ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้ คงเห็นว่าน้ำท่วม ที่ผ่านมายกแรกผลเป็นอย่างไร ชัดเจนคือรัฐบาลสอบตก“อนุทิน–ชัชชาติ” 2 คีย์แมนคนสำคัญก็เลยโดนอ่วมกันไป มีคนเสนอว่าทำไม “อนุทิน” ไม่ปลด “ชัชชาติ”ก็ถามอย่างนี้...จะปลดได้อย่างไรเพราะต่างคนต่างก็อยู่ในที่นั่งไม่ต่างกันคือล้มเหลวพร้อมกันถ้วนหน้า หากไปปลดก็ต้องเจอคำถามอีกผิดพลาดทั้ง 2 คนแล้วทำไมคนหนึ่งโดนอีกคนหนึ่ง ไม่โดนยังมีอีกยกหนึ่งระหว่าง 4–8 ต.ค. ที่น้ำเหนือจะไหลบ่าลงมาผ่านเขื่อนต่างๆ ก็เตือนกันแล้วว่าจังหวัดท้ายเขื่อนให้ระวังเนื่องจากปริมาณน้ำค่อนข้างมากหากน้ำทะเลดันขึ้นมาอีกกรุงเทพฯจะหนักสุดก็จะคอยดูฝีมือนายกรัฐมนตรีว่าจะแก้ไขอย่างไรเพราะมีเวลาให้ตั้งหลักหลายวัน ไม่ใช่เหมือนที่ผ่านมาที่เจอฝนก้อนใหญ่ถล่มจนตั้งตัว ไม่ทันครานี้คงไม่มีข้อแก้ตัวอะไรอีกแล้วสำหรับประชาชนทั่วไปเผื่อเหลือเผื่อขาดติดตามข้อมูลแบบเกาะติดและเตรียมพร้อมเอาไว้ล่วงหน้าเกิดมาอีกจะได้เบาลงหน่อย!สำหรับปีนี้หากหมดลูกนี้แล้วก็จะเข้าฤดูหนาว คงไม่มีน้ำท่วมอีกก็จดจำเอาไว้นอกจากธรรมชาติแล้วใครที่รับผิดชอบแต่แก้ไม่ได้ก็อย่าไปเลือกให้เข้ามาบริหารอีกหากพ้นปัญหาเรื่องน้ำท่วมแล้วจากนี้ไปก็เข้าโหมดการเมืองเต็มตัวไม่ต้องพะวงเรื่องน้ำแต่เป็นการเมืองล้วนๆมาถึงวันนี้...คู่ต่อกรสำคัญคงเป็น “ภูมิใจไทย– ประชาชน” เพราะฟาดฟันกันทุกดอกไม่ยอมลดราวาศอกแม้แต่น้อย“ประชาธิปัตย์” เข้ามาแจมบ้างแต่ไม่ถึงขนาดเผชิญหน้า เนื่องจากประชาธิปัตย์แม้จะเป็นฝ่ายค้านก็จริงแต่ก็พร้อมจะเป็นฝ่ายรัฐบาลเพื่อสร้างผลงานเหมือนกันจึงลุยบ้างปิดหูปิดตาบ้างในบางเรื่องต่างกับ “กล้าธรรม” ที่นับกันไม่ได้ในยุทธจักรการเมืองนั้นประชา ธิปัตย์นั้นเก๋ากว่าพรรคประชาชนเยอะ สามารถที่จะเก็บคะแนนได้ไม่ว่าจะอยู่ฟากไหนเป็นฝ่ายค้านก็หาคะแนนได้เป็นรัฐบาลก็หาคะแนนได้“ประชาชน” นั้นยังไม่เคยเป็นรัฐบาล จึงยังไม่รู้ว่าถ้าเป็นแล้วจะไปได้แค่ไหนอย่างไร จึงชำนาญจากการเป็นฝ่ายค้านเท่านั้นที่ปรากฏที่สำคัญก็คือหากมีจุดยืนอย่างที่ดำรงอยู่แบบไม่ยืดหยุ่น...การเป็นรัฐบาลจึงยากเพราะไม่มีพรรคไหนเอาด้วย นอกจากจะต้องได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งคือเป็นรัฐบาลพรรคเดียวจึงต้องล้มรัฐบาลให้ได้เพื่อเลือกตั้งใหม่ก็ต้องรอการเปิดซักฟอกรัฐบาลนั่นแหละ...จึงพอจะเห็นเค้าลาง!ลิขิต จงสกุลคลิกอ่านคอลัมน์ “สับรางวันอาทิตย์” เพิ่มเติม