ในวาระการเป็นประธานกลุ่มบริกส์ปีนี้ อินเดียเดินหน้าผลักดัน Coalition for Disaster Resilient Infrastructure (CDRI) หรือพันธมิตร เพื่อโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่นต่อภัยพิบัติ เป็นกลไกความร่วมมือระดับโลกเพื่อรับมือภัยพิบัติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ควบคู่การระดมเงินทุนเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหลังเปิดตัวเมื่อปี 2562 โดย “นเรนทรา โมดี” นายกรัฐมนตรีอินเดีย ปัจจุบัน CDRI มีสมาชิก 70 ประเทศ ทั้งประเทศพัฒนาแล้ว กำลังพัฒนา สมาชิก G20 และประเทศหมู่เกาะขนาดเล็ก อย่างไรก็ตาม ไทยยังไม่ได้เข้าร่วมหัวใจของ CDRI คือการเปลี่ยนแนวคิดจาก “รับมือหลังเกิดภัยพิบัติ” ไปสู่ “การสร้างความยืดหยุ่นตั้งแต่การออกแบบและลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน” เนื่องจากภัยพิบัติสร้างความเสียหายทั่วโลกเฉลี่ยปีละ 700,000- 800,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และผลกระทบทางอ้อมอาจสูงกว่าความเสียหายโดยตรงถึง 7 เท่า ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานราว 75% ที่โลกจำเป็นต้องมีภายในปี 2593 เพื่อรองรับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน อยู่ระหว่างการก่อสร้างหรือยังไม่ได้ถูกสร้างขึ้น ทำให้การลงทุนโดยคำนึงถึงความเสี่ยงตั้งแต่ต้นมีความสำคัญอย่างยิ่งที่ผ่านมา CDRI ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มเชื่อมโยงภาครัฐ องค์กรพหุภาคี ภาคเอกชน และภาควิชาการ ถ่ายทอดองค์ความรู้ ให้คำแนะนำด้านนโยบาย ฝึกอบรมผ่านโครงการ ITEC ของกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย และส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าช่วยเหลือประเทศสมาชิก ปัจจุบันมีโครงการสนับสนุนใน 29 ประเทศ และงานโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่นใน 44 ประเทศ พร้อมโครงการ IRIS ช่วยเหลือประเทศหมู่เกาะขนาดเล็ก 25 ประเทศ และ GIRI ฐานข้อมูลสาธารณะประเมินความเสี่ยงครอบคลุมกว่า 170 ประเทศCDRI ยังตั้งเป้าขยายบทบาทในการระดมทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 10,000 ล้านดอลลาร์ พร้อมขยายฐานสมาชิกและจัดตั้งสำนักงานใน 4 ภูมิภาคทั่วโลก ตอกย้ำบทบาทการเป็นกลไกระหว่างประเทศที่เชื่อมโยง ความมั่นคงของโครงสร้างพื้นฐาน การรับมือภัยพิบัติ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนาและกลุ่ม Global South อย่างยั่งยืน.อมรดา พงศ์อุทัยคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม