“ชัชชาติ” แจงเหตุระบายน้ำท่วมหนักใน กทม.ไม่ทัน ทั้งปริมาณน้ำฝนมามากถึง 223 ล้าน ลบ.ม. ทำน้ำล้น คลองหลักทั้ง “คลองเปรมประชากร คลองลาดพร้าว คลองแสนแสบ คลองประเวศบุรีรมย์ คลองทวีวัฒนา” ส่งผลกระทบน้ำท่วมถนนราว 93 สาย กระเทือนข้ามถึง จ.นนทบุรี-สมุทรปราการ-ปทุมธานี แต่คาดหากฝนไม่เทน้ำมาเพิ่ม 3 วัน ระบายน้ำได้หมด พร้อมสั่งปิดโรงเรียนในสังกัด-ขรก.WFH ขณะที่ “อนุทิน” ประชุมข้ามทวีปจากกรุงลอนดอน ย้ำให้ทำงานเป็น “ทีมเดียวกัน” รับมือทั้งน้ำใน กทม.และน้ำเหนือที่กำลังไหลมาสมทบ ขณะเดียวกันคนกรุงและปริมณฑล แตกตื่นแห่ซื้อของกินจนเกลี้ยงร้าน โวย ปภ.ส่งข้อความเตือนล่าช้า ทำทรัพย์สินเสียหายอื้อ ด้าน “ทรงศักดิ์” ยอมรับปริมาณน้ำฝนมากเกินคาดหมาย จากที่เคย “เอาอยู่” ตอนนี้ “เอาไม่อยู่”ประชาชนหลายพื้นที่ รวมถึง กทม.และปริมณฑล ต้องเผชิญกับอุทกภัยครั้งใหญ่ หลังฝนตกอย่างหนักต่อเนื่องมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 24 ก.ย.จนเข้าสู่วันที่ 26 ก.ย.ฝนยังคงตกลักษณะหนักสลับเบา ทำให้เกิดน้ำท่วมสูงขยายเป็นวงกว้าง สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างมาก เนื่องจากไม่ได้รับการแจ้งเตือนล่วงหน้าฝนถล่มปริมาณน้ำ 223 ล้าน ลบ.ม.ต่อมาเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 26 ก.ย. นาย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. แถลงสถานการณ์น้ำในกรุงเทพฯว่า จากการประเมินร่วมกับกรมอุตุนิยม วิทยา กรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพบว่าหย่อมความกดอากาศต่ำที่เป็นปัจจัยดึงมวลฝนเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพฯ เริ่มเคลื่อนตัวขึ้นไปทางทิศเหนือและด้านตะวันตก ส่งผลให้แรงกดดันจากฝนต่อกรุงเทพฯ มีแนวโน้มลดลง ขณะนี้ระบบระบายน้ำเดินเครื่องเต็มกำลัง ทั้งอุโมงค์ระบายน้ำและสถานีสูบน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ มีปริมาณน้ำฝนในฝั่งพระนคร ประมาณ 223 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ขณะที่กำลังสูบน้ำรวมประมาณ 1,200 ลบ.ม.ต่อวินาทีคาดใช้เวลา 3 วันระบายน้ำหมดนายชัชชาติกล่าวอีกว่า หากฝนหยุดตกคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน ในการระบายน้ำที่ค้างอยู่ ในระบบออกไป แต่อาจมีน้ำจากพื้นที่โดยรอบไหลเข้ามาเติมระบบอีกระยะหนึ่ง จำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกัน ได้ประสานกรมชลประทานเพื่อบริหารจัดการน้ำจากพื้นที่ตอนบน โดยพยายามควบคุมปริมาณน้ำจากคลองรังสิตไม่ให้ไหลเข้าพื้นที่กรุงเทพฯโดยตรง และเร่งบริหารจัดการน้ำร่วมกับ จ.นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทร ปราการ เพื่อจำกัดผลกระทบต่อกรุงเทพมหานครให้มากที่สุดน้ำล้นคลองวิกฤติ-ตั้งศูนย์พักพิงผู้ว่าฯ กทม.กล่าวว่า ปัญหาสำคัญในขณะนี้คือระดับน้ำในคลองหลายแห่งอยู่ในระดับสูงและมีภาวะวิกฤติ โดยเฉพาะคลองเปรมประชากร คลองลาดพร้าว คลองแสนแสบ คลองประเวศบุรีรมย์ และคลองทวีวัฒนา ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ริมคลองและถนนหลายสาย ขณะนี้มีถนนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังประมาณ 93 สาย โดยมีพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง อาทิ ถนนเอกมัย แยกพงษ์เพชร ถนนงามวงศ์วาน ถนนวิภาวดีรังสิต ถนนรามคำแหง ถนน ลาดกระบัง ถนนศรีนครินทร์ ถนนดินแดง ถนนพหลโยธิน ถนนสุวินทวงศ์ ถนนรัชดาภิเษก และถนนลาดพร้าว เป็นต้น ส่วนการช่วยเหลือประชาชนได้จัดตั้งศูนย์พักพิงในพื้นที่ต่างๆ ใช้โรงเรียนในสังกัดเป็นหลัก รองรับได้ 233 แห่ง มีผู้เข้าพักแล้ว 981 คน และมีศักยภาพรองรับประชาชนได้รวมประมาณ 15,000 คน สำหรับผู้ป่วยติดเตียงและกลุ่มเปราะบาง โดยขณะนี้มีผู้ป่วยติดเตียงจำนวน 36 ราย ได้รับการเคลื่อนย้ายจากพื้นที่เสี่ยงไปยังโรงพยาบาลหรือสถานที่ที่มีความเหมาะสม พร้อมได้รับการสนับสนุนรถและกำลังเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ทั้งทหาร กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเปิดห้างจุดจอดรถชั่วคราว“สำหรับประชาชนที่กังวลว่าน้ำอาจเพิ่มระดับขึ้น หากมีฝนตกหนักระลอกใหม่ กทม.ได้ประสานหน่วยงานและสถานที่ต่างๆเพื่อจัดจุดจอดรถชั่วคราว สามารถนำรถไปจอดในจุดที่กำหนดได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เช่น อาคารจอดรถของ กทม. ศูนย์ราชการฯ หลักสี่ รวมถึงห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ห้างเดอะมอลล์ แฟชั่นไอส์แลนด์ และโลตัส และหากประชาชนมีทรัพย์สินหรือรถยนต์อยู่ในพื้นที่เสี่ยงและไม่มั่นใจในสถานการณ์ ขอให้เคลื่อนย้ายไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยไว้ก่อน” ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวย้ำถอดบทเรียนปรับระบบพยากรณ์นายชัชชาติกล่าวอีกว่า เหตุฝนตกหนักครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญ เนื่องจากการระบายน้ำของ กทม.มีข้อจำกัดด้านความจุของคลองและระบบระบายน้ำ แม้จะมีอุโมงค์ระบายน้ำและสถานีสูบน้ำช่วยเร่งระบายน้ำ แต่เมื่อคลองหลายสายมีน้ำเต็ม ความสามารถในการรับน้ำเพิ่มเติมจะลดลง จึงมีแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการระบายน้ำในระยะยาว อาทิ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำบริเวณคลองประเวศและบึงหนองบอน รวมถึงการพัฒนาอุโมงค์และระบบระบายน้ำในพื้นที่ที่เป็นคอขวด เพื่อเพิ่มศักยภาพในการระบายน้ำให้รวดเร็วขึ้น เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่จะนำข้อมูลจริงมาปรับปรุงแบบจำลองและระบบพยากรณ์ให้มีความแม่นยำมากขึ้น โดยจะนำเทคโนโลยีและข้อมูลต่างๆมาใช้ประกอบการคาดการณ์ เพื่อแจ้งเตือนประชาชนได้เร็วและตรงกับสถานการณ์ยิ่งขึ้นปิด ร.ร.กทม.—แนะ ปชช.WFHผู้ว่าฯ กทม.กล่าวว่า สำหรับวันที่ 28 ก.ย.พิจารณาให้บุคลากรที่ไม่มีภารกิจจำเป็นต่อการให้บริการประชาชนปฏิบัติงานในรูปแบบที่เหมาะสม โดย WORK FROM HOME (WFH) ขณะที่เจ้าหน้าที่ด้านโยธา การระบายน้ำ การรักษาความสะอาด และงานที่เกี่ยวข้องยังคงปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ เพื่อสนับสนุนการแก้ไขสถานการณ์ นอกจากนี้ ให้โรงเรียนในสังกัด กทม.ซึ่งอยู่ในช่วงการสอบจะให้หยุดเรียนในวันจันทร์ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ปกครอง นักเรียน และครู ลดการเดินทางและช่วยลดปริมาณการจราจรในช่วงที่สถานการณ์น้ำยังต้องเฝ้าระวัง โดยคาดหวังว่าสถานการณ์จะทยอยคลี่คลายหากไม่มีฝนระลอกใหม่ตามแนวโน้มการพยากรณ์ก.พ.ให้ ขรก.WFH 100 เปอร์เซ็นต์ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊กสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) เผยแพร่ ประกาศสำนักงาน ก.พ.ระบุว่า ด้วยเหตุสถานการณ์ฝนตกน้ำท่วมขณะนี้ ซึ่งจะมีผลไปถึงต้นสัปดาห์หน้า ดังนั้นหากไม่มีภารกิจที่จำเป็น ส่วนราชการอาจพิจารณาให้ข้าราชการ Work From Home 100 เปอร์เซ็นต์ ในช่วงวันที่ 28-29 ก.ย.นี้ได้ปชน.เปิดเว็บ Flood69 รวมข้อมูลน้ำท่วมกรุงเมื่อวันที่ 26 ก.ย.พรรค ปชน.เปิดตัวเว็บไซต์ https://flood69.peoplesparty.or.th เพื่อให้ชาวกรุงเทพมหานครสามารถติดตามสถานการณ์น้ำท่วมขังที่กำลังเกิดขึ้นได้อย่างใกล้ชิด และเตรียม พร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมขังได้อย่างทันท่วงที ซึ่งภายในเว็บไซต์ดังกล่าวได้รวบรวมข้อมูลสำคัญ ประกอบด้วย 1.รวบรวมข่าวสารสำคัญบนโซเชียลมีเดีย พร้อมการรายงานสดจาก สส., สก.และเครือข่ายพื้นที่ของพรรคประชาชน ผ่านแฮชแท็ก #PPLEFLOOD69 2.รวบรวมลิงก์และระบบข้อมูลที่มีประโยชน์จากทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อใช้ประเมินสถานการณ์น้ำท่วมขังในแต่ละพื้นที่ 3.รายงานสถานการณ์ระดับน้ำในคลองสายต่างๆจากเว็บไซต์ของกรุงเทพมหานครที่ยังเข้าถึงได้ยาก พรรคประชาชน ได้รวบรวมข้อมูลระดับน้ำในคลองต่างๆที่มีการรายงาน บนเว็บไซต์ของกรุงเทพมหานคร เพื่อให้ประชาชนสามารถเช็กและประเมินความเสี่ยงของคลองที่อยู่ใกล้เคียงได้ทันที 4.พิกัดจุดจอดรถโดยรวบรวมตำแหน่งจุดจอดรถปลอดภัยในพื้นที่สูง รวมถึงศูนย์พักพิงชั่วคราวเพื่อรองรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบแห่ซื้อน้ำ—ตุนอาหารรับมือน้ำท่วมอย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่อง และมีน้ำท่วมสูงในหลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวนมากออกมากักตุนสินค้าตามร้านสะดวกซื้อ ซุปเปอร์มาร์เกต และห้างสรรพสินค้าอย่างคึกคัก ตั้งแต่เช้า โดยเฉพาะย่านหลักสี่ บางเขน สายไหม สะพานสูง บางกะปิ จตุจักร ลาดพร้าว อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ อ.เมืองนนทบุรี ฯลฯ มีประชาชนลุยน้ำออกมาจับจ่ายของใช้จำเป็นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากกังวลเรื่องการเดินทางที่ยากลำบาก และร้านอาหารในพื้นที่ปิดให้บริการ กลุ่มสินค้าที่ได้รับความนิยมสูง ได้แก่ น้ำดื่มบรรจุขวด บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง ขนมปัง ข้าวสาร อาหารพร้อมทาน อาหารแช่แข็ง ฯลฯของกินหมดเกลี้ยงร้านสะดวกซื้อร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งในปากซอยทานสัม ฤทธิ์ 30 ต.ท่าทราย อ.เมืองนนทบุรี ชั้นวางจำหน่ายอาหารสดและอาหารพร้อมทานภายในร้านตกอยู่ในสภาพว่างเปล่าตั้งแต่เวลา 12.00 น. หลังประชาชนในพื้นที่แห่ออกมาซื้อกักตุนเสบียง จากผลกระทบน้ำท่วมขังสูงในพื้นที่จนการสัญจรเข้าออกเป็นไปด้วยความยากลำบาก และทางร้านไม่สามารถจัดหาสินค้ามาเพิ่มรองรับความต้องการได้ทัน เช่นเดียวกับที่ห้างโลตัส สาขาบางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปการ มีประชาชนและชาวต่างชาติที่อาศัยในพื้นที่ ต.บางแก้ว และเขตประเวศ กทม.เดินทางมาซื้ออาหารสด อาหารแห้ง และน้ำดื่มกักตุนเป็นจำนวนมาก ทำให้ชั้นวางจำหน่ายผักสด ไข่ไก่ เนื้อหมู และเนื้อไก่ หมดลงอย่างรวดเร็วบ่นอุบร้านบางร้านขอรับแต่เงินสดผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการที่ประชาชนหลั่งไหล เข้าร้านสะดวกซื้อ มินิซุปเปอร์มาร์เกต แย่งซื้ออาหารกันไม่ขาดสาย ทำให้บางร้านสินค้าหมดเกลี้ยงในเวลาอันรวดเร็ว รวมทั้งน้ำดื่ม มีการซื้อไปตุนกันจำนวนมาก ขณะเดียวกันก็เกิดปัญหาสัญญาอินเตอร์เน็ตขัดข้อง การสแกนจ่ายเงินของร้านสะดวกซื้อจำนวนมากไม่สามารถทำรายการได้ ทำให้พนักงานต้องขอเก็บเงินสด ประชาชนที่ซื้อสินค้าบางคนมีเงินสดไม่พอ ต้องโทรศัพท์ตามให้ญาติและเพื่อนนำเงินสดมาจ่ายค่าอาหารและสินค้า บางคนรอไม่ไหวซื้อสินค้าเฉพาะเท่าจำนวนเงินที่มีอยู่ ท่ามกลางเสียงบ่นกันอื้ออึงรถจอดกลางคืนเช้าจมน้ำส่วนสภาพความเสียหายจากน้ำท่วมครั้งนี้ ตามหมู่บ้านต่างๆ และย่านชุมชนที่เจ้าของรถยนต์นำรถยนต์จอดไว้หน้าบ้าน ริมถนน และที่จอดรถตามหมู่บ้านต่างๆ ปรากฏว่าเจ้าของรถตื่นมาตอนเช้า ต้องตกใจอย่างมากที่เห็นน้ำท่วมสูงทำให้รถจมน้ำ บางคันถูกน้ำซัดไปไกลจากบ้าน รถบางคันระบบไฟฟ้าในรถช็อตส่งเสียงเตือนภัยดังสนั่น บางคันกระจกหน้าต่าง ประตูรถเปิดออกเอง ส่วนรถยนต์ที่แล่นฝ่ากระแสน้ำที่ท่วม ปรากฏว่ารถเครื่องดับกลางถนนจำนวนมาก คนขับต้องล็อกรถจอดทิ้งไว้เพราะไม่สามารถเคลื่อนย้ายรถออกจากถนนได้“เจเศรษฐ์” โยน กทม.แจ้งเตือนช้านอกจากนี้ จากการที่ประชาชนในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลได้รับข้อความแจ้งเตือนจาก ปภ.ที่ระบุว่า “ปภ.เตือนภัยน้ำท่วม 26-09-2026/ 09.22.32 กรุงเทพมหานคร แจ้งเตือนระดับน้ำในคลองอยู่ในระดับวิกฤติ และมีแนวโน้มสูงขึ้น พื้นที่ที่อยู่ริมคลอง ที่ลุ่มต่ำ ให้ยกของขึ้นที่สูง เก็บทรัพย์สินมีค่าและหลีกเลี่ยงการจราจร ตรวจสอบการเดินทาง ฯลฯ” ซึ่งถือว่าล่าช้าอย่างมากเพราะน้ำเข้าท่วมบ้านเรือน ทรัพย์สินตั้งแต่กลางดึกวันที่ 25 ก.ย.สร้างความไม่พอใจและเข้าไประบายความรู้สึกผ่านสื่อออนไลน์เป็นจำนวนมาก ทำให้ต่อมานายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย รักษาการ รมว.มท. ได้ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า Cell Broadcast ปภ.เป็นคนรับผิดชอบดูแล ส่วนการแจ้งเตือน ตนมอบหมายให้ ผวจ.แต่ละจังหวัดเป็นคนตัดสินใจสั่งการและแจ้งมายัง ปภ. สำหรับใน กทม.เข้าใจว่า กทม.ใช้เครือข่ายที่มีอยู่ในการเตือนภัย จึงยังไม่ใช้ทาง ปภ.กระทั่งช่วงเช้าตนได้สอบถามไปยัง กทม. จนท.แจ้งว่าต้องถามผู้ใหญ่ก่อน และส่งข้อความให้เตือนภัย ทาง ปภ.สอบถามไป เมื่อยืนยัน จึงแจ้งเตือนภัยไปวันนี้ ทั้งที่ควรแจ้งเตือนตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 ก.ย.“อนุทิน” ประชุมติดตามน้ำข้ามทวีปต่อมาผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ที่อยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจอยู่ในต่างประเทศ สั่งประชุมออนไลน์จากที่โรงแรม The Dorchester กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในเวลา 10.15 น.ตามเวลาท้องถิ่น ที่ช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง โดยมีผู้ร่วมประชุม อาทิ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง ในฐานะผู้บัญชาการสถานการณ์ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายก รัฐมนตรี นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี ฯลฯ รวมถึง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ก.มหาดไทย กทม.กรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมชลประทานสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ อาทิ ผู้ว่าฯ ปทุมธานี สมุทรสาคร นครปฐม นนทบุรี โดยนายอนุทินกล่าวว่า ขณะนี้แม้กำลังปฏิบัติภารกิจในต่างประเทศ แต่ได้ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ มีความเป็นห่วงประชาชน จึงเรียกประชุมทางไกลเพื่อรับทราบสถานการณ์ล่าสุด อยากให้ทุกหน่วยงานทํางานให้สอดรับกันอย่างมีประสิทธิภาพ ให้ช่วยเหลือประชาชนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยเฉพาะ ในพื้นที่ กทม.ห้ามมีคำว่าเป็นเรื่องของผู้ว่าฯกรุงเทพ มหานคร ต้องเป็นเรื่องของการทํางานของทุกหน่วยงานร่วมกันย้ำให้ทำงานเป็นทีมเดียวกันนายอนุทินกล่าวอีกว่า สถานการณ์น้ำในช่วงนี้มีหลายปัจจัยเกี่ยวข้อง ทั้งฝนที่ตกในพื้นที่ ปริมาณน้ำสะสม น้ำจากพื้นที่ตอนบน และความสามารถในการระบายน้ำของแต่ละพื้นที่ เพราะฉะนั้นการ บริหารจัดการต้องมองทั้งระบบ ไม่แยกทำงานเป็นส่วนๆ และต้องใช้ข้อมูลชุดเดียวกันในการตัดสินใจ ขอให้หน่วยงานด้านอากาศ ด้านน้ำ ด้านสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร จังหวัดปริมณฑล ตลอดจนหน่วยงานด้านคมนาคม ความมั่นคง และการช่วยเหลือประชาชน ประสานข้อมูล และการปฏิบัติงานให้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะ พื้นที่เสี่ยงและกลุ่มเปราะบางต้องเตรียมพร้อมล่วงหน้า ไม่รอให้เกิดเหตุแล้วจึงเข้าไปแก้ไข สิ่งที่ประชาชนต้องการจากภาครัฐในเวลานี้คือ ข้อมูลที่ตรง การแจ้งเตือนที่เร็ว เส้นทางที่ชัด และความช่วยเหลือที่เข้าถึงได้ทันเวลา จึงขอให้ทุกหน่วยรายงานข้อมูลตามข้อเท็จจริง และสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจง่ายที่สุด พื้นที่ไหนต้องเฝ้าระวัง ใครรับผิดชอบเรื่องใด ต้องเตรียมเครื่องมือและกำลังคนตรงไหน และหากสถานการณ์เปลี่ยนจะประสานกันอย่างไร ขอให้ทุกหน่วยทำงานเป็นทีมเดียวกัน และทำทุกอย่างประสานกันอย่างไรให้เร็วที่สุด“ศุภจี” สั่งดูแลสินค้าห้ามขาด—แพงวันเดียวกัน นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายก รัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยถึงการรับมือสถานการณ์ฝนตกหนักและพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมว่า สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเน้นให้สินค้าไม่ขาดแคลนและราคาไม่แพง พร้อมประสานผู้ประกอบการร่วมกันจัดส่งสินค้าและสิ่งของจำเป็นเข้าสู่พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ กำชับให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ติดตามทั้งปริมาณและราคาสินค้าจำเป็น พร้อมรายงานพื้นที่ประสบภัยและความต้องการของประชาชน เพื่อให้กระทรวงสามารถประสานการช่วยเหลือและเชื่อมโยงสินค้าเข้าสู่พื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว หากประชาชนพบปัญหาสินค้าราคาไม่เป็นธรรม สินค้าขาดแคลน การกักตุน หรือไม่ปิดป้ายแสดงราคา สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไปพณ.ตั้ง Single Commandจากนั้น ร้อยตรีจักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ (พณ.) เปิดเผยว่า ตามนโยบายและข้อสั่งการของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ให้ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิดโดยต้องไม่ให้มีปัญหาสินค้าขาดแคลนและการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าในทุกจังหวัดทั่วประเทศ กระทรวงพาณิชย์จึงจัดตั้ง Single Command เพื่อเป็นศูนย์กลางในการติดตาม ประเมินสถานการณ์ และเร่งแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของกระทรวงพาณิชย์จากสถานการณ์น้ำท่วม ทั้งในกรุงเทพมหานครและพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ โดยมีรองปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน ประกอบด้วยกรมการค้าภายใน และกองบริหารการพาณิชย์ภูมิภาค (กบภ.) สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้การติดตามสถานการณ์และการแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะด้านปริมาณและราคาสินค้าอุปโภคบริโภค การกระจายสินค้า และการขนส่ง“ยศชนัน” เร่งช่วยเหลือฉุกเฉินส่วนที่สถานีสูบน้ำกึ่งถาวรปากคลองรังสิต จ.ปทุมธานี นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในฐานะกำกับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบการทำงานของสถานีสูบน้ำกึ่งถาวรปากคลองรังสิต ติดตามการดำเนินงานของกรม ชลประทาน พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับกรุงเทพ มหานคร (กทม.) ในการเร่งบริหารจัดการน้ำและแก้ไขปัญหาอุทกภัยเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยนายยศชนันได้สั่งการด่วนไปยังกระทรวงและหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลทั้งหมด โดยเฉพาะหน่วยงานด้านการชลประทานให้เร่งขับเคลื่อนมาตรการช่วยเหลือฉุกเฉินแก่ประชาชนอย่างเป็นระบบในทุกมิติ เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันและส่งมอบความช่วยเหลือให้ถึงมือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ นายยศชนัน ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันน้ำท่วมน้ำแล้งภาคเหนือ ได้สั่งการให้หน่วยงานในภาคเหนือให้เตรียมความพร้อมรับมือกับฝนที่มีแนวโน้มที่จะเพิ่มในระยะเวลา 1-2 วันนี้ด้วย“ทรงศักดิ์” ยอมรับ “เอาไม่อยู่”ที่สถานีสูบน้ำสุวรรณภูมิ สมุทรปราการ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ กล่าวภายหลังการประชุมติดตามสถานการณ์และการบริหารจัดการน้ำ กับ ผวจ.สมุทรปราการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงปัญหาการระบายน้ำว่า การระบายน้ำจากพื้นที่ชั้นในลงสู่ทะเลถือเป็นเรื่องสำคัญ ต้องทำให้พื้นที่ในคลองต่างๆ มีช่องว่างเพียงพอรองรับน้ำที่กำลังไหลเข้ามา แต่ขณะนี้หลายคลองมีปริมาณน้ำเต็ม ทำให้น้ำจากพื้นที่ชั้นในไม่สามารถไหลลงคลองเพื่อระบายต่อได้ ส่งผลให้การสูบน้ำจากพื้นที่หนึ่งไปยังอีกพื้นที่หนึ่งบางจุดกลายเป็นการวนกลับมาที่เดิม ส่วนสถานการณ์ฝน ก่อนหน้านี้มีการคาดการณ์ปริมาณฝนไว้แล้ว แต่สถานการณ์จริงพบว่าบางพื้นที่มีฝนสะสมเกิน 100 มิลลิเมตร มากกว่าที่ประเมินไว้ ก่อนหน้านี้ตนเคยให้ข่าวว่ารัฐบาลสามารถบริหารจัดการสถานการณ์น้ำได้ และใช้คำพูดว่า “เอาอยู่” แต่เมื่อเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องและมีปริมาณน้ำสะสมสูง วันนี้สถานการณ์ใน กทม.และพื้นที่โดยรอบกลับกลายเป็น “เอาไม่อยู่” แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมมาตรการรับมือไว้แล้ว ทั้งเครื่องมือ บุคลากร การจัดการสิ่งกีดขวางทางน้ำ ตลอดจนการเตรียมศูนย์พักพิงและสถานที่รองรับประชาชน กรณีมีความจำเป็นต้องอพยพ ปัจจัยสำคัญขณะนี้คือปริมาณฝนที่ตกลงมาเกินกว่าที่คาดการณ์ ส่งผลให้ระบบระบายน้ำต้องรับภาระเพิ่มขึ้นศธ.ออก 5 มาตรการช่วยสำหรับมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในครั้งนี้ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ จึงสั่ง 5 มาตรการเร่งด่วน ดังนี้ 1.สถานศึกษาที่ได้รับผลกระทบหรือมีความเสี่ยง ให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาพิจารณาปิดเรียนหรือปรับรูปแบบการเรียนการสอนได้ตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและการเดินทางของนักเรียน ครู และผู้ปกครองเป็นสำคัญ 2.หากไม่สามารถจัดการเรียนการสอนได้ตามปกติ ให้ปรับเวลาและรูปแบบการเรียนรู้ รวมถึงยืดหยุ่นการเข้าเรียน การส่งงาน และการประเมินผล โดยไม่สร้างภาระเพิ่มเติมแก่ครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ 3.เร่งสำรวจและช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อจัดลำดับความเร่งด่วนในการช่วยเหลือและฟื้นฟู 4.ระดมอาชีวะช่วยประชาชนหลังน้ำลด และ 5.เร่งฟื้นฟูโรงเรียนให้กลับมาเปิดได้อย่างปลอดภัยเปิดสายศูนย์บรรเทาสาธารณภัยทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดต่อแจ้งเหตุได้ที่ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพบก 06-5231-1260 ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 1โทร. 0-2280-3977 (รับผิดชอบพื้นที่จังหวัดในภาคกลาง) ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 2 โทร.0-4424-5946 (รับผิดชอบพื้นที่จังหวัดในภาคตะวันออก เฉียงเหนือ) ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3 โทร.0-5524-2859 (รับผิดชอบพื้นที่จังหวัดในภาคเหนือ) ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 4 โทร. 0-7538-3405 (รับผิดชอบพื้นที่จังหวัดในภาคใต้)อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่