เขื่อนเจ้าพระยาสุดอั้น ปล่อยน้ำแตะ 2,400 ลบ.ม./วินาที สูงสุดในรอบปี ทำพื้นที่จังหวัดท้ายเขื่อนยันกรุงเทพฯและปริมณฑลน้ำเพิ่มสูงขึ้น ผู้ว่าฯ “ชัชชาติ” ลุยตรวจน้ำท่วมเคหะคลองจั่น ล่าสุดน้ำลดลงแล้ว ส่วนแยกบางกะปิน้ำแห้ง เตรียมแผนเข้าฟื้นฟูเต็มรูปแบบ ขณะที่เขื่อนวชิราลงกรณน้ำปริ่มใกล้เต็ม ต้องเร่งปล่อยน้ำออก ทำชุมชนริมน้ำแม่กลองอ่วมหนัก ส่วนเขตเทศบาลกบินทร์สาหัสไม่แพ้กัน ระดับน้ำ ยังสูงกว่า 1.5 เมตร ระดมย้ายผู้ป่วยเคสแดง รพ.อภัยภูเบศรไป รพ.ค่ายจักรพงษ์ ด้านกรมอุตุฯคาดฝนจ่อถล่มซ้ำต้น ต.ค.อีกอุทกภัยหลายพื้นที่ยังวิกฤติ มวลน้ำเหนือเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องไหลผ่าน จ.นครสวรรค์ ลงเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ประตูด่านกักน้ำสำคัญจนอั้นไม่ไหว จำเป็นต้องปรับการระบายน้ำเพิ่ม ทำให้จังหวัดท้ายเขื่อนตั้งแต่สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี กทม. และสมุทรปราการ ระดับน้ำสูงขึ้น ขณะที่หลายภาคส่วนสั่งระดมเครื่องสูบน้ำเร่งระบายน้ำออก เพื่อช่วยบรรเทาทุกข์ให้กับผู้ประสบภัย วิกฤติน้ำเหนือทะลักไม่หยุดสถานการณ์น้ำท่วมเมื่อวันที่ 1 ต.ค. มวลน้ำเหนือที่ไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณสถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ ล่าสุดช่วงเวลา 08.00 น.น้ำไหลผ่านอยู่ที่ 2,604 ลบ.ม./วินาที บริเวณสถานีวัดน้ำ C.13 เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท มีปริมาณน้ำด้านเหนือเขื่อนอยู่ที่ 17.81 เมตร/รทก. ระดับน้ำยังคงเพิ่มขึ้นสูงต่อเนื่อง มีปริมาณน้ำด้านท้ายเขื่อนอยู่ที่ 15.46 เมตร/รทก. ระดับน้ำห่างตลิ่งอยู่ที่ 0.88 ม.รทก. เขื่อนเจ้าพระยาทยอยปล่อยน้ำในอัตรา 2,300 ลบ.ม./วินาที เป็น 2,400 ลบ.ม./วินาที ในเวลา 13.00 น. หรือชั่วโมงละ 20 ลบ.ม./วินาที และคงอัตราดังกล่าวต่อเนื่อง ทำให้ระดับน้ำจะสูงขึ้นอีกน้ำเอ่อที่ลุ่มเมืองปากน้ำโพขณะที่ชาวบ้านที่อาศัยในพื้นที่ชุมชนลุ่มต่ำริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตเทศบาลนครนครสวรรค์ โดยเฉพาะชุมชนบางปรอง ชุมชนวัดตะแบก ชุมชนสถานีรถไฟปากน้ำโพ และพื้นที่ใกล้เคียง เริ่มได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มขึ้น น้ำเข้าท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำบางจุดแล้ว เบื้องต้นเทศบาลนครนครสวรรค์ลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์ เพื่อเตรียมให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ส่วนพื้นที่ชั้นในและย่านเศรษฐกิจของตัวเมืองนครสวรรค์ทางเทศบาลนครนครสวรรค์แจ้งว่ายังไม่น่าเป็นห่วง เนื่องจากระดับน้ำยังต่ำกว่าสันเขื่อนและแนวป้องกันน้ำในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะปริมาณน้ำเหนือ หากไม่มีฝนตกเพิ่มเติมและปริมาณน้ำไหลลงมาสมทบลดลง ระดับน้ำเจ้าพระยามีแนวโน้มทรงตัวหรือลดลงได้ปรับระบายน้ำแตะ 2,400นายชวลิต ฉลอม ผู้อำนวยการโครงการชลประทานชัยนาท เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท เผยว่า สถานการณ์น้ำเหนือในวันนี้ ที่สถานี C.2 จ.นครสวรรค์ น้ำไหลผ่านที่ 2,600 ลบ.ม./วินาที คาดการณ์ล่วงหน้าอีกประมาณ 2 วัน ปริมาณน้ำจะพีกสูงสุดอยู่ที่ 2,900-3,000 ลบ.ม./วินาที รวมทั้งแม่น้ำสะแกกรัง และแม่น้ำที่ไหลสมทบด้านข้างก่อนถึงเขื่อนเจ้าพระยาอีกประมาณ 600 ลบ.ม./วินาที รวมน้ำที่จะต้องบริหารหน้าเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ 2,900 ลบ.ม./วินาที กรมชลประทานมีแผนบริหารจัดการน้ำเขื่อนเจ้าพระยา เมื่อวันที่ 30 ก.ย.ระบาย 2,200-2,300 ลบ.ม./วินาที และจะขยับขึ้นไปจนถึง 2,500 ลบ.ม./วินาที เป็นขั้นบันได โดยช่วงบ่ายวันนี้เวลาประมาณ 14.00 น.จะปรับเป็น 2,400 ลบ.ม./วินาที เกณฑ์การควบคุมการระบายน้ำที่เราได้รับอนุมัติมาไม่เกิน 2,500 ลบ.ม./วินาที ฉะนั้นปริมาณน้ำเหนือที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยายกตัวสูงขึ้น ขณะนี้อยู่ที่ +17.79 ม.รทก. แต่จะรักษาระดับไม่ให้เกิน +18.00 ม.รทก. เฝ้าระวังฝนถล่มซ้ำ 5–7 ต.ค.สำหรับกรุงเทพฯและปริมณฑล จุดเช็กพอยต์อยู่ที่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 2,173 ลบ.ม./วินาที สามารถรับได้ในระดับควบคุมไม่เกิน 3,500 ลบ.ม./วินาที ปริมาณน้ำดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อกรุงเทพฯและปริมณฑล จากสถานการณ์ดังกล่าวอนาคตหากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติม ระดับน้ำพีกก้อนนี้จะสามารถบริหารจัดการได้โดยไม่ส่งผลกระทบกรุงเทพฯ แต่เมื่อกรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าจะมีฝนเข้ามาในช่วงวันที่ 5-7 ตุลาคมนี้ ทางกรมชลประทานจะเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดต่อไปอพยพคนท้ายเขื่อนหนีน้ำผลพวงจากการระบายน้ำดังกล่าวทำให้สถานการณ์น้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาส่งผลกระทบในวงกว้าง น้ำเริ่มเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำ ต.หาดอาษา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ไปแล้วกว่า 400 หลังคาเรือน ระดับน้ำสูงสุดประมาณ 1 เมตร ชาวบ้านต้องใช้เรืออพยพข้าวของ ทั้งรถยนต์ ที่นอนหมอนมุ้ง รถไถ สัตว์เลี้ยงและทรัพย์สินมีค่ามานอนที่เต็นท์ริมถนนสายคันคลองมหาราชเป็นแนวยาวหลายกิโลเมตร นายสมชาย แก้วศรีนวล อายุ 67 ปี ชาวบ้าน หมู่ 3 ต.หาดอาษา อ.สรรพยา เผยว่า ปีนี้น้ำเยอะมาก เจ้าหน้าที่ประกาศให้เก็บของมา 2 วันแล้วและหนีมาอยู่บนถนน ไม่รู้จะนานไหม อาจจะนานเป็นเดือนหรือ 2 เดือน คนแถวนี้ชินชากับน้ำท่วมแล้วอ่างทองท่วมแล้ว 5 อำเภอจ.อ่างทอง เจ้าหน้าที่เร่งประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนชาวบ้านเตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย หลังเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ปรับการระบายน้ำเพิ่ม ทหารร่วมกับส่วนราชการในพื้นที่นำกระสอบทรายไปเสริมป้องกันจุดเสี่ยงและจุดที่รั่วซึม ป้องกันน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนและเขตเศรษฐกิจ ล่าสุด จ.อ่างทองได้รับผลกระทบแล้ว 5 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมืองอ่างทอง, อ.ป่าโมก, อ.วิเศษชัยชาญ, อ.ไชโยและ อ.สามโก้ รวม 31 ตำบล 125 หมู่บ้าน 14 ชุมชน 1,523 ครัวเรือน มีพื้นที่เฝ้าระวัง 4 อำเภอ คือ อ.เมืองอ่างทอง 6 ตำบล, อ.วิเศษชัยชาญ 10 ตำบล, อ.ไชโย 8 ตำบล และ อ.ป่าโมก 4 ตำบลสว่างอารมณ์น้ำสูงสุด 1.5 ม.จ.อุทัยธานี ฝนที่ตกหนักสะสม ทำให้มวลน้ำจากวนอุทยานแม่วงก์ยังคงไหลหลากเข้าท่วมเขตเทศบาลตำบลสว่างอารมณ์ อ.สว่างอารมณ์ อย่างต่อเนื่องเป็นวันที่สอง ชาวบ้านต้องปีนออกจากบ้านทางชั้น 2 ลอดหน้าต่างหลบไปอยู่ที่ปลอดภัยอย่างทุลักทุเล ขณะที่พื้นที่ย่านการค้าและเขตเทศบาลวิกฤติหนัก บางจุดในซอยลุ่มต่ำระดับน้ำสูง 1.50 เมตรและไหลเชี่ยวกราก ถนนสายทัพทัน-สว่างอารมณ์-ลาดยาว น้ำท่วมสูงประมาณ 30-70 เซนติเมตร รถยนต์ขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ขณะที่น้ำยังคงเอ่อเข้าท่วมพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดในเทศบาลตำบลสว่างอารมณ์มีชาวบ้านได้รับผลกระทบแล้ว 500 หลังคาเรือน กว่า 2,000 คน เขตเทศบาลกบินทร์ยังจมมิดส่วนบรรยากาศที่ชุมชนตลาดเทศบาลกบินทร์ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ถูกน้ำท่วมเต็มทุกพื้นที่ แม้ว่าระดับน้ำจะลดลงไปมากเฉลี่ยประมาณ 1 เมตร แต่น้ำยังสูงกว่าถนนกว่า 1.5 เมตร ทำให้บรรดาร้านค้าในตลาดถูกน้ำท่วมบริเวณชั้นล่าง การเดินทางของประชาชนต้องใช้เรือเท่านั้น นางณิชาภา ทิพยารมณ์ รองนายกเทศบาลตำบลกบินทร์ นำเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ สำหรับมวลน้ำจาก อ.กบินทร์บุรีไหลหลากลง อ.ศรีมหาโพธิเข้าสู้พื้นที่ อ.เมืองปราจีนบุรี ทำให้สถานที่ราชการหลายแห่งถูกน้ำท่วมสูง ขณะที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรต้องหยุดให้บริการชั่วคราวและสูบน้ำออกอย่างเร่งด่วนย้ายเคสแดง รพ.อภัยภูเบศรขณะที่ พญ.วลีรัตน์ ไกรโกศล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ประสานกับโรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์เคลื่อนย้ายผู้ป่วยสีแดง พร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ สำหรับตัวเลขผู้ป่วยขณะนี้โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรมีผู้ป่วยที่รับการรักษาตัวอยู่ประมาณ 400 คน สีแดง 37 คน สีเหลือง 50 คน และเขียว 80 คน หากสถานการณ์น้ำยังสูงขึ้นจะมีการทยอยเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกไปอีก อย่างไรก็ตามภายหลังมีการย้ายผู้ป่วยต้องมานอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ มีชาวบ้านทราบข่าวได้ประกอบอาหารไปเลี้ยงผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลลุยช่วยพี่น้องประจันตคามด้านครัวสนามมูลนิธิร่วมกตัญญู ยังคงเดินหน้าผลิตอาหารปรุงสุกอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งต่อให้พี่น้องผู้ประสบภัยน้ำท่วม ณ ศูนย์พักพิง วัดเกาะมะไฟ ต.บ้านหอย อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี โดยมีนายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ และนายเอกพัน บรรลือฤทธิ์ นำทีม วันนี้ตั้งเป้าผลิตอาหาร 1,500 กล่อง ตามความต้องการของชาวบ้าน เพื่อเร่งส่งถึงมือผู้ประสบภัยให้ได้รับประทานอาหารร้อนๆอิ่มท้อง และมีแรงสู้ต่อ นอกจากเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูแล้วยังมีจิตอาสาและชาวบ้านใกล้เคียงพร้อมใจกันออกมาช่วยงานครัวสนามคนละไม้คนละมือ แฟลตคลองจั่นเริ่มคลี่คลายเวลา 05.00 น. วันที่ 1 ต.ค. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและการแก้ไขปัญหาอุทกภัยบริเวณเคหะคลองจั่น เขตบางกะปิ จากนั้นเปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์บริเวณเคหะคลองจั่นดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ระดับน้ำลดลง เช่นเดียวกับบริเวณถนนนวมินทร์ที่ระดับน้ำลดลงตามลำดับ อย่างไรก็ตาม พื้นที่ที่ยังต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ เขตลาดกระบัง เขตสะพานสูง รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง เช่น เขตมีนบุรี และเขตหนองจอก เนื่องจากระดับน้ำในคลองประเวศบุรีรมย์ยังอยู่ในระดับสูง สำหรับเคหะคลองจั่น พื้นที่พักอาศัยบางส่วนมีระดับต่ำกว่าคลองเกือบ 1 เมตร ขณะนี้สถานการณ์คลี่คลายลงแล้ว ประชาชนที่นำรถไปจอดบริเวณริมถนนหรือบนสะพาน สามารถทยอยนำรถกลับเข้าพื้นที่ได้แยกบางกะปิน้ำแห้งหมดแล้วนายชัชชาติกล่าวว่า ขณะที่ถนนศรีบูรพามีแนวโน้มดีขึ้น ส่วนถนนลาดพร้าวขณะนี้น้ำแห้งตลอดสายแล้ว เหลือเพียงการเร่งระบายน้ำในซอยลาดพร้าว 101 และพื้นที่หมู่บ้านบางจุด กทม. จะเร่งสูบน้ำออกจากซอยย่อยและพื้นที่ชุมชน เพื่อให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ขณะที่บริเวณแยกบางกะปิ ระดับน้ำบนผิวจราจรแห้งแล้ว เหลือเพียงน้ำขังบริเวณริมผิวจราจรเล็กน้อย จึงมอบหมายให้สำนักงานเขตนำกระสอบทรายมาทำแนวกั้นบริเวณบ่อสูบน้ำ เพื่อเพิ่มความสูงของแนวป้องกันและลดความเสี่ยงจากน้ำในคลองดันกลับขึ้นมาบนผิวจราจร ขั้นตอนต่อไป กทม.จะเร่งระบายน้ำลงคลองลำพังพวย เพื่อช่วยให้ถนนนวมินทร์กลับมาแห้งได้เร็วขึ้นเตรียมแผนฟื้นฟูเต็มรูปแบบนายชัชชาติกล่าวอีกว่า ขณะนี้ระดับน้ำในคลองแสนแสบมีแนวโน้มดีขึ้น เนื่องจากไม่มีฝนตกต่อเนื่องมาแล้วประมาณ 2 วัน เมื่อระดับน้ำลดลงแล้ว กทม. จะเข้าสู่ระยะฟื้นฟูพื้นที่อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งการซ่อมแซมผิวจราจรที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม หน่วย BEST จะเร่งดำเนินการซ่อมแซมจุดที่ชำรุดเพื่อป้องกันอุบัติเหตุและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน รวมถึงจัดเก็บขยะที่มากับน้ำท่วม และระดมกำลังทำความสะอาดถนนและพื้นที่สาธารณะที่น้ำแห้งแล้ว การฟื้นฟูพื้นที่ กทม.จะใช้แนวทางจับคู่เขตบัดดี้ โดยให้ 2 เขตที่ไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมนำทรัพยากรที่มี ทั้งกำลังคน เครื่องมือ เครื่องจักร และเครื่องสูบน้ำ เข้าไปสนับสนุน 1 เขตที่ได้รับผลกระทบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการฟื้นฟูพื้นที่ และช่วยให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว ทั้งนี้ จะเร่งดำเนินการในถนนศรีนครินทร์ ถนนพัฒนาการ รวมถึงเขตสะพานสูงและเขตลาดกระบัง ใช้คลองประเวศบุรีรมย์เป็นแกนหลักในการบริหารจัดการและระบายน้ำ พร้อมติดตามระดับน้ำในคลองอย่างใกล้ชิดเร่งสูบน้ำชุมชนออเงิน 2 วันนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ติดตามสถานการณ์อุทกภัย ณ การเคหะชุมชนออเงิน แขวงออเงิน เขตสายไหม กรุงเทพฯ จากนั้นเปิดเผยว่า ชุมชนออเงินมีห้องพักอาศัยกว่า 5,000 ห้อง และคาดว่ามีประชาชนอาศัยอยู่กว่า 10,000 คน ระดับน้ำในวันนี้ลงพื้นที่ลดลงเกือบครึ่ง เมื่อเทียบกับวันก่อน อย่างไรก็ตาม ยังต้องเร่งระบายน้ำและส่งสิ่งของจำเป็นให้เข้าถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบ คาดว่าจะระบายน้ำในพื้นที่ได้ภายใน 2 วัน สำหรับความกังวลเรื่องน้ำเหนือนั้น จากข้อมูลที่ได้รับ แม่น้ำเจ้าพระยาในช่วงที่ผ่านกรุงเทพฯยังสามารถรองรับน้ำได้ ส่วนปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ขณะนี้เกิดจากน้ำฝน กรุงเทพฯและกรมชลประทานกำลังเร่งระบายออกให้เร็วที่สุดเขื่อนวชิราลงกรณน้ำปริ่มด้านสำนักงานชลประทานที่ 13 โดยศูนย์อำนวยการบริหารจัดการน้ำส่วนหน้า เขื่อนแม่กลอง รายงานสถานการณ์น้ำวันที่ 1 ต.ค. เวลา 06.00 น. ว่า มีการระบายน้ำท้ายเขื่อน 2,227 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยริมแม่น้ำแม่กลอง พื้นที่ลุ่มต่ำและบริเวณตลิ่ง ขอให้ยกสิ่งของขึ้นที่สูง เพื่อความปลอดภัย ขณะเดียวกัน กฟผ.เขื่อนวชิรา ลงกรณ ชี้แจงสถานการณ์น้ำว่า ขณะนี้น้ำในอ่างเก็บน้ำอยู่ที่ความจุ 8736.82 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็น 98.61% ของความจุ สามารถรองรับน้ำได้อีก 123.18 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 1.39% ของความจุ น้ำไหลเข้า 99.20 ล้าน ลบ.ม./วัน ระบายน้ำ 40.44 ล้าน ลบ.ม./วัน หรือ 468.06/วินาที เขื่อนไม่มีการระบายน้ำผ่านสปิลเวย์น้ำสูงถึงราวสะพานท่าเสาขณะที่นายเฉลิมพนธ์ หงษ์ยนต์ ประธานชมรมกู้ภัยทางน้ำภาค 7 พร้อมทีมงานนำอากาศยานไร้คนขับหรือโดรน บินสำรวจสภาพมวลน้ำภายในแม่น้ำแม่กลองบริเวณสะพานท่าเสาเชื่อมต่อระหว่างฝั่ง ต.ลูกแก และฝั่งเทศบาลตำบลท่าเสา อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี รวมถึงสำรวจสถานการณ์ปริมาณน้ำตามริมตลิ่งพบว่าระดับน้ำเพิ่มขึ้น 30 ซม. เหลืออีกประมาณ 1.5 เมตร ปริมาณน้ำก็จะเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ริมน้ำและยังมีแนวโน้มว่าปริมาณน้ำจะเพิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ บริเวณสะพานท่าเสาเก่าที่ก่อสร้างทางจราจรแบบคู่ขนานเชื่อมฝั่งเทศบาลตำบลลูกแกและฝั่งเทศบาลตำบลท่าเสาถูกน้ำท่วมเกือบ 100% โดยเฉพาะบริเวณกลางแม่น้ำ มองเห็นเพียงแค่ราวสะพานเท่านั้น นอกจากนี้ยังพบว่ามีเศษสวะนานาชนิดลอยมาติดสะพานจำนวนมาก เทศบาลตำบลท่าเสานำแผงเหล็กมากั้นเอาไว้บริเวณเชิงสะพานทั้งสองฝั่งเพื่อปิดการจราจร ห้ามประชาชนใช้สะพานดังกล่าวโดยเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยกระชังปลาแควน้อยพินาศที่บ้านหนองหญ้า หมู่ 1 ต.หนองหญ้า อ.เมืองกาญจนบุรี ได้รับผลกระทบจากระดับน้ำในแม่น้ำแควน้อยยังมีปริมาณน้ำมากและเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ชาวบ้านที่ค้าขายหรืออยู่ริมน้ำต้องปิดร้านโดยปริยาย บ้านเรือนประชาชนที่อยู่ติดริมน้ำสะพานข้ามแม่น้ำแควน้อย สะพานเกาะสำโรง-หนองหญ้า ระดับน้ำยังสูงเช่นกัน ขณะที่เกษตรกรเจ้าของกระชังปลาหมู่ 1 ต.หนองหญ้า เดือดร้อนหนัก บางรายเลี้ยงปลาในกระชังกว่า 100 กระชัง ถูกน้ำซัดเสียหายเกินครึ่ง ปลาที่เลี้ยงไว้หลุดลอยไปกับกระแสน้ำ นายสมควร แก่นรัก สมาชิก อบต. หมู่ 4 บ้านหนองหญ้า เผยว่า น้ำท่วมในครั้งนี้หนักมากเหมือนสมัยที่ยังไม่มีเขื่อน ปีนี้น้ำมาเยอะมากจริงๆชุมชนริมน้ำแม่กลองอ่วมส่วนที่ จ.สมุทรสงคราม ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำแม่กลองและริมคลองต่างๆแจ้งติดต่อขอความช่วยเหลือหน่วยงานภาครัฐและทีมกู้ภัยมูลนิธิสรรพราเชนทร์เข้าเคลื่อนย้ายกลุ่มผู้เปราะบาง ผู้ป่วย ผู้พิการออกจากพื้นที่ โดยเฉพาะป่วยฉุกเฉินและผู้ป่วยติดเตียง แต่การทำงานเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากน้ำท่วมสูง ล่าสุดเช้าวันที่ 1 ต.ค.เกิดน้ำทะเลหนุนซ้ำประกอบ กับน้ำจากเขื่อนแม่กลองที่ปล่อยลงมามาก ทำให้ริมน้ำในพื้นที่ อ.บางคนที อ.อัมพวา และ อ.เมืองสมุทรสงคราม เกิดน้ำล้นตลิ่งไหลทะลักเข้าท่วมบ้านประชาชนที่อยู่ติดริมแม่น้ำและติดลำคลอง โดยเฉพาะชุมชนเกาะใหญ่ ตลาดน้ำบางน้อย อ.บางคนที พบว่าน้ำเพิ่มสูงขึ้นกว่าวันก่อนจนท่วมถนนเส้นหลักอัมพวา-บางนกแขวกใช้เครื่องสูบเล็กแทนท่อใหญ่นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย กล่าวถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่แฟลตคลองจั่น กทม.ว่า จริงๆแล้วระดับน้ำควรจะลดลงเร็วกว่านี้ แต่หลังจากที่มีการสูบน้ำออกจากพื้นที่แฟลตคลองจั่นก็ยังมีน้ำจากคลองลำพังพวยไหลเข้ามาเติมในพื้นที่ อย่างไร ก็ตาม ขณะนี้สถานการณ์ดีขึ้นมากแล้ว เมื่อวันที่ 30 ก.ย. หัวสูบที่นำไปใช้สูบน้ำส่วนใหญ่เป็นหัวสูบขนาดใหญ่ประมาณ 15 นิ้ว และ 18 นิ้ว แต่เมื่อระดับน้ำลดลงมาแตะประมาณ 50 ซม. หัวสูบขนาดใหญ่จะเริ่มสูบน้ำได้ยากขึ้น ดังนั้น กรุงเทพฯจะเร่งนำเครื่องสูบน้ำขนาดเล็กเข้ามาเพิ่มเติมเพื่อสูบน้ำที่เหลืออยู่จับตาฝนเปลี่ยนฤดู 4–8 ต.ค.ที่กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมในสถานการณ์อุทกภัย (JICC) ร่วมกับนายฐนโรจน์ วรรัฐประเสริฐ ผอ.ศูนย์อำนวยการน้ำแห่งชาติ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และนางลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมตัวแทน กทม. เอกภพกล่าวว่า มีการแจ้งเตือนจะมีฝนเพิ่มขึ้นช่วงวันที่ 4-8 ต.ค. ที่เป็นฝนเปลี่ยนฤดู ไม่ใช่ฝนตกแช่ จากการพยากรณ์อากาศช่วงวันที่ 6-7 ต.ค.จะมีฝนมากกว่าปกติที่ จ.กาญจนบุรี และจังหวัดฝั่งตะวันตก ส่วน กทม.ฝนเปลี่ยนฤดูจะเข้าวันที่ 7-8 ต.ค. จึงต้องเฝ้าระวังหน่วงน้ำเข้าแม่น้ำสะแกกรังนายเอกภพกล่าวถึงสถานการณ์น้ำเหนือว่า ในช่วง 2 วันที่ผ่านมาระดับน้ำเริ่มลดลงมาถึง จ.นครสวรรค์ ขณะนี้ระดับน้ำจะส่งต่อไปเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ก่อนเข้าแม่น้ำสะแกกรัง จ.อุทัยธานี มีการหน่วงน้ำไว้เพื่อให้น้ำเข้ามาเติมแม่น้ำเจ้าพระยาให้น้อยลง การปล่อยน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา เมื่อวันที่ 30 ก.ย. อยู่ที่ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะค่อยๆทยอยปล่อยน้ำเพิ่มขึ้น หลังจากมีการอนุมัติของคณะกรรมการน้ำแห่งชาติเมื่อเช้าวันที่ 1 ต.ค.เพิ่มเป็น 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที มีกรอบการระบายน้ำไม่เกิน 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี ระดับน้ำในเขื่อนเกินระดับที่ 100% ไปแล้ว มีการระบายน้ำลงมาที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ได้แจ้งเตือนประชาชนให้เฝ้าระวัง โดยเฉพาะประชาชนที่อยู่พื้นที่ริมน้ำและพื้นที่ราบ ให้อพยพรวมถึงยกของขึ้นที่สูงห่วง “ราชบุรี–สมุทรสงคราม”นายเอกภพกล่าวว่า ส่วนพื้นที่ฝั่งตะวันตกปัญหาอยู่ที่ จ.กาญจนบุรี ที่จะระบายลงแม่น้ำแม่กลอง ปัจจุบันเขื่อนวชิราลงกรณ มีระดับน้ำสูงขึ้นจากการเก็บกักน้ำไว้ 2 วันที่ผ่านมา แต่ในส่วนน้ำที่เข้ามาเติมไม่ได้มีกระแสน้ำเพิ่มขึ้น เพราะฝนตกน้อยลง ทั้งนี้ เขื่อนมีโอกาสจะรับน้ำเพิ่ม จึงเริ่มปล่อยน้ำออก ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายน้ำแห่งชาติ (กนช.) ให้เพิ่มการระบายน้ำอยู่ที่ 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อพร่องน้ำเหนือเขื่อน เมื่อดูมวลน้ำเดิมที่ปล่อยก่อนหน้านี้มีความห่างกันพอสมควร จึงจะไม่กระทบประชาชนมากนัก ทั้งนี้ เขื่อนแม่กลองปัจจุบันระบายน้ำอยู่ที่ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็นการบริหารจัดการน้ำเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบทั้งเหนือเขื่อนและใต้เขื่อนที่น้ำจะถูกปล่อยไปที่ จ.ราชบุรี สมุทรสงคราม แจ้งเตือนประชาชนทั้ง 2 จังหวัดให้อพยพรวมถึงยกของขึ้นที่สูงฝั่งตะวันออกน้ำเริ่มทรงตัวโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ส่วนฝั่งตะวันออกน้ำจาก จ.ปราจีนบุรี และนครนายก ระดับน้ำทรงตัวและลดลงแล้ว เนื่องจากผ่านจุดสูงสุดของปริมาณน้ำที่ผ่านทั้ง 2 จังหวัดแล้ว น้ำจะมารวมกันที่แม่น้ำบางปะกง และพื้นที่ลุ่มต่ำของ จ.ฉะเชิงเทรา ที่ อ.บางคล้า คลองเขื่อนและบางน้ำเปรี้ยว ได้แจ้งเตือนประชาชน และขอให้เคลื่อนย้าย พร้อมยกของขึ้นที่สูง หากมีผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ หรือกลุ่มเปราะบาง ให้อพยพไปที่ศูนย์อพยพของจังหวัดที่เตรียมไว้ ภาคกลาง โดยเฉพาะ จ.พระนคร ศรีอยุธยา นนทบุรี ปทุมธานี ขอให้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด หากประเมินแล้วระดับสูงขึ้น ขอให้อพยพไปอยู่ศูนย์พักพิงจะปลอดภัยกว่าเร่งกู้เคหะคลองจั่น–ร่มเกล้าขณะที่ น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วม กทม.ว่า ยังมีจุดน้ำท่วมสูงที่ประชาชนควรหลีกเลี่ยงใน 5 จุด ได้แก่ 1.ถนนกรุงเทพกรีฑาตั้งแต่ซอย 9 ถึง 25 และซอย 37 ถึง 55 ยังมีน้ำท่วมขัง 20-30 เซนติเมตร 2.ถนนหลวงแพร่งลาดกระบัง โลตัสลาดกระบัง แยกวัดพลมานีย์ ถนนพหลโยธิน 3.ถนนลาดกระบัง แยกลาดกระบังร่มเกล้า-รอยัลกอล์ฟ แยกสุขสมาน 4.ถนนฉลองกรุง แยกเจ้าคุณทหาร ตัดถนนลาดกระบัง แยกรถไฟเทคโนฯ 5.ถนนสุวินทวงศ์ แยกหทัยราษฎร์-ราษฎร์อุทิศ ส่วนการกู้พื้นที่เคหะคลองจั่น บางกะปิ น้ำลดลงเหลือ 30 เซนติเมตร ด้านถนนเสรีไทยระดับน้ำลดลงเหลือ 30-40 เซนติเมตร กทม.เริ่มเคลียร์พื้นที่ โดยซ่อมปั๊มน้ำเตรียมจ่ายน้ำประปา รวมถึงความสะอาดหลังน้ำลด ส่วนการกู้คืนพื้นที่เคหะร่มเกล้า ลาดกระบัง น้ำลดลง 20 เซนติเมตร ทางการได้ติดตั้งเรือผลักดันน้ำ ตามแนวคลองประเวศบุรีรมย์ และเร่งระบายน้ำผ่าน จ.สมุทรปราการ เมื่อน้ำในคลองประเวศบุรีรมย์ลดลงจนเห็นขอบตลิ่งจะเร่งกู้ชุมชมเคหะลาดกระบัง โดยใช้ระบบสูบภายในและติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมน้ำเหนือถึงอยุธยา 3 ต.ค.ด้านนายฐนโรจน์ วรรัฐประเสริฐ ผอ.ศูนย์อำนวยการน้ำแห่งชาติ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะรองโฆษก สทนช.กล่าวถึงสถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยาว่า มวลน้ำจากแม่น้ำปิงเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมาในอัตรา 1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที มวลน้ำเคลื่อนตัวมาถึง จ.นครสวรรค์ อีก 1 วัน จะมาถึงเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ส่วนสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำสะแกกรัง จ.อุทัยธานี ปริมาณน้ำจากตอนบน เคลื่อนมาทางเขื่อนวังร่มเกล้า จ.อุทัยธานี อยู่ในเกณฑ์สูงสุด คงการระบายน้ำผ่านเขื่อนวังร่มเกล้าในอัตราเดิม เพื่อชะลอน้ำจาก จ.นครสวรรค์ที่จะมาถึง ปริมาณน้ำขณะนี้ที่ไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาคงอยู่ไม่เกินเกณฑ์ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และจะเพิ่มขึ้นในอัตราวันละ 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนปรับตัวขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่สูงเกินกว่าแนวป้องกันที่ทางจังหวัดได้เตรียมไว้ สำหรับปริมาณน้ำที่ไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาจะไปรวมกันที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ในวันที่ 3 ต.ค. ปริมาณน้ำจะเริ่มปรับตัวสูงขึ้นเตือน 6 จว.ลุ่มน้ำเจ้าพระยาด้านสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ออกประกาศฉบับที่ 8/2569 เรื่องเฝ้าระวังผลกระทบจากการปรับระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ภายหลังจากการติดตามสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด กรมชลประทานประเมินว่าปริมาณน้ำไหลผ่านจังหวัดนครสวรรค์ ที่สถานี C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอยู่ในเกณฑ์ 2,700-3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จากการประเมินสถานการณ์น้ำที่จะเพิ่มสูงขึ้น สทนช.ได้กำหนดพื้นที่เสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังผลกระทบอย่างใกล้ชิด ครอบคลุมพื้นที่ริมแม่น้ำใน 6 จังหวัด ได้แก่ จ.ชัยนาท อ.สรรพยา จ.สิงห์บุรี อ.พรหมบุรี, เมืองสิงห์บุรี และอินทร์บุรี จ.อ่างทอง อ.เมืองอ่างทอง, ไชโย, ป่าโมก และวิเศษชัยชาญ จ.พระนครศรีอยุธยา อ.บางซ้าย, เสนา, ผักไห่, บางบาล, พระนครศรีอยุธยา, บางปะอิน, ลาดบัวหลวง และบางไทร จ.ปทุมธานี อ.สามโคก และเมืองปทุมธานี และจ.นนทบุรี อ.เมืองนนทบุรี, บางกรวย และปากเกร็ด คนกรุงแตกตื่นพายุลูกเห็บถล่มช่วงเย็นวันที่ 1 ต.ค. เกิดพายุฝนฟ้าคะนองลมกระโชกแรงอย่างหนักและลูกเห็บตกในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชน เนื่องจากเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นใน กทม. มีรายงานพื้นที่ที่ลูกเห็บตก ประกอบด้วย เขตลาดพร้าว โดยเฉพาะย่านลาดพร้าว-วังหิน และโชคชัย 4 ถนนรัชดาภิเษก ย่านซอยเสือใหญ่ เขตจตุจักร เขตหลักสี่ และย่านหมอชิต ชาวบ้านเล่าว่า ช่วงก่อนฝนตก สภาพอากาศค่อนข้างแปรปรวน อากาศร้อนมากก่อนที่ท้องฟ้าจะมืดครึ้มและมีฝนตกลงมาอย่างหนักพร้อมกับมีลูกเห็บตกลงมา เล่นเอาผู้คนพากันแตกตื่น เพราะไม่เคยพบเห็นมาก่อน ต่างวิ่งหนีเข้าที่ปลอดภัยเปิดตัว “แพกู้ภัยทุ่นลอยน้ำ”ที่ท่าเรือพระจอมเกล้าลาดกระบัง เวลา 15.00 น. วันที่ 1 ต.ค. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมทดสอบและใช้งานนวัตกรรม “ทุ่นลอยน้ำคุณภาพสูง” ที่นำมาประยุกต์เป็น “แพกู้ภัย” ก่อนร่วมโดยสารบนแพกู้ภัยล่องตามเส้นทางคลองประเวศบุรีรมย์ นำถุงยังชีพไปแจกจ่ายให้ผู้ประสบอุทกภัยที่ตลาดหัวตะเข้ เป็นพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก นายยศชนัน เผยว่า นวัตกรรมทุ่นลอยน้ำ เดิมใช้วางแผงโซลาร์เซลล์ มีจุดเด่นคือความแข็งแรงและกินน้ำลึกน้อยมาก เมื่อนำมาประกอบกันในรูปแบบโมดูลาร์ที่สามารถต่อขยายได้เหมือนจิ๊กซอว์ จึงประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย ไม่เพียงแต่ใช้ขนสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยเท่านั้น ในอนาคตยังสามารถนำไปใช้เป็นโป๊ะเก็บขยะได้อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่