“คมนาคม” สั่ง “การบินไทย” เปิดบริการคาร์โก้สุวรรณภูมิตามปกติ หลังออกประกาศระงับการรับสินค้าขาเข้าและขาออกของคลังสินค้า “สุวรรณภูมิ” ตั้งแต่ 30 ก.ย.-6 ต.ค. อ้างพนักงานมาปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้จากปัญหาน้ำท่วม “พิพัฒน์” ประสาน ทอท. เตรียมพื้นที่รองรับสินค้าล้นคลัง พร้อมขอกำลังเสริมจากกองทัพเข้าช่วยเหลือแรงงานและเครื่องจักรขนส่งสินค้า มั่นใจแก้ปัญหาจบในวันที่ 2 ต.ค.นี้ ย้ำภาพลักษณ์ประเทศเสียก็ต้องยอมรับ ขณะที่ “ดีดีการบินไทย” ยันไม่เกิน 7 วันนับจากนี้จะกลับมาบิน 115 ไฟลท์ต่อวันตามปกติภายหลัง นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) “ดีดีการบินไทย” ออกมาแถลงขอโทษผู้โดยสารจากเหตุเที่ยวบินดีเลย์ 100% เหยียบพันไฟลท์ ขอเวลา 72 ชั่วโมงเร่งเคลียร์กระเป๋าตกค้างกว่า 5,600 ใบ จนเกิดเหตุชุลมุนวุ่นวายที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ช่วงวันที่ 26-27 ก.ย. อ้างเหตุจากน้ำท่วมทำกระทบแรงงานสกิลพิเศษขาดแคลนหนัก พร้อมเปิดแผนแก้ไขเฉพาะหน้า ลดเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ 30-40% หรือยกเลิกเที่ยวบินโอนผู้โดยสารไปยังเที่ยวบินอื่นให้สอดคล้องกับขีดความสามารถและกำลังคน รวมทั้งดึงกำลังทหาร ผู้ประกอบการภายนอกช่วยเร่งระบายสัมภาระถึงมือเจ้าของโดยเร็ว แต่ปัญหาไม่จบแค่นี้ เมื่อฝ่ายปฏิบัติการคลังสินค้า การบินไทย ประกาศแจ้งระงับการรับสินค้าขาเข้าและขาออกของคลังสินค้าการบินไทย ระหว่างวันที่ 30 ก.ย.-6 ต.ค.69 จากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ยังคงส่งผลกระทบ ส่งผลให้การปฏิบัติงานส่งมอบสินค้าให้แก่ลูกค้า และส่งสินค้าไปยังเที่ยวบินตามกำหนด ทำให้มีสินค้าตกค้างจำนวนมาก จึงมีความจำเป็นระงับการรับสินค้าขาเข้าและขาออก (Embargo) ณ คลังสินค้า การบินไทย ชั่วคราว ระหว่างวันที่ 30 ก.ย.-6 ต.ค.2569 เพื่อให้คลังสินค้าสามารถกลับมาให้บริการตามปกติและมีประสิทธิภาพโดยเร็วเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 30 ก.ย. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เผยถึงกรณีการหยุดให้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ว่าได้รับรายงานแล้วมอบหมาย กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเร่งติดตามประเมินผลกระทบต่อการส่งออก พร้อมประสานสายการบินอื่นหาช่องทางขนส่งทดแทนด่วน กลุ่มสินค้าที่ต้องให้ความสำคัญเฝ้าระวังพิเศษ คือสินค้าเกษตรและสินค้าที่มีความอ่อนไหวต่อการเน่าเสียชำรุดง่าย แม้ว่าการส่งออกสินค้าเกษตรส่วนใหญ่ของไทยจะเน้นการขนส่งทางบกผ่านด่านชายแดนเป็นหลัก แต่ในส่วนที่ต้องขนส่งผ่านAir Cargo สั่งการให้รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์จุดเสี่ยงที่อาจเกิดปัญหาติดขัดไว้แล้ว เมื่อถามว่ากรณีการบินไทยแจ้งหยุดให้บริการ 7 วันนานไปหรือไม่ นางศุภจีตอบว่า นานเกินไปเนื่องจากส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งการเดินทางของผู้โดยสาร ภาพลักษณ์ประเทศ ระบบการส่งออกสินค้ารัฐบาลจะขอให้การบินไทยเร่งรัดแก้ไขปัญหาโดยเร็ว พร้อมเสนอให้ประสานร่วมกับกระทรวงการคลัง กำหนดแนวทางแก้ไขต่อไป ต่อมาเวลา 17.00 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม, นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) และ พล.อ.อ.มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ร่วมแถลงข่าวถึงความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหากรณีผู้โดยสารและสัมภาระตกค้าง จากการเดินทางด้วยสายการบินไทยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม เผยว่า ขณะนี้มีกระเป๋าตกค้างที่สนามบินสุวรรณภูมิ ตั้งแต่วันที่ 26-28 ก.ย. รวมกว่า 10,000 ใบ การบินไทยและ ทอท.คัดแยกจัดกลุ่มได้วันละประมาณ 2,000 ใบ ทำให้ขณะนี้มีสัมภาระตกค้างอยู่ 8,000 ใบ คาดว่าจะใช้เวลา 3-4 วันเคลียร์กระเป๋าที่ตกค้างทั้งหมดได้ อย่างไรก็ตาม ทอท. และการบินไทยได้ขอกำลังสนับสนุนกำลังพลจากทหารอากาศเพิ่มอีก 100 นาย ช่วยขนย้ายและลำเลียงสัมภาระให้เร็วขึ้น การคัดแยกสัมภาระกระเป๋ายอมรับว่า ไม่ใช่ว่าใครก็ได้สามารถเข้าไปคัดแยก ต้องใช้เจ้าหน้าที่การบินไทยซึ่งมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านพิเศษควบคุมอีกที ขณะที่กองทัพอากาศพร้อมที่จะสนับสนุนด้านอุปกรณ์และชุดขนส่งสินค้าเพิ่มเติม 12 ชุด เข้ามาช่วย ตั้งเป้าเคลียร์กระเป๋าตกค้างให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 1 ต.ค. แต่อาจต่อเนื่องถึงวันที่ 2 ต.ค. กำชับให้รายงานความคืบหน้าทุก 8 ชั่วโมง ต้องขออภัยผู้โดยสารทุกคน และจะประชุมติดตามอีกครั้งวันที่ 1 ต.ค. เวลา 16.00 น.นายพิพัฒน์กล่าวต่อว่า ส่วนการแก้ไขปัญหาในเรื่องของคลังสินค้า หรือคาร์โก้ ยืนยันว่าการให้บริการคลังสินค้าของการบินไทยที่สนามบินสุวรรณภูมิ จะไม่มีการปิดให้บริการคลังสินค้าเด็ดขาดเนื่องจากจะกระทบต่อการส่งออกสินค้าในวงกว้าง แต่จะชะลอการให้บริการบ้างบางช่วง ให้สอดคล้องกับขีดความสามารถ เมื่อเกิดปัญหาขาดแคลนแรงงาน กระทรวงคมนาคมจะขอกำลังเสริมเข้ามาช่วย นอกจากนี้ยังได้ประสาน ทอท.จัดเตรียมพื้นที่ของสุวรรณภูมิ เพื่อนำสินค้าคลังการบินไทยที่ตกหล่นไปรวมไว้ กันพื้นที่สำหรับรองรับสินค้าเหล่านี้ชั่วคราว เพื่อเร่งระบายสินค้าที่ตกค้างอยู่ในคลังสินค้าก่อนนายพิพัฒน์กล่าวต่อว่า เรื่องการเยียวยาผู้โดยสาร ได้รับการยืนยันจากการบินไทยว่า ได้จัดตั้งศูนย์รับเรื่องเกี่ยวกับการติดต่อสัมภาระ ขอช่องทางติดต่อผู้โดยสารเพื่อนำส่งสัมภาระภายหลัง มี 2 ทางเลือกคือ ผู้โดยสารมารับเองที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หรือให้จัดส่งโดยไปรษณีย์ไทยเข้ามาสนับสนุนดำเนินการ ขณะนี้มีการจัดส่งให้ตลอดเวลาทุกวัน ขณะที่ประเด็นการเยียวยาผู้โดยสารที่เปลี่ยนแปลงเที่ยวบิน หรือปรับแผนการเดินทางจากผลกระทบครั้งนี้ การบินไทย พร้อมรับผิดชอบเยียวยา ต้องขอความกรุณาการบินไทย การดำเนินงานขาดอะไรต้องแจ้งให้กระทรวงทราบ เวลานี้ต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพราะมองว่าเป็นทีมประเทศไทย มีอะไรเกิดขึ้นเป็นชื่อเสียงประเทศ เรื่องนี้ต้องแก้ปัญหานี้ให้จบโดยเร็ว ร่วมกันรับผิดชอบต่อปัญหาที่เกิดขึ้น ภาพลักษณ์ประเทศเราเสีย ก็ต้องยอมรับ เพราะวันนี้โซเชียลไปทั่วโลก ไม่สามารถปิดบังใครได้ การสื่อสารเร็วมาก เมื่อเกิดความบกพร่อง ผิดพลาดล่าช้าจะไปปิดกั้นการสื่อสาร ปิดไม่อยู่ แต่มีอะไรร่วมกันแก้ปัญหาดีกว่า เพราะที่นี่ประเทศไทยด้านนายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการบินไทย กล่าวว่า วันนี้บุคลากรหน้างานที่ดูแลผู้โดยสารกลับมาทำงาน 90% ส่วนพนักงานฝ่ายปฏิบัติการกลับมาทำงาน 80% แต่แม้วันนี้พนักงานจะกลับมาทำงาน 100% ยังมีสัมภาระและงานต่างๆที่สะสมคงค้างอยู่ ทำให้การบินไทยต้องตัดสินใจลดกำลังการผลิตเพื่อให้กระเป๋าเคลียร์ออกโดยเร็ว และบริหารจัดการกำลังการผลิตให้กลับมาปกติโดยเร็ว ปกติการบินไทยมี 115 ไฟลท์ต่อวัน วันที่เริ่มมีปัญหาเราลดลงไป 28 ไฟลท์ วันที่ 1 ต.ค.จะลดอีก 15 ไฟลท์ และวันที่ 2 ต.ค.นี้จะกลับมาบิน 105 ไฟลท์ ดังนั้นจากการประเมินตอนนี้ เราจะกลับมาบินปกติให้ได้ภายใน 7 วัน เชื่อว่าเป็นไปได้ วันนี้การบินไทยให้ความสำคัญกับผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบในวันที่ 26-28 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยการบินไทยจะเร่งส่งกระเป๋าให้ผู้โดยสารทั้งหมดโดยเร็ว ขอบคุณ ทอท.ที่เข้ามาช่วยจัดพื้นที่และระบบการจัดการต่างๆ ขออภัยผู้โดยสารทุกท่านและประชาชนชาวไทย ส่วนที่มีข้อเสนอแนะเข้ามา การบินไทยยินดีนำไปปฏิบัติและปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่