“ณัฐพงษ์” ไม่เห็นด้วยคำวินิจฉัย ศาล รธน. ชี้ย้อนแย้ง เล็งยกเครื่อง องค์กรอิสระ ให้ที่มาที่ไปยึดโยงกับประชาชนมากขึ้น ยังไม่ชัดศึกซักฟอกปมล้มเหลวแก้น้ำท่วม “อนุทิน” สั่ง รมต.กระจายลงพื้นที่ ครม.ไฟเขียวอัดฉีดเงินเสริมสภาพคล่อง กยศ. 1.2 พัน ล. ศาลพัทยาปล่อยตัว 3 นปช.ล้มประชุมอาเซียนปี 52 อานิสงส์จาก ก.ม.นิรโทษกรรม ปล่อย “นิสิต-นพพร” ถอนหมายจับ “เสงี่ยม” “กี้-อริสมันต์” ยังติดชนักคดีบ้านเอื้ออาทรนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ กรณีใช้รหัสแท่งบาร์โค้ด และรหัสคิวอาร์โค้ดบนบัตร เลือกตั้ง ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ชี้เป็นคำวินิจฉัยที่ย้อนแย้ง เล็งผลักดันยกเครื่ององค์กรอิสระให้ที่มาที่ไปยึดโยง กับประชาชนมากขึ้น“เท้ง” ไม่เห็นด้วยคำวินิจฉัยศาล รธน.เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 29 ก.ย. ที่ประตูระบายน้ำ คลองบางตลาด จ.นนทบุรี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงผลคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญกรณีบัตรเลือกตั้งติดบาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ด ว่า ขอแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตว่า ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของศาล มองว่าการพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดที่สามารถโยงไปยังข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยลับ แต่เหตุผลที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าแนวปฏิบัติที่มีการเก็บบัตรไว้แยกส่วนกัน ทำให้การเลือกตั้งเป็นโดยลับในทางปฏิบัติ แต่มีคำถามหากมีเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ไม่ได้ปรากฏอยู่หน้าข่าว แต่ทำงานเป็นเบื้องหลังและนำไปประกอบข้อมูลกัน มีความเป็นไปได้ว่าสุดท้าย อาจมีผู้ไม่หวังดีรู้ล่วงหน้า หรือรับรู้ได้ว่าใครโหวตอะไร หรือลงคะแนนอย่างไร แต่คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมาอาจดูย้อนแย้ง ส่วนหนึ่งบอกว่าลับในทางปฏิบัติ แต่ก็ไม่อยากให้มีอีกในอนาคต จึงเป็นหน้าที่ กกต.ที่ต้องปรับปรุงตามคำวินิจฉัย ส่วนพรรค ปชน.มองว่า การตัดปัญหาที่ต้นตอคือการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระ เช่น กกต. หรือศาลรัฐธรรมนูญ เตรียมผลักดันให้ที่มา ที่ไปขององค์กรอิสระมีความยึดโยงกับประชาชนมากขึ้นไม่ชัดซักฟอกปมล้มเหลวน้ำท่วมผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสดราม่าถอดบทเรียนน้ำท่วม นายณัฐพงษ์ตอบว่า สภาพภัยพิบัติน้ำท่วมปีนี้แตกต่างจากปีก่อนๆ ไม่เหมือนอุทกภัยใหญ่ ควร โฟกัสไปที่ปัญหาที่ประชาชน ให้สอดคล้องกับปัญหาหน้างาน เมื่อถามว่า ครม.ไฟเขียวโครงการชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย ใช้งบกว่า 1.6 แสนล้านบาท ระยะเวลา 8 ปี นายณัฐพงษ์ตอบว่า เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้อง ทำโครงการขนาดใหญ่ก็ต้องเริ่ม แต่ต้องรับฟังความเห็น ประชาชนให้รอบด้าน ไม่ควรมองว่าการลงทุนขนาดใหญ่ แก้ปัญหาได้ทุกจุด ต้องทำงานคู่ขนานกัน เมื่อถาม ว่า นายกฯลงพื้นที่แล้วโดนด่า นายณัฐพงษ์ตอบว่า นายกฯแสดงความเห็นไปแล้วว่าอย่างไรก็ต้องรับ เป็นบทบาทในฐานะนายกฯ ตอนนี้รัฐบาลต้องพยายาม อำนวยความสะดวกให้รับเงินเยียวยาสะดวกมากที่สุด ไม่ต้องเพิ่มภาระกับประชาชน เมื่อถามว่า การบริหารของ รัฐบาลถือว่าล้มเหลว จะนำไปสู่ประเด็นอภิปรายได้ หรือไม่ นายณัฐพงษ์ตอบว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจ เราเก็บเกี่ยวมาต่อเนื่อง ไม่เฉพาะกรณีน้ำท่วม“อนุทิน” สั่ง รมต.กระจายลงพื้นที่เวลา 10.00 น.ที่ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะ รัฐมนตรี (ครม.) ทั้งนี้ก่อนเข้าประชุมผู้สื่อข่าวถามถึงการลงพื้นที่น้ำท่วม นายอนุทินตอบสั้นๆว่า กระจายกันๆ พร้อมชี้ไปที่ทีมรัฐมนตรีที่เดินมาด้วยกัน ขณะที่ในการประชุม ครม.วันนี้ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข นำยา Doxycycline ยาปฏิชีวนะใช้รักษาโรคติดเชื้อมาแจกให้รัฐมนตรีกินป้องกันโรคฉี่หนู หลังจากลงพื้นที่น้ำท่วมกันมาต่อเนื่อง และวันนี้มีรัฐมนตรีลาประชุม 2 คน คือนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม และนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการรบ.อัดฉีดเงินเข้า กยศ.1.2 พันล้านต่อมา น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงหลังการประชุม ครม.ว่า ที่ประชุม ครม.ให้ความเห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอขอพิจารณาอนุมัติการจัดสรรงบประมาณปี 69 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ภายในกรอบวงเงินกว่า 1.2 พันล้านบาท ให้แก่กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เพื่อสนับสนุนการให้กู้ยืมแก่นักเรียนและนักศึกษาเป็นค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพต่อเนื่อง จากการ ประมาณการกระแสเงินสด พบว่า กยศ.มีความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง และอาจมีเงินไม่เพียงพอโอนจ่ายค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายการศึกษา และค่าครองชีพให้แก่นักเรียนและนักศึกษาผู้กู้ยืม 141,838 ราย จำเป็นเร่งด่วนขอรับงบฯเพิ่มเติมเพื่อให้การจ่ายเงินดำเนินต่อเนื่อง ไม่ส่งผลกระทบต่อผู้เรียนเปิดช่องผู้หลงผิดกลับใจมอบตัวน.ส.ลลิดากล่าวอีกว่า ที่ประชุม ครม.ยังมีมติรับทราบผลการประเมินสถานการณ์ และอนุมัติขยายระยะเวลาการประกาศพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ตาม พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวม 19 อำเภอ 4 จังหวัด ออกไปอีก 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.69 ถึงวันที่ 30 ก.ย.70 เพื่อให้การบริหารจัดการพื้นที่และการดูแลความปลอดภัยของประชาชนเป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยการขยายครั้งนี้นับเป็นการขยายระยะเวลาการประกาศพื้นที่ดังกล่าวครั้งที่ 22 เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง และที่ประชุมยังเห็นชอบร่างประกาศและร่างข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินการตามกฎหมายดังกล่าวเป็นไปอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมาตรการที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่กระทำความผิด เพราะหลงผิดหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์และกลับใจเข้ามอบตัว เข้าสู่กระบวนการอบรมตามคำสั่งศาล และปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนด แทนการดำเนินกระบวนการยุติธรรมทางอาญาตามปกติ เพื่อเปิดโอกาสให้กลับคืนสู่สังคมและสนับสนุนการสร้างสันติสุขในพื้นที่นิรโทษกรรม 3 นปช.ล้มอาเซียนผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ศาลจังหวัดพัทยามีคำสั่งให้ปล่อยตัวเพราะเหตุนิรโทษกรรม ในคดีหมายเลขแดงที่ อ 8488/2552 ที่พนักงานอัยการจังหวัดพัทยา และบริษัทโรแยลคลีฟ บีช โฮเต็ล จำกัด ยื่นฟ้องนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง จำเลยที่ 1 กับพวกรวม 18 คน แกนนำ นปช. คดีบุกรุกการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่โรงแรมรอยัลคลิฟบีชรีสอร์ท เมืองพัทยา ปี 2552 ในความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ ก่อการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ทำให้เสียทรัพย์ บุกรุก ความผิดต่อ พ.ร.บ.จราจรทางบก โดยทนายจำเลยยื่นคำร้องว่าการกระทำของจำเลยเป็นการชุมนุมทางการเมือง หรือแสดงออกทาง การเมือง อันมีมูลเหตุมาจากความขัดแย้งทางการเมือง ระหว่างวันที่ 1 ม.ค.2548-16 ก.ค.2568 ขอให้ศาลปล่อยนายนพพร นามเชียงใต้ จำเลยที่ 2 และนายนิสิต สินธุไพร จำเลยที่ 5 และเพิกถอนหมายจับ พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ จำเลยที่ 16 เพราะเหตุนิรโทษกรรมตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขมาตรา 8 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 75ปล่อย “นิสิต” ถอนหมายจับ “เสงี่ยม”ศาลไต่สวนแล้วมีคำสั่งว่า ศาลมีอำนาจรับคำร้องไว้พิจารณา โดยไม่ต้องส่งคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขวินิจฉัยก่อน การกระทำความผิดของจำเลยที่ 2, 5 และที่ 16 มีมูลเหตุมาจากการชุมนุมทางการเมืองหรือแสดงออกทางการเมือง จึงได้รับการนิรโทษกรรมตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขมาตรา 7 ให้ปล่อยตัวจำเลยที่ 2 และที่ 5 และเพิกถอนหมายจับจำเลยที่ 16 รวมทั้งปรับปรุงฐานข้อมูลอาชญากรในระบบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป“กี้–อริสมันต์” ติดชนักคดีบ้านเอื้อฯสำหรับคดีนี้ในส่วนของจำเลยที่ 1, 2, 5, 12, 16 นั้น ศาลได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาลับหลังจำเลยและออกหมายจับจำเลยไว้แล้วเช่นกัน ระหว่างพิจารณามีทั้งจำเลยหลบหนี และมีที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง 2 คน ได้แก่ จำเลยที่ 8 และ จำเลยที่ 14 ชั้นฎีกายกฟ้อง 1 คน คือนายสมญศฆ์ พรมภา จำเลยที่ 4 และจำเลยบางคนที่อาจพ้นโทษแล้ว ในส่วนจำเลยที่ศาลสั่งปล่อยตัว เพิกถอนหมายจับและจำหน่ายคดี 3 รายในวันนี้ เนื่องจากทนายความจำเลยยื่นคำร้องต่อศาลให้พิจารณาตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ในส่วนจำเลยรายอื่นที่มีมูลเหตุจูงใจในการกระทำความผิดจากเรื่องการเมืองที่จะเข้าข่ายนิรโทษกรรม สามารถยื่นคำร้องเข้ามาให้ศาลวินิจฉัยต่อไปได้ ในส่วนจำเลยรายสำคัญ เช่น นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง ที่หลบหนีอยู่ ยังมีคดีที่ถูกศาลตัดสินจำคุกคดีทุจริตบ้านเอื้ออาทร ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สั่งจำคุก 4 ปี และคดีหมิ่นประมาทนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ศาลฎีกาจำคุก 12 เดือนไม่รอลงอาญารายชื่อจำเลยทั้ง 18 คน ประกอบด้วย นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง (จำเลยที่ 1) นายนพพร นามเชียงใต้ (จำเลยที่ 2) พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ (จำเลยที่ 3) นายสมญศฆ์ พรมภา (จำเลยที่ 4) นายนิสิต สินธุไพร (จำเลยที่ 5) นายสำเริง ประจำเรือ (จำเลยที่ 6) นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ (จำเลยที่ 7) นายสิงห์ทอง บัวชุม (จำเลยที่ 8) นายธนกฤต ชะเอมน้อย (หรือวันชนะ เกิดดี จำเลยที่ 9) นายวรชัย เหมะ (จำเลยที่ 10) นายพายัพ ปั้นเกตุ (จำเลยที่ 11) นายธรชัย ศักมังกร (จำเลยที่ 12) นายศักดา นพสิทธิ์ (จำเลยที่ 13) นายวัลลภ ยังตรง (จำเลยที่ 14) นายพิเชษฐ์ สุขจินดาทอง (จำเลยที่ 15) พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ (จำเลยที่ 16) พ.ต.อ.สมพล รัฐบาล (จำเลยที่ 17) และนางศิริวรรณ์ นิมิตรศิลปะ (จำเลยที่ 18)อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่