โฟกัสสายตาโลกจับจ้องอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ตามฉากอลังการงานสร้าง “คาวบอยไบโพลาร์” โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำเบอร์หนึ่งทำเนียบขาว วอชิงตัน ดี.ซี. ลงทุน ปูพรมแดงยาว 100 ฟุต เดินควง “เมลาเนีย ทรัมป์” สตรีหมายเลข 1 เดินไปรับพญามังกร “สี จิ้นผิง” ผู้นำจีนและ “เผิง หลี่หยวน” ภริยา ถึงบันไดเครื่องบิน ณ ฐานทัพอากาศร่วมแอนดรูว์ส จัดเต็มแบบชุดใหญ่ไฟกะพริบ เพื่อเป็นการให้เกียรติและเฉลิมฉลองการเยือนของผู้นำจีนชนิดที่ย้อนประวัติศาสตร์กลับไปในรอบ 64 ปี เป็นอีกครั้งที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ลงทุนต้อนรับแขกเมืองด้วยตัวเอง โดยก่อนหน้านี้ผู้นำฝรั่งเศส กษัตริย์อังกฤษ ยังไม่เอิกเกริกเท่านี้ อย่างดี “คาวบอยทรัมป์” ก็รอรับที่ทำเนียบขาวแค่นั้นมีแค่พญามังกร “สี จิ้นผิง” ที่ได้รับเกียรติขั้น VVIPบ่งบอกถึงการให้ความสำคัญผู้นำจีนแผ่นดินใหญ่ในระดับสูงสุด โดยระดับ “โปรโตคอล” พิธีการทางการทูตเพื่อให้เกิดความประทับใจในไมตรี“นำร่อง” ไปสู่พิธีการเจรจา “ภาษาดอกไม้”ภายใต้เดิมพันซีเรียส ระหว่าง “คาวบอยทรัมป์” กับ “จอมยุทธ์สี” มีแต่โจทย์ร้อนๆ ประดัง ทั้งสงครามการค้า แนวรบภาษีสุดโหดระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ที่อยู่ในระยะพักรบ ยื้อเวลาเศรษฐกิจโลกสงบ ไหนจะปมสงครามอิหร่านและช่องแคบฮอร์มุซ และความขัดแย้งประเด็นไต้หวันแถบทะเลจีนใต้เหนืออื่นใดก็คือ การชิงความเป็นเจ้าแห่งเทคโนโลยี AIและนั่นก็ได้สัญญาณตอบรับเชิงบวกตอบกลับจาก “จอมยุทธ์สี” ที่ยืนยันสัมพันธ์ส่วนตัวที่แน่นปึ้ก กับ “คาวบอยทรัมป์” มีเข้าใจซึ่งกันและกันเป็นอย่างดี โดยเน้นคำว่า “Thucydides Trap” จีนกับสหรัฐฯ ไม่ควรติดกับดักการแข่งขันของมหาอำนาจ ชิงดีชิงเด่นทางเศรษฐกิจและความมั่นคง เผชิญหน้ากันมีแต่สูญเสียควรร่วมมือกันอย่างจริงใจ อยู่ร่วมกันอย่างสันติ สร้างผลประโยชน์ร่วมกันไฮไลต์สำคัญ ผู้นำจีนได้ขอให้ “คาวบอยทรัมป์” แสดงจุดยืนคัดค้านการประกาศเอกราชของไต้หวัน ส่วนจีนพร้อมสนับสนุนให้สหรัฐฯ กลับเข้าสู่การเจรจายุติศึกกับอิหร่านนับเป็น “สัญญาณบวก” ของ 2 ผู้นำมหาอำนาจขาใหญ่“พญาอินทรี-พญามังกร” ผู้ทรงอิทธิพลต่อความเป็นไปของโลกทั้งในมิติเศรษฐกิจและศึกสงครามภูมิรัฐศาสตร์ กุมชะตามวลมนุษยชาติในจังหวะที่ “พญาหนู” อย่างนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ผู้นำไทยแลนด์ ก็มีคิวโลดแล่นอยู่ในแผ่นดินสหรัฐฯ เข้าร่วมประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 (UNGA 81) ที่มหานครนิวยอร์กพร้อมปิดดีลภาษีและร่างสัญญาข้อตกลงกับทีมวอชิงตันนับเป็นนายกฯไทยคนที่ 3 ที่ได้เกียรติให้เป็นคนลั่นระฆัง (Opening Bell) เปิดการซื้อขาย NYSE ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ถือโอกาสประชาสัมพันธ์ศักยภาพตลาดหุ้นไทยต่อนักลงทุนทั่วโลกไฮไลต์ “นายกฯ อนุทิน” พูดกับคนไทยในสหรัฐฯ แบบตรงไปตรงมา ขอให้มั่นใจในรัฐบาลไทยในการประคองดุลมหาอำนาจ โดยไม่สามารถเลือกข้างได้ เพราะไม่ใช่มหาอำนาจที่ยืนบนขาตัวเองได้“จีนก็ต้องคบ สหรัฐฯ ก็ต้องคุย”ที่แน่ๆ ผู้นำรัฐบาลภูมิใจไทย ยืนกรานต่อหน้าคนไทยในต่างแดน รัฐบาลมีความมั่นคง ขณะที่สถานการณ์ทั่วโลกมีสงคราม ความขัดแย้ง แต่ประเทศไทยมีความพร้อมที่จะให้ภาคเอกชนไปขยายการลงทุน ด้วยความได้เปรียบด้านโลจิสติกส์ สภาพทางภูมิรัฐศาสตร์ ขออย่าห่วงเศรษฐกิจไทยกำลังดีขึ้นจับอารมณ์ “พญาหนู” พกความมั่นใจ “โกอินเตอร์” ในสถานะของเบอร์เล็ก แต่กระทบไหล่มาหมดแล้วทั้ง “คาวบอยทรัมป์—จอมยุทธ์สี”ยกระดับตัวเองไปอยู่ในชัยภูมิได้เปรียบในภูมิรัฐศาสตร์ “อนุทิน” ขยับขึ้นชั้นไปร่วมวงเวทีการเมืองโลกดึงระยะห่างจากเกมอำนาจการเมืองในประเทศไทยตามอาการเกรียนๆที่ตัดบทนิ่มๆ ตอนนี้อยู่สหรัฐฯ สัญญาณมาไม่ถึง “นายกฯหนู” ออกลีลาแสบๆ ตัดจบคำถามถึงกระแสข่าวการดึงพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล หลังโดนอัปเปหิออกจากวิปฝ่ายค้านเบรกขบวน “รถแห่” กันแบบหัวทิ่มหัวตำไม่รับมุก “ผูกเสี่ยว” แบบที่ “ผู้กองนัส” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ลงทุนถอดนาฬิกาหรู Richard Mille มูลค่า 13,000,000 ที่แจ้งในบัญชีทรัพย์สินที่ ป.ป.ช.เพิ่งเปิดออกมา ใส่นาฬิกา Casio Connection เรือนละ 1,900 บาท สลักชื่อ “อนุทิน ชาญวีรกูล” และภาษาอังกฤษ “Anutin Charnvirakul”“โชว์ข้อมือหรา” ระหว่างดูกีฬาเอเชียนเกมส์อยู่ที่ญี่ปุ่นแล้วก็เป็นน้องรักอย่าง “ไผ่ ลิกค์” สส.กำแพงเพชร ค่ายกล้าธรรม ที่ขยายความพิเศษ เป็น “นาฬิกามือสอง” ที่เจ้าของเต็มใจถอดให้ “บิ๊กบราเธอร์” เองเลย ผูก“สตอรี่” ให้เข้าเค้าไปกันใหญ่ เร้ากระแส “ทีมรถแห่” ตีปี๊บข่าวลือที่ต้องการให้เป็นจริง แกนนำรัฐบาลส่งสัญญาณดึงพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาลว่ากันไปถึงขั้นเบียดโควตา “ลูกเทพ” โละรัฐมนตรีบ้านใหญ่เพื่อเปิดทางให้ทีมบิ๊กบราเธอร์เข้ามาจองทำเลทองทวงคืนโควตากระทรวงเกษตรฯกลับมาอยู่ในมือของ “ผู้กองยอดรัก”แต่นั่นก็หักมุมกันอย่างจังกับปฏิกิริยาที่สะท้อนออกมาจากฝั่งก๊วนเซราะกราวจับอาการรัฐมนตรี “ลูกเทพ” ทั้ง “เดอะแบด” ภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ “เสี่ยเต้ย” พลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย “แนน บุณย์ธิดา สมชัย” รมช.ดิจิทัลฯ โฆษกพรรคภูมิใจไทย ดาหน้าปฏิเสธเสียงเดียวกันไม่รู้เรื่องดึงพรรคกล้าธรรม รัฐบาล 300 เสียงก็แน่นปึ้ก ทำงานดีอยู่แล้วแนวโน้มเชียร์กล้าธรรมใช้เอกสิทธิ์ สส.โหวตหนุนรัฐบาล แต่หนุนให้ปักหลักเป็นฝ่ายค้านต่อไป พาลด่าพรรคประชาชนมีสิทธิอะไรไปขับออกจากวิปจ้องหยิบเอาแต่เสียงโหวต แต่ไม่เอาตัวมาแย่งขนมว่างั้นแต่นั่นไม่เท่ากับการตั้งใจเปิดโชว์หลักฐานหักหน้าทีมผู้กอง รัฐมนตรีลูกเทพ ทีมบิ๊กมหาดไทย ปลัดกระทรวง อธิบดี สายตรง “นายกฯหนู” ล้วนมีนาฬิกา Casio Connection สลักชื่อ “อนุทิน” คนละเรือน 2 เรือนสรุปแค่ “นาฬิกาแจกเพื่อน” ไม่ได้มีมูลค่าเท่า “นาฬิกายืมเพื่อน”ไม่การันตีความชัวร์ นาฬิกาสลักชื่อ “อนุทิน” ไม่ได้เป็นตั๋วร่วมรัฐบาลสรุปไม่มีสัญญาณตอบรับจากเลขหมายปลายทางที่ก๊วน “ผู้กองยอดรัก” ต่อสายพรรคกล้าธรรมกลายเป็น “ฝ่ายคอย” ลอยคอเคว้งคว้างอยู่กลางบึงสถานะครึ่งบก ครึ่งน้ำ รัฐบาลก็ไม่ใช่ ฝ่ายค้านก็ไม่เชิงเรื่องของเรื่องสัญญาณไม่ถึงอเมริกา เจอ “นายกฯหนู” กั๊กระยะ แต่ที่ต่อไม่ติดเลยก็คือสัญญาณจากเขากระโดง “ครูใหญ่” เนวิน ชิดชอบ ที่ไม่มีทางไว้วางใจ “ผู้กองธรรมนัส” ที่ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่อ่านทางง่ายๆสไตล์ “จอมหักดิบ” ทั้งคู่ไม่มีทางอยู่ร่วมถ้ำเดียวกันแน่ยิ่งแกะรอยจากเกมทุบท่อน้ำเลี้ยง จังหวะก๊วน “ผู้กองยอดรัก” กำลังเผชิญเกมไล่ล้างบางโควตาสลากคนพิการ ทุบขุมทรัพย์ลอตเตอรี่ ต่อเนื่องกับปฏิบัติการถอดปลั๊กแก๊งพนันออนไลน์ แก๊งตอง 888เข้าเหลี่ยม “เนวิน” น่าจะดองเค็มก๊วนผู้กองให้แห้งตายไม่มีทางปล่อยให้มีหนทางเติมขุมพลังอำนาจให้กลับมาเป็นคู่แข่งทาบบารมี อีกทางก็ไล่ต้อนบ้านใหญ่ บีบ “งูเขียว” ให้เลื้อยออกจากค่ายกล้าธรรม มาลงรูเขากระโดงเองในที่สุด ไร้จุดดึงทั้งพรรคเข้าร่วมรัฐบาลหักมุมกับเกมจ้างรถแห่ปั่นสถานการณ์ค่ายกล้าธรรม ไม่สู้ดีเอาซะเลยแต่กลับกลายเป็น “อะไหล่” เชียงกง ให้ “นายกฯอนุทิน” ในการประคองดุลอำนาจ ในฟอร์ม “หล่อเลือกได้”ทางหนึ่งก็บล็อกก๊วนเถ้าแก่ใหญ่ บีบทีมเพื่อไทย ไม่ให้หือตามอาการแบบที่ “ดร.เชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯและ รมว.การอุดมศึกษาฯ “ลูกเจ๊แดง-หลาน ทักษิณ” รีบดักทางตีกันกระแสดึงพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล เกลี่ยโควตารัฐมนตรีกันใหม่ยืนกราน พรรคเพื่อไทยยังยึดเงื่อนไขตอนเข้าร่วมรัฐบาลล็อก 5 กระทรวงเดิมแน่น คือกระทรวงเกษตรฯ ศึกษาฯ การพัฒนาสังคม แรงงาน และการอุดมศึกษาฯ ที่ดูแลเรื่องเกี่ยวกับการพัฒนาทักษะทุนมนุษย์ในจุดที่ “ก๊วนเถ้าแก่ใหญ่” แค่ยึกยัก ก็เปิดช่องให้ก๊วนกล้าธรรมเสียบแน่ก็อย่างที่เห็นอาการนิ่ง ไม่มีหลุดสักแอะในการร่วมวงขย่มปมฮั้ว สว.ทั้งที่เป็นตัวเริ่มก่อสารตั้งต้นสำนวนคดีไล่จับโพยทุจริต สว.สายน้ำเงิน หรือการกลืนเลือด ที่โดน “นายกฯหนู” ปัดตกกฎหมายซอฟต์ พาวเวอร์หรือแม้แต่บ้านใหญ่ในก๊วนเซราะกราวเองก็เถอะถึงจังหวะที่ต้องมีการกำจัดจุดอ่อน ผู้นำจำเป็นต้องปรับตัวถ่วงออก ถ้ามีหือในคิวขยับปรับ ครม.เพื่อเติมศักยภาพการบริหารงานรัฐบาล ต่อให้อ้างตั๋ว “อาจารย์ใหญ่”“นายกฯหนู” ก็มีแต้มสำรองของ “ฝ่ายคอย” ไว้ขู่ เติมแต้มแทนได้ทุกเมื่อ“ทีมการเมือง”คลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม