มหาอุทกภัย เป็นวิกฤติที่ซ้อนวิกฤติของประเทศ ท่ามกลางเสียงเรียกร้องให้ผู้นำ ผู้บริหารแสดงความรับผิดชอบ โดยการลาออก ซึ่งเป็นอะไรที่ห่างไกลความจริงมาก แค่คำว่า ขอโทษ ไม่เคยปรากฏออกจากปากผู้นำ ผู้บริหาร เพราะฉะนั้นจะหวังให้แสดงสปิริตโดยการลาออก จึงเป็นเรื่องที่ยากกว่าการงมเข็มในมหาสมุทรเสียอีกย้อนความทรงจำเหตุการณ์เมื่อปี 2551 อภิรักษ์โกษะโยธิน ประกาศลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.ทันทีหลังจากที่ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดอาญาในคดีรถ–เรือดับเพลิงมูลค่า 6,687 ล้านบาท ซึ่งมีชื่อของอภิรักษ์ถูกชี้มูลด้วยแม้เรื่องนี้อภิรักษ์ได้ชี้แจงกับสื่อในเวลาต่อมาว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนที่จะได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม. และเป็นการดำเนินการในระดับรัฐบาลในลักษณะ G2G มีการลงนามใน AOU โดย รมว.มหาดไทยในนามรัฐบาลไทยกับรัฐบาลออสเตรีย มีการลงนามซื้อขายระหว่าง กทม.และบริษัทสไตเออร์ ก่อนที่จะเข้ามารับตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.ด้วยซ้ำ มีการลงนามในสัญญากันตั้งแต่วันที่ 27 ส.ค.2547 จากนั้นมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ในวันที่ 29 ส.ค.เพราะฉะนั้น การเปิด L/C เป็นการลงนามของอดีตผู้ว่าฯ กทม.ในวันที่ 31 ส.ค. ก่อนที่จะเข้ามารับตำแหน่งในวันที่ 6ก.ย. อย่างไรก็ตาม หลังจากแถลงรายละเอียดของโครงการ อภิรักษ์ได้ประกาศลาออกเพื่อให้เกิดมาตรฐานทางการเมืองขึ้นมาใหม่ และเพื่อที่จะให้เกิดผลกระทบกับการทำงานของ กทม.ให้น้อยที่สุดหลังจากนั้นมาก็ไม่เคยให้ภาพของการลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ ตามมาตรฐานการเมืองใหม่ อย่างที่อดีตผู้ว่าฯ กทม.ได้ทำไว้เป็นตัวอย่างอีกเลย นอกจากการลาออกจากหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หลังจากประสบความพ่ายแพ้ในสนามเลือกตั้งเมื่อปี 2562 ตามสัญญา มี รมต.ลาออกในรัฐบาลอนุทิน เนื่องจากไปมีชื่อว่าเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ ส่วนใหญ่การออกจากตำแหน่ง โดยการถูกตัดสิทธิทางการเมืองหรือจำนนด้วยข้อกฎหมายทั้งสิ้นวันนี้มีเสียงเรียกร้องให้ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ลาออกจากผู้ว่าฯ กทม. แสดงสปิริตที่ไม่มีการป้องกันและแจ้งเตือนมหาอุทกภัยใน กทม. น้องๆปี 2554 เสียงเรียกร้องชักจะดังขึ้นเรื่อยๆ อันที่จริงชัชชาติยื่นใบลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.มาครั้งหนึ่งแล้วเมื่อวันที่ 17 พ.ค.2569 เพื่อเตรียมลงรับสมัครผู้ว่าฯ กทม.อีกสมัย เสียงเรียกร้องให้ชัชชาติลาออกเคยมีก่อนหน้านี้มาจากกรณีการทุจริตเครื่องออกกำลังกายของ กทม. 9 โครงการ วงเงิน 77,730,000บาท และเรื่องถูกร้องเรียนไปถึงมือ ป.ป.ช.เรียบร้อย โครงการนี้อยู่ในปีงบประมาณปี 2567 แม้จะไม่ได้เกี่ยวข้องกับชัชชาติโดยตรง แต่ในฐานะผู้บริหารควรจะแสดงความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่มีอะไรในกอไผ่ ชัชชาติยังยืนยันที่จะไม่ลาออก ทำหน้าที่ต่อไป ไม่ว่าจะปรากฏเรื่องราวของอากง หรือความไม่โปร่งใสเกิดขึ้นใน กทม. ชัชชาติก็ยังเป็นชัชชาติ รถติด น้ำท่วม การก่อสร้างคาราคาซัง กีดขวางการจราจร ไม่สามารถทำอะไรชัชชาติได้อยู่ดี ต้องยอมรับว่าเป็นความโชคดีของชัชชาติ แต่กลายเป็นความโชคร้ายของอนุทินไปฉิบ.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม