“น้ำท่วมเมือง” กลายเป็นวิถีปกติของประเทศไทย ย้อนกลับไปแค่ระยะช่วง 10 กว่าปี หลังจากวิกฤติน้ำท่วมใหญ่ทั่วประเทศ ปี 2554 ต่อเนื่องมาทุกปี สลับฉากภาคเหนือที่เกิดอุทกภัยน้ำป่าหลากท่วม จ.เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ภาคอีสาน แม่น้ำโขงหลากท่วมเมืองอุบลราชธานี ภาคใต้ที่เกิดมหาอุทกภัยฝนถล่มท่วมหาดใหญ่ จ.สงขลาภาวะ “โลกเดือด” สภาพภูมิอากาศสุดขั้ว เป็นเรื่องที่รับรู้กันทั่วไปว่า คือปัจจัยหลักที่ทำให้ฤดูกาลแปรปรวน น้ำท่วม น้ำแล้ง ร้อนจัด หนาวจัด ไม่ใช่แค่เมืองไทยแต่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก สหรัฐอเมริกากำลังเกิดน้ำท่วมใหญ่ อินเดียก็เกิดมหาอุทกภัยในพื้นที่ตะวันออกเฉียงเหนือคนตายเป็นร้อย ญี่ปุ่นเผชิญฝนตกหนักติดต่อกัน 34 วันมหันตภัยทางธรรมชาติที่เกินกำลังมนุษย์จะรับมือ ยากจะป้องกัน ต่อให้ประเทศมหาอำนาจที่มีศักยภาพ และเทคโน โลยีสูงอย่างสหรัฐฯ ญี่ปุ่น จีน หรือยุโรป ยังสู้กับภัยพิบัติธรรมชาติไม่ไหว โดนภัยพิบัติถล่มอ่วมทุกทวีป นั่นก็ไม่ต้องคาดหวังประเทศไทยจะเอาชนะภัยธรรมชาติได้ ในสภาพที่โดนมหาอุทกภัยถล่มครบทุกภูมิภาคยิ่งกว่าตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ จากงบประมาณมหาศาลนับล้านล้านบาทที่ถูกทุ่มไปกับการบริหารจัดการน้ำ ผ่านมาหลายรัฐบาลก็ยังบ้อท่า พอน้ำท่วมทีก็อนุมัติงบฯ นับหมื่นนับแสนล้านในการตั้งโครงการสู้ภัยน้ำ ล่าสุด รัฐบาลพรรคภูมิใจไทยก็ผลักดัน โปรเจกต์ยักษ์ผันน้ำผ่านเส้นชัยนาท–ป่าสัก– อ่าวไทย มูลค่า 1.6 แสนล้านบาทคำตอบสุดท้าย คือ “เอาไม่อยู่” ผู้บริหารรัฐบาลที่ก้มหน้าก้มตารับเสียงด่า อารมณ์นักการเมืองที่ด้านกระแส เดี๋ยวน้ำลดก็ซาไปเอง แล้วก็เป็นประชาชนคนไทยผู้ประสบภัยพิบัติ ต้องรับสภาพความเสียหาย ทั้งชีวิต ทรัพย์สิน บ้าน รถยนต์ ที่บางคนใช้เวลาสะสมมาทั้งชีวิตต้องมลายไปกับน้ำ ไม่นับมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศดังนั้นแทนที่จะละลายงบฯมหาศาลไปกับการสู้กับภัยน้ำ ที่ยากเกินจะรับมือในภาวะภูมิอากาศแปรปรวน โลกไม่เหมือนเดิม เมกะโปรเจกต์บริหารจัดการน้ำ ไม่อาจเป็นหลักประกันภัยธรรมชาติที่เหนือคาดการณ์ ระบบการเตือนภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสุด ง่ายสุด ในการที่จะลดความสูญเสียจากหนักเป็นเบาจุดจำเป็นเร่งด่วนของประเทศไทย ไม่ใช่โปรเจกต์น้ำเป็นแสนล้าน แต่อยู่ที่การยกระดับการทำงานของหน่วยงาน อย่างกรมอุตุนิยมวิทยา ที่เป็นด่านแรกในการพยากรณ์อากาศ นอกจากความแม่นยำแล้ว ยังต้องสื่อสารให้เข้าใจง่าย รวดเร็ว ทันการ และนั่นก็ต้องเชื่อมโยงเป็นระบบกับการเตือนภัยผ่าน CELL BROADCAST.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม