สงครามไม่ได้ทำให้ประเทศอ่อนแรงเพียงเพราะเสียทหารหรือเสียดินแดนเท่านั้น หากคนที่เคยทำงานใกล้ชิดผู้นำเริ่มออกมาวิพากษ์วิจารณ์ ความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลก็อ่อนแอไปด้วย โดยเฉพาะเมื่อคำวิจารณ์เกิดขึ้นในวันที่ประเทศกำลังต้องการเงินมหาศาลเพื่อประคองทั้งกองทัพและชีวิตประชาชนยูเลีย เมนเดล อดีตโฆษกของประธานาธิบดีเซเลนสกีแห่งอูเครน (พ.ศ.2562-2564) เป็นคนที่เคยอยู่ใกล้ศูนย์กลางอำนาจ ก่อนจะกลายมาเป็นผู้วิจารณ์อดีตเจ้านายอย่างเปิดเผย26 กันยายน 2569 เมนเดลเขียนข้อความบนเว็บไซต์เอ็กซ์ว่า เซเลนสกีแพ้สงครามแล้ว แต่ยังดำเนินนโยบายที่พาประเทศไปสู่ความเสียหายต่อไป เธอตั้งคำถามว่ารัฐบาลจะหาเงินจากไหน หากชาติตะวันตกไม่ส่งเงินก้อนใหม่มาช่วยอีก การที่อดีตโฆษกพูดเช่นนี้มีน้ำหนักในทางการเมืองมาก คนเคยใกล้ชิดจะรู้เรื่องสำคัญกระทรวงการคลังอูเครนบอกว่า พ.ศ.2570 ประเทศต้องการเงินจากต่างประเทศ 52,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อช่วยให้รัฐบาลสามารถดูแลประเทศท่ามกลางสงครามต่อไปได้ก่อนหน้านั้น อูเครนเคยแจ้งว่า พ.ศ.2569 ต้องการเงินเพิ่มด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศ 27,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งตัวเลขนี้เป็นคนละส่วนกับความต้องการเงินสำหรับปีหน้านะครับผู้อ่านท่านลองนึกถึงครอบครัวที่บ้านเสียหาย ร้านค้าต้องหยุดขาย แต่ยังต้องซื้ออาหารและจ่ายค่ารักษาพยาบาล ประเทศก็คล้ายกัน เมื่อโรงงานเสียหาย การขนส่งติดขัด และประชาชนทำมาหากินลำบาก รัฐบาลเก็บภาษีได้น้อยลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการป้องกันประเทศกลับเพิ่มขึ้นเมนเดลกล่าวหารัฐบาลว่าไม่มีแผนงานที่แท้จริง และหวังให้คนอื่นจ่ายเงินสนับสนุนสงครามต่อไป เธอยังโยงปัญหาเงินช่วยเหลือเข้ากับการแก้ไขระบบภาษี การบริหารประเทศ และการทุจริตที่เธอเห็นว่ามีบานเบอะเยอะแยะกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ พยายามช่วยอูเครน ด้วยการบอกว่า เมื่อกรกฎาคม 2569 อูเครนยังรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการเงินไว้ได้ภายใต้สภาพที่ยากลำบาก โดยมีเงินสนับสนุนจากต่างประเทศช่วยประคองอยู่ข้อมูลของไอเอ็มเอฟไม่ได้แปลว่าอูเครนไม่มีปัญหา แต่เหมือนกับจะบอกว่าคำพูดของเมลเดลที่ว่าอูเครนไปไม่รอดนั้นกว้างไป แถมเมนเดลยังมีเรื่องทะเลาะกับเซเลนสกี คนไม่ชอบกัน ก็โจมตีกันเมลเดลบอกว่าตนเองถูกเซเลนสกีเล่นงาน เธอเล่าว่าตัวเธอโดนถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าไปในอาคารรัฐสภายุโรป เชื่อว่าเรื่องนี้เซเลนสกีแกล้งเธอ เมนเดลได้รับเชิญให้ไปพูดที่รัฐสภายุโรปที่จัดโดยฮันส์ นอยฮอฟฟ์ สมาชิกสภายุโรปจากพรรค AfD ของเยอรมนี เป็นกิจกรรมที่สมาชิกจัดขึ้น ไม่ใช่การที่รัฐสภายุโรปทั้งสภาเชิญเธอมาแสดงความเห็นในนามของรัฐสภายุโรปผมคิดว่าสิ่งที่กระทบเซเลนสกีมากที่สุดคือคำถามที่ว่า ประเทศจะเดินต่อไปยังไง หากเงินช่วยเหลือมาไม่ทัน ผู้นำต้องตอบให้ได้ เรื่องรายรับรายจ่าย แถมยังยอมให้มีการตรวจสอบ โดยเฉพาะเรื่องเงินช่วยเหลือกับเงินกู้ เพื่อปั้นความเชื่อมั่นให้ประเทศเพิ่มขึ้นอีกเรื่องคือ การเจรจาหยุดยิงกับรัสเซีย เซเลนสกีงอแงจนมีคนสงสัยว่าแกอยากได้สันติภาพจริงหรือเปล่า หรือต้องการลากสงครามเพื่อรักษาอำนาจ (ไม่ต้องเลือกตั้ง) และรับเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศเขียนให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือ คนเริ่มจับไต๋เซเลนสกีได้มากขึ้น ก็เลยต้องการให้แกยืนยันแผนการเจรจาสันติภาพ ไม่ใช่พูดลอยๆ กะล่อนไปเรื่อยสำหรับคำวิจารณ์จากอดีตคนทำงาน ทั้งทหารและนักการทูต เราควรพิจารณาทีละคน ทีละเรื่อง บางคนอาจเปิดเผยข้อเท็จจริง บางคนอาจเสนอความเห็น และบางเรื่องยังไม่มีหลักฐานเพียงพอการเคยอยู่ในรัฐบาลไม่ได้ทำให้ทุกคำพูดถูกต้องโดยอัตโนมัติ แต่เซเลนสกีก็ไม่ควรเงียบ โดยอ้างว่าไอ้คนพูดเป็นพวกตรงข้ามผมคิดว่าเสียงของเมนเดลสะท้อนโจทย์ใหญ่ที่เซเลนสกีต้องเผชิญ คือจะรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนและประเทศผู้ช่วยเหลืออย่างไร ในวันที่สงครามยังใช้ทั้งเงินและชีวิตทุกวันคำตอบที่มีค่าที่สุดย่อมเป็นแผนที่ตรวจสอบได้ และทำให้ประชาชนเห็นอนาคตของตนเองชัดขึ้น.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.com คลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม