ตากใบระอุ โจรใต้ขี่รถซาเล้งพ่วงข้างบรรทุกถังแก๊สปิกนิก ซุกระเบิดแสวงเครื่องหนัก 30 กก. เข้ามาจอดใกล้หัวจ่ายน้ำมันในปั๊ม PT ไล่พนักงาน 2 คนออกจากปั๊มด้วยภาษามลายู ก่อนจุดชนวนบึมสนั่น แรงอัดระเบิดทำปั๊มพังพินาศเสียหายยับกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ โชคดีเด็กปั๊มหนีทันแค่แน่นหน้าอก-หูอื้อ คาดต้องการล้างแค้นโดนตัดท่อน้ำเลี้ยง หลังเจ้าหน้าที่จับยาไอซ์ 600 กก.แถมยังบุกทลายคลังแสงในพื้นที่ จ.นราธิวาส ยึดปืน 8 กระบอก ระเบิดสังหาร 3 ลูก กระสุนอื้อ ด้าน จ.ปัตตานี รุนแรงไม่แพ้กัน มือมืดซุ่มยิง อส.ชุดคุ้มครองตำบลสิ้นชีพ ขณะออกมากรีดยางในสวนสถานการณ์ไฟใต้กลับมาทวีความรุนแรงอีกครั้ง เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 2 ต.ค. พ.ต.อ.ดิเรก โฉมยงค์ รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส พ.ต.อ.ภัควัฒน์ วันสนุก ผกก.สภ.ตากใบ น.ท.นราศักดิ์ บายคายคม ผบ.ฉก.นย.ทร.33 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.ภ.จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเดินทางเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดปั๊มจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง PT สาขาตาบา อ.ตากใบ จ.นราธิวาส หลังเกิดเหตุระเบิดขึ้นเมื่อเวลา 20.50น.คืนวันที่ 1 ต.ค. ส่งผลให้ปั๊มน้ำมันได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการตรวจสอบทางเข้าปั๊มจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงและคูระบายน้ำริมถนน พบชิ้นส่วนรถ จยย.ฮอนด้า รุ่นเวฟ 100 ซีซี ไม่ทราบสีและหมายเลขทะเบียน คนร้ายได้ขูดลบหมายเลขเครื่องยนต์และหมายเลขตัวรถออกเพื่อทำลายหลักฐานไม่ให้ใช้ติดตามแหล่งที่มาของรถได้ บริเวณเกิดเหตุมีเศษชิ้นส่วนระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ถังแก๊สปิกนิก น้ำหนักราว 30 กก. จุดชนวนด้วยการตั้งเวลากระจายเกลื่อน แรงระเบิดส่งผลให้หัวจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง 4 หัว รวมถึงตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงถูกแรงอัดระเบิดกระเด็นไปในรัศมีกว่า 30 เมตร ส่วนตัวอาคารบริการและอาคารออฟฟิศของปั๊มได้รับความเสียหายเช่นกัน เบื้องต้นปั๊มน้ำมันแห่งนี้เสียหายจากเหตุระเบิดกว่า 80 เปอร์เซ็นต์สอบสวนทราบว่า ขณะเกิดเหตุนายฮามะไซดี ตาเล๊ะ อายุ 35 ปี พนักงานปั๊มน้ำมันยืนอยู่ใต้ป้ายโฆษณาด้านหน้าริมถนน เตรียมปิดประตูปั๊มหลังหมดเวลาให้บริการ และ น.ส.ซาวีเต๊าะ อูมา อายุ 33 ปี แคชเชียร์ กำลังเดินออกมาเปลี่ยนป้ายราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ระหว่างนั้นมีคนร้าย 1 คน ขี่รถ จยย. 3 ล้อซาเล้งพ่วงข้าง บรรทุกถังแก๊สปิกนิกเข้ามาจอดตรงหัวจ่ายน้ำมันที่ 1 และ 2 ก่อนพูดด้วยภาษามลายู บอกว่ามีระเบิดและให้พนักงานเร่งออกจากปั๊ม เมื่อได้ยินคำเตือนทั้งสองคนรีบวิ่งออกจากปั๊มทันที ส่วนคนร้ายวิ่งไปซ้อนท้ายรถ จยย.ของเพื่อนที่ขี่มาจอดรอรับอยู่ประตูทางเข้าปั๊ม เร่งเครื่องหลบหนีมุ่งหน้าไปทางเขตเทศบาลเมืองตากใบเมื่อพนักงานปั๊มทั้งสองคนวิ่งออกมาได้ราว 20 เมตร ได้เกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่น แรงระเบิดสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างภายในปั๊ม และยังทำให้นายฮามะไซดี กับ น.ส.ซาวีเต๊าะมีอาการแน่นหน้าอก หูอื้อ พลเมืองดีที่ขับรถยนต์ผ่านมาช่วยนำทั้งสองคนส่ง รพ.ตากใบ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการกระทำของสมาชิกผู้ก่อเหตุรุนแรง และมีความเชื่อมโยงกับกรณีเจ้าหน้าที่ตรวจยึดยาไอซ์ 600 กก. มูลค่ากว่า 40 ล้านบาท ในพื้นที่ ต.นานาค อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจากคนร้ายโกรธแค้นที่ถูกตัดท่อน้ำเลี้ยงหรือแหล่งเงินสนับสนุน ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานจากจุดเกิดเหตุ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการติดตามกลุ่มผู้ก่อเหตุต่อไปก่อนหน้านี้ เมื่อช่วงสายวันที่ 1 ต.ค. พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผบก.ภ.จ.นราธิวาส นำกำลังตำรวจ ภ.จ.นราธิวาส เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 3 จุด จุดแรกบ้านพักคนงานในโรงไม้ เลขที่ 93/2 หมู่ 3 ต.ลุโบะบายะ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส จุดที่ 2 บ้านเลขที่ 141/8 หมู่ 9 ต.มะรือโบตก อ.ระแงะ จ.นราธิวาส และจุดที่ 3 บ้านเลขที่ 93/5 หมู่ 2 ต.รือเสาะออก อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส สรุปผลการปฏิบัติการรวมทั้ง 3 จุด ยึดปืนลูกซองยาว 4 กระบอก ปืนสงคราม M16 จำนวน 1 กระบอก ปืนสั้น 3 กระบอก ระเบิดสังหาร 3 ลูก และเครื่องกระสุนปืนหลากหลายขนาดรวมนับร้อยนัด เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานกำลังเร่งตรวจสอบหมายเลขประจำปืน เก็บดีเอ็นเอ และรอยนิ้วมือแฝง พร้อมส่งตรวจพิสูจน์ว่า ปืนทั้งหมดเคยถูกนำไปใช้ก่อเหตุคดีความมั่นคง หรือเชื่อมโยงกับคดีค้างเก่าในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่จ.ปัตตานี เกิดเหตุรุนแรงไม่แพ้กัน เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 2 ต.ค. พ.ต.อ.ต่อลาภ เล็งฮะ ผกก. สภ.มายอ จ.ปัตตานี รับแจ้งว่ามีเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตภายในสวนยางพารา บ้านโคกระกำ หมู่ 8 ต.ลุโบะยิไร อ.มายอ จ.ปัตตานี นำกำลังเข้าตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบศพนายมะกอเซ็ง โละมะ อส.ชุดคุ้มครองตำบล ต.ลุโบะยิไร ถูกยิงด้วยปืนเข้าลำตัวนอนตายอยู่ใต้ต้นยาง ในที่เกิดเหตุมีปลอกกระสุนปืน 5.56 มม. ตกอยู่ในพงหญ้า 1 นัด สอบสวนทราบว่า ช่วง6โมงเช้า นายมะกอเซ็งขี่รถ จยย.ออกจากบ้านไปกรีดยางในสวน ระหว่างนั้นคาดว่าคนร้ายได้ซุ่มอยู่ในป่ารกทึบใกล้เคียง อาศัยจังหวะที่ผู้ตายอยู่ตามลำพัง ใช้ปืนยิงใส่จนเสียชีวิต ส่วนสาเหตุเชื่อว่าน่าจะเป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่