บอร์ดบินไทยสั่งปลด “ชาย เอี่ยมศิริ” ดีดีการบินไทยพ้นเก้าอี้ มีผลตั้งแต่ 2 ต.ค. เซ่นปมสัมภาระล้นสนามบิน ทำให้เที่ยวบินล่าช้า ตั้งกรรมการสอบซ้ำ 2 ประเด็นหลัก “ไร้ความสามารถบริหารจัดการวิกฤติ ทำให้การบินไทยเสื่อมเสีย และปมจัดซื้อไวน์เกือบพันล้าน” ตั้ง “สัมฤทธิ์ สำเนียง” ปฏิบัติหน้าที่แทนชั่วคราว เจ้าตัวน้ำตาซึมเปิดใจยอมรับรู้สึกไม่เป็นธรรม พุ่งเป้ามาที่ตนเพียงคนเดียว ทั้งที่มีรองประธานดูแลภาคพื้นโดยตรง แต่เข้าใจเหตุผลด้านธรรมาภิบาล ปัดไม่รู้มีปมการเมืองภายนอก-ภายในเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ความคืบหน้าความวุ่นวายกรณีกระเป๋าผู้โดยสารการบินไทย ตกค้างตามท่าอากาศยานจำนวนมาก ส่งผลถึงภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของสายการบิน ที่อาคารปฏิบัติการบิน บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 ต.ค. นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ฐานะประธานบอร์ดการบินไทย เรียกประชุมบอร์ดการบินไทยวาระพิเศษ เพื่อให้นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร การบินไทย เข้ามารายงานถึงสถานการณ์วิกฤติน้ำท่วมจนส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของบริษัทที่สนามบินสุวรรณภูมิ จนทำให้มีกระเป๋าผู้โดยสารตกค้างจำนวนมาก และผู้โดยสารไม่สามารถบินได้ทั้งเส้นทางบินในประเทศ และต่างประเทศ มาตั้งแต่วันที่ 26-28 ก.ย. มีมติให้นายชายพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มีผลตั้งแต่วันนี้ (2 ต.ค.) เป็นต้นไปที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) เผยหลังทราบผลการประชุมบอร์ดว่า ที่ประชุมได้รับรายงานสถานการณ์วิกฤติน้ำท่วมและผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของบริษัทฯ พร้อมรายงานสรุปสถานการณ์และข้อเสนอแนะต่างๆ ก่อนมีมติให้ตนพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหารมีผลตั้งแต่วันนี้ (2 ต.ค.) เป็นต้นไป แต่ยังคงมีสถานะเป็นกรรมการบริษัท เพื่อรอการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนเป็นกรรมการบริหารเพียงคนเดียวจึงไม่ได้อยู่ในห้องประชุม ทราบมติภายหลัง ประธานกรรมการบริษัทฯเป็นผู้แจ้งมติให้ทราบ ทั้งนี้ การสอบสวนจะพิจารณาข้อเท็จจริงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ยังไม่แจ้งรายละเอียดว่าสอบสวนประเด็นใดบ้าง รวมถึงยังไม่ทราบว่าใครเป็นประธานสอบ“จากที่ประเมินเบื้องต้นฐานะผู้บริหารสูงสุดขององค์กร อาจเป็นเพราะคณะกรรมการต้องการให้พ้นจากหน้าที่เพื่อเปิดทางให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นอิสระ ประเด็นที่อาจพิจารณา เช่น เหตุใดจึงปล่อยให้บานปลาย เหตุใดจึงไม่สามารถลดผลกระทบได้ตามแผน และเหตุใดแผนรับมือวิกฤติของบริษัทจึงไม่สามารถเริ่มใช้งานได้ตามที่ควรจะเป็น เชื่อว่ามุมมองของคณะกรรมการฯ เหตุการณ์ความเสียหายและผลกระทบต่อชื่อเสียงของบริษัท รวมถึงการดำเนินงานและการให้บริการลูกค้าเกิดขึ้นไปแล้ว ขณะที่การแก้ไขสถานการณ์จนกลับเข้าสู่ภาวะปกติเป็นหน้าที่ของประธานเจ้าหน้าที่บริหารอยู่แล้ว” ประธานบริหารบริษัทการบินไทยฯกล่าวนายชายกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีการสอบสวนบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ โดยเฉพาะรอง ประธานบริหารฯที่รับผิดชอบทางภาคพื้นและคลัง สินค้าโดยตรง ยังไม่มีการแจ้งว่าจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนบุคคลใดเพิ่มเติม มติที่รับทราบขณะนี้พุ่งมาที่ตนเพียงคนเดียว เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทฯ ที่จะพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป รวมถึงจะสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องหรือไม่ หากมองฐานะผู้ถูกตรวจสอบและผู้รับผิดชอบโดยตรง ย่อมรู้สึกว่า อาจไม่เป็นธรรม เพราะตนและทีมงานพยายามแก้ไขสถานการณ์มาต่อเนื่อง แต่หากมองในมุมคณะกรรมการบริษัทฯการให้ตนพ้นจากหน้าที่ระหว่างการสอบสวน อธิบายได้ว่าเป็นมาตรการความโปร่งใสและหลักธรรมาภิบาล รวมถึงป้องกันไม่ให้ผู้ที่อยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบเข้าไปเกี่ยวข้องกับพยานหลักฐานหรือกระบวนการตรวจสอบดีดีการบินไทยกล่าวต่อว่า สำหรับการบริหารจัดการสถานการณ์หลังเกิดวิกฤติ ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์บริษัทฯย้ายฝ่ายบริหารมายังศูนย์ปฏิบัติการเพื่อบริหารสถานการณ์ ตนเข้ามาปฏิบัติงานที่ศูนย์ดังกล่าวตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนผู้บริหารที่รับผิดชอบโดยตรง ด้านภาคพื้นและคลังสินค้ายังไม่ได้เข้ามาปฏิบัติงาน อยู่ระหว่างการลาพักร้อน การพิจารณาว่าจะตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของบุคคลใดเพิ่มเติมหรือไม่นั้น เป็นอำนาจของคณะกรรมการบริษัทฯ “สถานะของผม การดำเนินการครั้งนี้เป็นการให้พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ก่อนครบกำหนดสัญญา ไม่ใช่การเลิกจ้างหรือไล่ออกจากบริษัท ยังคงสถานะเป็นกรรมการบริษัทฯตามที่ได้รับแจ้ง แต่มองว่ากรรมการบริษัทฯเป็นโดยตำแหน่ง ดังนั้นจะไม่เข้าร่วมการประชุมบอร์ดในช่วงที่ระหว่างการตรวจสอบ โดยขอลาประชุมตามตำแหน่ง เขายังไม่ได้ไล่ผมออกจริงๆ ผมเคยเสนอไปว่า หากท่านสบายใจให้ผมพ้นจากตำแหน่งเลยก็ได้ และดำเนินการตามกฎหมายแรงงาน เพราะผมยังมีสัญญาจ้างถึงวันที่ 31 ม.ค.2570 ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีการติดต่อจากบริษัทเพื่อขอให้ลาออกหรือพ้นจากตำแหน่ง ส่วนตัวทราบเรื่องจากข่าวต่างๆช่วงก่อนเดินเข้าห้องประชุม” นายชายกล่าวนายชายกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีข้อสังเกตเกี่ยวกับปัจจัยทางการเมือง ส่วนตัวมองว่าเรื่องการเมืองมีทั้งการเมืองภายในและการเมืองภายนอกองค์กร ประเทศไทยไม่มีที่ไหนไม่มีการเมือง แต่ไม่ขอระบุว่าเหตุการณ์ครั้งนี้มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ ไม่กล้าสรุปว่าปัจจัยทางการเมืองภายในเป็นสาเหตุหลักของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ เนื่องจากมีหลายปัจจัยและยังไม่มีข้อมูลที่ยืนยันได้ ตนทำงานกับบริษัทมานานถึง 41 ปี ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ บริหารมาเป็นเวลา 6 ปี ขอขอบคุณพนักงานทุกคนที่ร่วมกันทำงานและแก้ไขสถานการณ์ที่ผ่านมา จากนี้อาจมีเวลาพักผ่อนและใช้เวลากับครอบครัวมากขึ้น“เหตุการณ์ครั้งนี้มันโหดร้าย ผมไม่โทษใคร และไม่โทษลูกน้อง แต่จากเหตุการณ์ผมพยายามทำงานอย่างเต็มที่ แก้ไขเหตุการณ์ให้กลับมาภาวะปกติเร็วที่สุด ผู้โดยสารได้รับผลกระทบน้อยที่สุด การแก้ไขปัญหาก็ดีขึ้นเรื่อยๆและจะสมบูรณ์กลับมาบินแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ได้ในวันที่ 3 ต.ค.นี้ แต่เหตุการณ์จากสื่อโซเชียลครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อผมและครอบครัว รวมถึงลูกๆ หลังจากนี้จะได้พักผ่อน ไม่ต้องคิดอะไรมาก เราทำดีที่สุดแล้ว” นายชายกล่าว หลังจากนั้นมีพนักงานการบินไทยบางส่วนเข้ามาให้กำลังใจและสวมกอดนายชาย ท่ามกลางบรรยากาศเศร้าซึม พนักงานบางคนถึงกับหลั่งน้ำตา ส่วนนายชายถึงกับน้ำตาคลอเช่นกันผู้สื่อข่าวรายงานข่าวจากบอร์ดการบินไทยว่า มติปลดนายชายครั้งนี้ เพราะบอร์ดการบินไทย ต้องการสอบสวนเรื่องไม่สามารถบริหารจัดการด้านการบิน การให้บริการภาคพื้นดิน รวมถึงการจัดการคลังสินค้าทั้งขาเข้าและขาออกของสนามบินได้ ทำให้เกิดความโกลาหล มีกระเป๋าผู้โดยสารตกค้างจำนวนนับหมื่นใบ ขณะเดียวกัน มีสินค้าขาเข้าและขาออกตกค้างอยู่ ณ อาคารคาร์โก้ของสนามบินจำนวนมากส่วนข้อกล่าวหามี 2 ประเด็นคือ 1.กรณีไร้ความสามารถการบริหารจัดการวิกฤติ ทำให้การบินไทยเสื่อมเสียชื่อเสียง และเกิดความเสียหายมหาศาล โดยมีผู้โดยสาร รวมถึงสัมภาระจำนวนมากตกค้างทั้งสนามบินสุวรรณภูมิและในต่างประเทศจนต้องยุติตารางการบินหลายเส้นทาง 2.ข้อกล่าวหาเก่า กระทรวงการคลังตรวจพบว่า มีการทุจริตจัดซื้อไวน์ขึ้นไปให้บริการบนเครื่องบิน ล้วงลูกจากฝ่ายจัดซื้อจำนวน 860,000 ขวด และซื้อในราคาสูงถึงขวดละกว่า 1,000 บาท ก่อนหน้านี้ตรวจสอบพบมีความพยายามจะตั้งกรรมการสอบสวนการทุจริตจัดซื้อไวน์ดังกล่าว เนื่องจากจัดซื้อคราวเดียวจำนวนมากรวมมูลค่าเกือบ 1,000 ล้านบาท แต่เนื่องจากมีอดีตผู้บริหารเก่าคัดค้านจึงยุติเรื่องนี้ไปจากข้อกล่าวหาทั้งหมดทำให้บอร์ดการบินไทยวันนี้ มีมติให้พักงานนายชายแบบไม่กำหนด จนกว่ากระบวนการสอบสวนจะแล้วเสร็จ พร้อมแต่งตั้งนายสัมฤทธิ์ สำเนียง หนึ่งในบอร์ดการบินไทย เป็นรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหารการบินไทย ให้มีผลทันที ณ วันที่มีการปลดนายชาย เอี่ยมศิริ ออกจากตำแหน่งอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่