออภัยด้วยในฐานะผู้ร่วมทุกข์คนหนึ่ง แต่ดูๆแล้วจะเป็นทุกข์ที่น้อยกว่าท่านอื่นๆ จึงขอส่งกำลังใจไปถึงท่านที่ประสบเคราะห์อย่างหนักทุกๆท่าน...ทั้งในชุมชนคลองจั่น ของเราเอง ชุมชนเคหะร่มเกล้า และ ฯลฯทั่วประเทศไทย...สู้ๆนะครับ!"ซูม"คลิกอ่านคอลัมน์ “ซูมซอกแซก” เพิ่มเติม