“หนู” สำลักน้ำ ของแสลงไม่ถูกโรค “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย แพ้ทางกันต่อเนื่องล่าสุดต้องเผชิญพายุอารมณ์คนกรุง หลังปล่อย กทม.จมบาดาล บ้านเรือน รถยนต์เสียหายยับ แม้หลายพื้นที่คลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติ แต่บางพื้นที่ยังไม่สามารถกลับคืนสภาพเดิม ชาวบ้านต้องทนแช่น้ำเน่าร่วมสัปดาห์ต่อไป หนำซ้ำต้องระทึกมวลน้ำเหนือก้อนใหม่ วันที่ 5 ต.ค.จะจู่โจมซ้ำให้จมมิดกว่าเดิมหรือไม่ถึงจะตั้งวอร์รูมเกาะติดสถานการณ์ เช็กเส้นทางน้ำ 24 ชั่วโมง หรือขยันลงพื้นที่ แจกข้าว แจกของช่วยประชาชนดึกดื่นแค่ไหน ก็สลัดไม่พ้นตำบลกระสุนตกชุก“นายกฯหนู” ในฐานะผู้รับผิดชอบภาพรวมการบริหารจัดการ แต่ต้องแบกรับสนามอารมณ์คนกรุง รับเละยิ่งกว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ที่เป็นเจ้าของพื้นที่ตัวจริงมีดราม่ามากระแทกอารมณ์คนได้ทุกวัน โดนทั้งชาวบ้านมาตะโกนด่าต่อหน้า แม้กระทั่งตกเป็นขี้ปากความเหลื่อมล้ำ บ้านนายกฯไม่ถูกน้ำท่วม ต่างจากบ้านหลังอื่นๆในหมู่บ้านเดียวกัน กลับต้องทนแช่น้ำจะถอดบทเรียนกี่รอบ มาตั้งแต่เหตุน้ำท่วมหาดใหญ่ น้ำป่ากระหน่ำ จ.น่าน ก็ยังสอบตกแก้ปัญหาภัยธรรมชาติ ไม่สามารถอุดรูรั่วด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติได้อย่างแท้จริง คำว่า “เอาอยู่”เป็นแค่การส่งสัญญาณ เตือนภัยให้อพยพวิกฤติมวลน้ำที่ไม่ได้น่าห่วงเฉพาะเมืองหลวง แต่คุกคามไปทั่วพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ลุกลามไปสู่ภาคตะวันตก ต้องสั่งอพยพคนโกลาหล ขนของหนีน้ำขึ้นที่สูงภาวะจิตตกสะสมของคนทุกภาค ต่างรู้ซึ้งและลิ้มรสฝีมือบริหารจัดการมวลน้ำของ“นายกฯหนู” มาแล้ว ตั้งแต่เหนือจดใต้ เพราะไม่ใช่แค่เรื่องวิกฤติสภาพอากาศแปรปรวนอย่างเดียว แต่ยังเป็นวิกฤติการบริหารจัดการของผู้นำในภาวะฉุกเฉินอีกด้วยตามความรู้สึกของประชาชนที่ต้องเสี่ยงเผชิญชะตากรรมซ้ำๆ โดยไม่มีการพัฒนาโครงสร้างเชิงระบบ ที่พึ่งพาหรือฝากความหวังได้ จุดเสี่ยงวิกฤติศรัทธาคืบคลานเข้าหารัฐบาลมากขึ้นเข้าทางฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ เร่งปลุกอารมณ์ร่วมสังคม รัฐบาลไร้น้ำยา การแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า การช่วยเหลือล่าช้า ไม่ทั่วถึง การระบายน้ำ การเยียวยาฟื้นฟู และยังเลี่ยงการตรวจสอบ ไม่กล้ามาชี้แจงในสภาฯมวลน้ำซัดความเชื่อมั่นรัฐบาลไหลไปกับสายน้ำ “นายกฯหนู”เผชิญหน้าวิกฤติศรัทธาครั้งใหญ่ตามผลสำรวจนิด้าโพลล่าสุด ที่คะแนนความนิยมในไตรมาสสาม ช่วงปลายเดือน ก.ย. รูดลงมาเหลือแค่ 13.76% จากเดิมสองไตรมาสแรก อยู่ที่ 29.4% และ 21.68%เรตติ้งสาละวันเตี้ยลงเรื่อยๆ แต่ต้องแบกรับแรงกดดันความโกรธเกรี้ยวของประชาชน และการรุกคืบทางการเมืองของฝ่ายค้าน ที่เตรียมรวบรวมพยานหลักฐาน เก็บข้อมูลความล้มเหลวทุกเรื่อง ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลช่วงปลายปีทั้งแผลสด กรณีน้ำท่วมซ้ำซากทุกภูมิภาค หรือแผลเก่าอย่างการทุจริตโกงสอบท้องถิ่น โครงการ TH-AI Passport คดีฮั้ว สว.ที่มีข้อคาใจเชื่อมโยงถึงรัฐมนตรีภูมิใจไทยล่าสุดก็มีกรณีปัญหาสแกมเมอร์ ทุนเทา แผลเดิม แต่กลับมาติดเชื้ออักเสบใหม่ภายหลัง นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เปิดเผยข้อมูลกลางสภาฯ มีสามี สส.หญิง จ.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย เกี่ยวข้องขบวนการสแกมเมอร์ข้ามชาติจุดต่อมปรี๊ดแตก “ไอเดียร์”น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.หญิง จ.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ลุกมาตอบโต้หัวโจกพรรคส้ม ดุเดือดกลางสภาฯ ถึงขั้นที่ประะธานที่ประชุมสภาฯ ไล่นายรังสิมันต์ออกจากห้องประชุม เพราะไม่ยอมถอนคำพูดให้ร้ายบุคคลภายนอกฟิวส์ขาด ประกาศไล่บี้ต่อนอกสภาฯ ยื่นฟ้องดำเนินคดีจนถึงที่สุดปัญหาสแกมเมอร์ถูกกลับมาจุดติดใหม่ อย่างที่คณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เตรียมเรียก น.ส.สุชาดา และสามีมาให้ข้อมูลต่อ กมธ. ไล่บี้หาข้อมูลความเชื่อมโยงธุรกิจคริปโต เคอร์เรนซี ที่ถูกตั้งข้อสงสัยเชื่อมโยงเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติลากมาอยู่ในความสนใจประชาชน ตามเค้าลางที่คงไม่หยุดอยู่แค่ระดับ สส.ในพื้นที่แน่ อาจมีลูกติดพันไปถึง นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) ในฐานะที่ น.ส.สุชาดาเป็นเลขานุการ รมว.ดีอี ตั้งข้อสังเกตโยงเป็นปมการเมืองไปสู่ตัวผู้บังคับบัญชา ตามโจทย์ถนัดของพรรคประชาชน จุดสารตั้งต้นขยายผลไปเขย่าลูกเทพ กระอักกระอ่วนตอบคำถามในเวทีซักฟอก วิกฤติศรัทธารุกคืบ แผลเก่า แผลใหม่ สั่นคลอนเสถียรภาพรัฐบาลล้มลุกคลุกคลาน!!!ทีมข่าวการเมือง รายงานคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม