นายกฯรับสถานการณ์ฝนฟ้าอากาศที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ไม่น่าไว้วางใจ สั่งทุกฝ่ายเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยเต็มที่ ส่วนจังหวัดที่สถานการณ์คลี่คลายให้เร่งสำรวจประเมินความเสียหายให้ครอบคลุมหลักเกณฑ์กรมธรรม์ หลังรัฐบาลทำประกันภัยพิบัติให้ประชาชน 30 ล้านครัวเรือน “โกแพ” ไม่สนดราม่า ระดมเครื่องสูบน้ำเข้าเคหะร่มเกล้า ย้ำขณะนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาเถียงกันใครทำใครไม่ทำ กระทรวง อว.เปิดตัวระบบ“Traffy Fondue ซ่อม สร้าง สู้ น้ำท่วม” ใช้ไฮเทคช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม รามคำแหงอ่วม น้ำท่วมหนักเสียหายกว่า 200 ล้านบาท ส่วนการประชุมเวิลด์แบงก์ ช่วง 11-14 ต.ค. กทม.ทำแผนเผชิญเหตุรับมือ พรรคประชาธิปัตย์ห่วงพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยติดกับดักเงินกู้นอกระบบ จากน้ำท่วมที่ส่งผลทำให้ขาดรายได้ กระทุ้งรัฐสั่ง ธ.ออมสินช่วย “เท้ง” ย่ำน้ำท่วมรังสิต-ปทุมธานี สำรวจความต้องการในการช่วยเหลือนายกฯ สั่งทุกฝ่ายเร่งคลี่คลายวิกฤติน้ำท่วมหนัก ที่หลายพื้นที่ยังคงมีความเสียหาย ขณะที่พรรคฝ่ายค้านลงพื้นที่สำรวจสภาพน้ำท่วม เพื่อเร่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ด้านกรมอุตุฯประเมินวันที่ 4-5 ต.ค.มีฝนหนักหน่วงถล่มไทยอีกระลอก “อนุทิน” สั่งเตรียมพร้อมรับมือเต็มที่แชร์โพสต์ “อานนท์” อวย “โกแพ”ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 22.00 น.วันที่ 1 ต.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ใช้เฟซบุ๊กชื่อ anutin charnvirakul แชร์ข้อความของนายอานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ รองศาสตราจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหาร ศาสตร์ (NIDA) ที่โพสต์ข้อความสรุปว่า “เคหะคลองจั่นเกือบแห้งแล้วนะครับ ไม่ใช่เพราะ กทม. แต่เพราะนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ผู้ไม่ได้จบวิศวะจาก Ivy League ตัดสินใจไปหาเครื่องสูบน้ำท่อพญานาคซิ่งมา ตัดสินใจทุบเกาะกลางถนนเสรีไทย ให้น้ำที่สูบออกจากเคหะคลองจั่นไหลเข้าไปท่วมในนิด้า แล้วค่อยไหลลงคลองแสนแสบด้านหลังนิด้า ยังรู้สึกดีว่านิด้าไม่โวยวาย ปล่อยให้สูบน้ำจากเคหะคลองจั่นที่เริ่มเน่า เข้าไปท่วมนิด้าแทนก่อน เดี๋ยวก็ลงคลองแสนแสบ มหาวิทยาลัยต้องเอื้ออาทร พึ่งพาอาศัยกับชุมชนรอบข้างครับ ท่อซิ่งดูดน้ำนี่แหละครับ work มาก วิธีบ้านๆแบบนี้ คนแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ ก็ชาวบ้านๆ ไม่ต้อง รศ. ดร. ด้านวิศวกรรมศาสตร์จาก Ivy League หรอกครับ”กรมอุตุฯประเมินมีฝนหนัก 4–5 ต.ค.ต่อมาที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เวลา 08.00 น. วันที่ 2 ต.ค.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย เป็นประธานประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม และบรรดา รมช.มหาดไทยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมนายอนุทินกล่าวเปิดประชุมว่า วันนี้เรามีนายเอกนิติ ผู้รับผิดชอบภาวะการน้ำท่วมเขตภาคกลาง มาร่วมประชุมด้วย สถานการณ์โดยรวมเปลี่ยนแปลงรวดเร็วและไปในทางที่ดีขึ้น สิ่งที่อยากเน้นย้ำคือเราต้องใช้ชุดข้อมูลเพียงหนึ่งชุดเท่านั้น เพื่อให้ประชาชน ไม่สับสน จะได้ประเมินสถานการณ์บนพื้นฐานข้อมูลเดียวกัน เป็นเอกภาพ ขอให้ทุกหน่วยรับทราบการประเมินของกรมอุตุฯช่วงวันที่ 4-5 ต.ค. จะมีความเสี่ยงที่จะเกิดพายุฝนจำนวนมากครอบคลุมหลายพื้นที่ของประเทศ ขอให้มีความพร้อมเต็มที่ เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รับสถานการณ์ไม่น่าวางใจนายกฯ และ รมว.มหาดไทย กล่าวด้วยว่า คิดว่าสถานการณ์ต่างๆ ที่คลี่คลายลงไปเพราะพวกเราทุกคนได้ร่วมแรงร่วมใจกันดำเนินการแก้ไขบริหารสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม เรา จะต้องเตรียมพร้อมเพราะสภาพฝนฟ้าอากาศที่จะเกิดขึ้นในช่วงจากนี้เป็นต้นไป ยังไม่อยู่ในสภาวะที่ไว้วางใจได้ ดังนั้นการทำงานในครั้งนี้ขอให้มีการจัดเตรียมความพร้อมด้วยความต่อเนื่องในกรณีที่หากมีเหตุการณ์ที่จะต้องรับมือกับสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดอื่นๆ หรือพื้นที่ใดก็ตามในประเทศ เราจะได้บูรณาการกัน ร่วมแรงกันไปแก้ไขปัญหาให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยเร็วให้รีบสำรวจ–ประเมินความเสียหายนายอนุทินกล่าวด้วยว่า สำหรับจังหวัดที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายไปในทางดีขึ้น ขอให้เร่งสำรวจ ประเมินความเสียหายให้ครอบคลุมในทุกด้าน เพื่อช่วยเหลือประชาชนตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วน โดยต้องจัดทำบัญชีความเสียหายออกเป็น 2 ส่วน คือ ความเสียหายที่เกิดขึ้น ก่อนวันที่ 1 ต.ค.69 ที่ต้องใช้การเยียวยาตามกฎระเบียบของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่มีอยู่และความเสียหายตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.69 เป็นต้นไป รัฐบาลได้จัดทำประกันภัยพิบัติให้ประชาชนจำนวน 30 ล้านครัวเรือน โดยเกณฑ์และมาตรฐานในการให้ความช่วยเหลือจะอ้างอิงมาจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นส่วนใหญ่เร่งทำความเข้าใจหลักกรมธรรม์นายกฯกล่าวอีกว่า ขอให้รัฐมนตรีที่กำกับดูแล อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผวจ.ทุกจังหวัด ทำความเข้าใจกับกฎเกณฑ์ดังกล่าว และชี้แจงให้ผู้ที่มีหน้าที่สำรวจและประเมินความเสียหายมีความเข้าใจที่ถูกต้อง ทุกฝ่ายจึงต้องทำความเข้าใจหลักเกณฑ์ในกรมธรรม์ เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้ได้รับเงินประกันอย่างเป็นธรรม ให้นายเอกนิติสั่งการไปยังสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ให้เป็นคนกลาง สร้างความเป็นธรรมแก่ทั้งผู้รับประกันและผู้เอาประกัน ให้เร่งประสานงานดูแลเรื่องทรัพย์สิน ยานพาหนะ รถเข็นและรถจักรยานยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม มีความคุ้มครองจากประกันภัย คล้ายกรณีที่เคยดำเนินการในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายอนุทินกล่าวตอนท้ายว่า การประชุมวันนี้เกิดประโยชน์อย่างมาก และจะยังคงประชุมติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ไม่เว้นวันหยุดราชการ จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ระดมเครื่องสูบเข้าเคหะร่มเกล้าที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เวลา 10.10 น. นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ หรือ “โกแพ” รมช.มหาดไทย กล่าวถึงการเร่งระบายน้ำในพื้นที่เคหะชุมชนร่มเกล้าว่า เมื่อคืนวันที่ 1 ต.ค.ได้ระดมเครื่องสูบขนาดใหญ่ 4 ชุด ไปติดตั้งในพื้นที่เคหะชุมชนร่มเกล้าแล้ว ต้องดูสถานการณ์น้ำในคลองประเวศบุรีรมย์ว่าระดับน้ำเป็นอย่างไร อยู่ในจุดที่สามารถพร่องน้ำได้หรือไม่ ทั้งนี้ พื้นที่เคหะชุมชนร่มเกล้ามีขนาดใหญ่ หากเดินเครื่องสูบน้ำแล้ว คาดว่าใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน เพราะต้องดูน้ำในคลองประเวศบุรีรมย์ว่าลดลงขนาดไหน เมื่อถามต่อว่าหากพื้นที่เคหะชุมชนร่มเกล้าคลี่คลาย มีแผนจะระบายน้ำพื้นที่ไหนต่อหรือไม่ นายวรศิษฎ์กล่าวว่า จริงๆยังมีอีกหลายพื้นที่ แต่เป็นพื้นที่ย่อยไม่ได้เป็นพื้นที่วงกว้าง จะไปดูว่ารายละเอียดจะมีการจัดการแบบไหน ในพื้นที่เคหะชุมชนร่มเกล้าระดับน้ำเฉลี่ยอยู่ประมาณเอวและอยู่บริเวณใต้อก สิ่งที่เกิดขึ้นเนื่องจากพื้นที่เคหะชุมชนร่มเกล้าน้ำท่วมขังมาหลายวัน มีขยะและน้ำเริ่มที่จะเน่า จึงมีการคุยกันว่าให้ กทม. เร่งกำจัดขยะ และเราจะเร่งสูบน้ำให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาสุขภาวะปัดดราม่าไม่ใช่เวลาเถียงใครทำเมื่อถามว่ามีกระแสดราม่าว่า การจัดการน้ำท่วมในพื้นที่เคหะชุมชนคลองจั่น เป็นผลงานนายวรศิษฎ์ ไม่ใช่ของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.นายวรศิษฎ์กล่าวว่า วันนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมานั่งถกเถียงกันว่าใครทำอะไรไม่ทำอะไร ผลงานใครแบบไหน เชื่อว่าทุกคนทำงานกันอย่างเต็มที่ เพื่อทำให้สถานการณ์คลี่คลายได้เร็วที่สุด ก็เป็นการหารือร่วมกัน จากแผนเดิมเมื่อคลองสายหลักระดับน้ำเริ่มลดลงจนสามารถสูบน้ำลงได้ นายกฯได้หารือกับผู้ว่าฯ กทม.สั่งการว่าจะต้องเอาเครื่องสูบน้ำมาติดตั้ง ณ วันนั้นให้ได้และให้เริ่มสูบ ตนแค่ลงไปดูหน้างาน เป็นเพียงส่วนเล็กๆที่ลงไปช่วยดำเนินการ ทุกฝ่ายก็ช่วยกัน ครม.ก็ช่วย กลาโหมก็ช่วย ปภ.ก็ช่วย ไม่ใช่สิ่งที่จะต้องมาถกเถียงกันทำแผนเผชิญเหตุรับมือ “เวิลด์แบงก์”นายปริญญากล่าวอีกว่า ส่วนการจัดตั้งศูนย์บัญชาการหน้างานหรือ ICP ของ กทม.จะจัดตั้งรวม 4 ศูนย์ ได้แก่ โซน กทม.เหนือท่าอากาศยานดอนเมืองหรือคลองด้านบน บริหารจัดการน้ำที่ไหลจาก จ.ปทุมธานี โซนลาดกระบัง-ร่มเกล้า ขณะนี้ตั้งศูนย์บัญชาการถาวร มีผู้บริหาร กทม.ที่มีอำนาจตัดสินใจประจำอยู่ตลอดเวลาจนกว่าน้ำลด โซนถนนลาดกระบังตั้งบริเวณซอยลาดกระบัง 100 และสวนพระนครจัดตั้งศูนย์เสริมเพื่อดูแลประชาชนตามแนวถนนลาดกระบังที่น้ำท่วมขัง โซนหนองจอกบริเวณชุมชนวิกฤติ ตั้งศูนย์หน้างานดูแลหมู่บ้านฟลอร่าวิลล์กับชุมชนในหนองจอก ที่ระดับน้ำยังวิกฤติ เมื่อถามว่าช่วงวันที่ 11-14 ต.ค. มีงานประชุมเวิลด์แบงก์ใน กทม. ได้เตรียมรับมือกับสถานการณ์ฝนอย่างไร นายปริญญาตอบว่า กทม.ทำแผนเผชิญเหตุเกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหา โฟกัสไปในพื้นที่ที่มีการจัดงาน เช่น โซนศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เขตคลองเตย เป็นต้น รามคำแหงอ่วมกว่า 200 ล้านด้านนายวุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง เปิดเผยหลังลงพื้นที่สำรวจความเสียหายในมหาวิทยาลัยว่า ระดับน้ำลดลงจนเกือบกลับเข้าสู่ภาวะปกติ หลังมีน้ำท่วมขังต่อเนื่อง 6 วัน บางจุดระดับน้ำสูงเกือบ 2 เมตร เจ้าหน้าที่และบุคลากรเข้าทำความสะอาดพื้นที่ สำรวจความเสียหาย พบกว่าครึ่งได้รับผลกระทบ อาทิ สถาบันคอมพิวเตอร์ คณะศึกษาศาสตร์ สำนักบริการทางวิชาการและทดสอบประเมินผล กองกิจการนักศึกษา คณะศิลปกรรมศาสตร์ฯ จากการประเมินความเสียหายเบื้องต้นคาดว่ากว่า 200 ล้านบาท สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้นับเป็นเหตุการณ์รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งที่มหาวิทยาลัยต้องเผชิญในรอบกว่า 4 ทศวรรษ และมหาวิทยาลัยจะกลับมาเปิดการเรียนการสอนตามปกติภายในวันที่ 5 ต.ค. ส่วนสอบปลายภาค วันที่ 14-28 ต.ค. ตามกำหนดเดิมเปิดตัว“Traffy Fondue ซ่อมสร้าง”ที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ถนนโยธี นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯและ รมว.อว. พร้อม น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. และคณะผู้เกี่ยวข้อง แถลงข่าวเปิดตัวระบบ “Traffy Fondue ซ่อม สร้าง สู้ น้ำท่วม” นายยศชนันกล่าวว่า หลังน้ำลดแล้วจะเป็นเรื่องการซ่อมแซม ทำความสะอาดบ้าน อว.ได้ขอให้เนคเทคเพิ่มเมนู “ซ่อมสร้าง สู้น้ำท่วม” ในระบบ Traffy Fondue ที่คน กทม.คุ้นเคยดีอยู่แล้ว มาใช้เป็นฐานตั้งต้นในการทำงาน โดยบูรณาการกำลังคนจากหน่วยงานต่างๆ ช่วยดูแลระบบไฟฟ้าในบ้านเรือน เครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ การทำความสะอาดบ้านเรือน โดยขั้นตอนการแจ้งขอรับความช่วยเหลือผ่านระบบ Traffy Fondue คือ 1.เข้าแอปพลิเคชัน LINE เพิ่มเพื่อน @Traffy Fondue และเลือกเมนู “ซ่อม สร้าง สู้ น้ำท่วม” 2. เลือกประเภทความช่วยเหลือ 3.กรอกรายละเอียดและแนบภาพถ่ายความเสียหาย 4.แชร์ตำแหน่งสถานที่ (Location) ที่ต้องการให้ช่วยเหลือ 5.ระบบจะส่งเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสามารถติดตามสถานะได้จนจบงาน5 เขตยังต้องการความช่วยเหลือสูงขณะที่ น.ส.ทวิดา รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วม กทม. ที่ยังวิกฤติคือเขตลาดกระบัง หนองจอก ประเวศ มีนบุรี สายไหม ที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างสูงมากและทหารได้ให้การช่วยเหลือตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย.เป็นต้นมา ส่วนบางเขน ลาดพร้าว หลักสี่ สะพานสูง สวนหลวง บึงกุ่ม คันนายาว ยังมีพื้นที่ที่มีระดับน้ำสูงอยู่ในบางหมู่บ้าน สำนักงานเขตกับทหารจะร่วมกันตั้งศูนย์ในการให้ความช่วยเหลือเฉพาะจุดเพิ่มขึ้น ส่วนผู้ป่วย กทม.ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ นำออกมาจากพื้นที่มายังศูนย์พักพิงชั่วคราวแล้ว 776คน หลังจากนี้จะเป็นกระบวนการฟื้นฟูทำความสะอาดจัดการขยะและป้องกันโรคต่อไปปชป.กระทุ้งรัฐปล่อยกู้ปลอดดอกอีกด้านที่รัฐสภา เวลา 10.00 น. นายกรณ์ จาติกวณิช นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมนายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ทีมเศรษฐกิจด้านพลังงานพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมแถลงเรียกร้องต่อรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้เร่งออกมาตรการเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากเป็นการด่วน หลังสถานการณ์น้ำท่วมเริ่มลดระดับลง แต่ประชาชนและพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยต้องเผชิญกับการขาดเงินทุนหมุนเวียนในการกลับมาทำมา หากิน โดยเฉพาะกลุ่มผู้หาเช้ากินค่ำ หากประชาชนเข้าไม่ถึงแหล่งทุนในระบบจะถูกบีบให้หลุดเข้าสู่วงจรการเป็นลูกหนี้นอกระบบ เหมือนวิกฤติน้ำท่วมปี 2554 พรรคจึงเสนอให้รัฐบาลสั่งการธนาคารออมสิน ขอให้ปล่อยวงเงินสินเชื่อแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม เพราะธนาคารมีฐานข้อมูลลูกหนี้พ่อค้าแม่ขายอยู่แล้วสามารถดำเนินการได้ทันที“เดชรัต” ซัดรัฐบริหารล้มเหลวทางด้านนายเดชรัต สุขกำเนิด ผอ.ศูนย์นโยบายเพื่ออนาคต (Think Forward Center) ในฐานะประธานคณะทำงานติดตามสถานการณ์น้ำ พรรค ปชน. กล่าวว่า ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา สังคมเห็นชัดเจนแล้วว่า รัฐบาลล้มเหลวในการบริหารจัดการวิกฤติอุทกภัยและยังคงตั้งตัวไม่ได้ ไร้แผนในการระบายน้ำ การรับมือมวลน้ำเหนือระลอกใหม่ที่จะไหลลงมาสมทบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ทางฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งเป็นพื้นที่ที่น้ำยังท่วมสูง ตั้งแต่ปทุมธานี เข้ามากรุงเทพฯ และตั้งแต่เขตสายไหม คลองสามวา หนองจอก ลาดกระบัง ต่อเนื่องไปถึง จ.สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา พื้นที่โซนตะวันออกดังกล่าว สามารถระบายน้ำออกได้ 4 ทาง หากรัฐบาลและหน่วยงานส่วนกลาง ไม่เร่งจัดสรรเส้นทางการไหลของน้ำ เชื่อมโยงระบบระบายน้ำระหว่างกรุงเทพฯและจังหวัดปริมณฑลให้ทำงานอย่างสอดคล้องกัน การระบายน้ำในภาพรวมจะไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้ประชาชนแบกรับภาวะน้ำท่วมขังสูงยาวนานขึ้น“เท้ง” สำรวจรังสิต-ปทุมธานีที่ ต.รังสิต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี วันเดียวกัน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม ร่วมกับ สส.พรรค ปชน.นำข้าวสาร อาหารแห้ง และเวชภัณฑ์ที่จำเป็นไปมอบให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ นายณัฐพงษ์ให้สัมภาษณ์ว่า ก่อนเดินทางมาปทุมธานี ได้ร่วมติดตามสถานการณ์พื้นที่ฝั่งตะวันออกของ กทม. พบปัญหาลักษณะเดียวกัน โดยเฉพาะพื้นที่ซอยลึก ที่ระดับน้ำภายในซอยแทบเสมอกับระดับน้ำในคลอง เมื่อคลองไม่ลด น้ำในชุมชนก็ไม่สามารถลดลงได้ การแจกอาหาร น้ำดื่ม และยาให้ประชาชนยังจำเป็น ตราบใดที่ระดับน้ำยังสูง จนประชาชนไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ความช่วยเหลือเฉพาะหน้าอย่างเดียวไม่เพียงพอ สิ่งที่ประชาชนต้องการมากที่สุดในเวลานี้คือ คำตอบที่ชัดเจนจากรัฐบาลว่า จะระบายน้ำออกได้เท่าไร น้ำจะลดเมื่อใดชัชชาติเคลียร์ปม “ท่อซิ่ง”ช่วงเย็นวันที่ 2 ต.ค. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงประเด็นข้อสงสัยเรื่องการนำท่อซิ่ง มาช่วยระบายน้ำว่า ยืนยันว่าไม่อยากให้มองเป็นประเด็นว่าใครเป็นผู้ติดต่อก่อนหรือหลัง ไม่ว่าจะเป็นความช่วยเหลือจาก รมช.มหาดไทย สส.ในพื้นที่หรือภาคเอกชน สิ่งสำคัญที่สุดคือความร่วมมือจากทุกฝ่ายเพื่อนำเครื่องมือมาช่วยเหลือประชาชนให้เร็วที่สุด เนื่องจาก กทม.ขาดแคลนอุปกรณ์ดังกล่าว ไม่อยากให้เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นดราม่า เพราะยังมีปัญหาอื่นที่น่าปวดหัวและต้องเร่งจัดการมากกว่า การที่มีทุกหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือนั้นถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีและต้องขอบคุณทุกภาคส่วนด้วยอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่