ช่วงนี้นายกฯอนุทินไม่อยู่เมืองไทย บรรยากาศทางการเมืองดูจะเบาลงบ้างนิดหน่อย...ผมขอถือโอกาสเล่าความหลังเกี่ยวกับการประชุมประจำปีของ “ไอเอ็มเอฟ+ธนาคารโลก” ซึ่งเราได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพครั้งที่ 2 และจะเริ่มประชุมในวันที่ 12–18 ตุลาคมจะถึงนี้...อีกสักวันนะครับปกติแล้วการประชุมประจำปีดังกล่าวนี้จะมีขึ้นที่กรุงวอชิงตันดี.ซี. สหรัฐอเมริกาทุกปี...โดยจะจัดติดต่อกัน 2 ปี...พอถึงปีที่ 3 ก็จะไปจัด ณ ประเทศสมาชิกที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นเจ้าภาพจากนั้นก็จะกลับไปจัดที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. อีก 2 ปีแล้วค่อยไปจัดในประเทศสมาชิกอีก 1 ประเทศ...หมุนเวียนอยู่เช่นนี้นับมาถึงบัดนี้ประเทศในเอเชียของเราได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพมาแล้ว รวมทั้งสิ้น 8 ประเทศ เรียงตามลำดับดังนี้อินเดีย (นิวเดลี ปี 2501), ญี่ปุ่น (โตเกียว ปี 2507), ฟิลิปปินส์ (มะนิลา ปี 2519), เกาหลีใต้ (โซล ปี 2528), ไทย (กทม. ปี 2534), ฮ่องกง (ฮ่องกง ปี 2540), สิงคโปร์ (สิงคโปร์ ปี 2549), ญี่ปุ่น (โตเกียว ปี 2555), อินโดนีเซีย (บาหลี ปี 2561) และ ไทย (กทม. ปี 2569)จะเห็นได้ว่าในเอเชียเรานั้นมีถึง 2 ประเทศที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นเจ้าภาพถึง 2 ครั้ง ได้แก่ ญี่ปุ่น กับไทย...อีก 1 ประเทศรวมเป็น 3 ประเทศเท่านั้นที่ได้รับเกียรติหนที่ 2 ก็คือ ตุรกี ผมเรียนท่านผู้อ่านไว้แล้วว่าผมมีโอกาสไปสังเกตการณ์ในฐานะผู้สื่อข่าว ในการประชุมที่กรุงโซล เกาหลีใต้ เมื่อ พ.ศ.2528 หรือเมื่อ 41 ปีที่แล้ว ซึ่งโชคดีมากเพราะเขาจัดให้ผู้สื่อข่าวกว่าร้อยคนไปดูงานพัฒนาในเมืองต่างๆทั่วเกาหลีใต้ถึง 4-5 วันด้วย พ.ศ.2528 หรือ ค.ศ.1985 เป็นปีที่เกาหลีใต้ประกาศใช้แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 1 โดยประธานาธิบดี ปาร์ค จุง ฮี มาครบ 23 ปี... ซึ่งหลังจากลุ่มๆดอนๆในช่วงแรกๆ แต่หลังจากนั้นก็ตั้งตัวได้ภาพที่ผมเห็นเมื่อปี 2528 ทั้งในกรุงโซล และเมืองอื่นๆ เริ่มมีตึกสูง และมีโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย โดยเฉพาะในชนบท เห็นได้ชัดเจนว่าเขาไปไกลกว่าเราใน พ.ศ.นั้นแต่ปัญหาความยากจนก็น่าจะแฝงอยู่มาก ผมวัดเอาจากดัชนีประการหนึ่งที่ผมชอบนำมาใช้เสมอๆ กับประเทศที่ยังยากจน นั่นก็คือ ดัชนี ผู้ค้าประเวณีผมพบว่าทุกเมืองที่ไป รวมทั้งในกรุงโซลด้วย จะมีหญิงสาวมาประกอบอาชีพนี้ทั้งโดยปิดบัง และโดยเปิดเผย แทบไม่ต่าง กับประเทศไทยของเราใน พ.ศ.ดังกล่าว (2528) เลยเฉพาะในกรุงโซลนั่นแหละ ขณะเดินไปตามถนนใกล้ๆโรงแรมยามคํ่าจะมีคนเรียกเราพร้อมกับถามว่า “ต้องการเลดี้ไหมครับ?” เป็นระยะๆผมยังจำได้ในที่ประชุมพูดกันมากถึงความสำเร็จของแผนพัฒนาเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ แต่ผมก็จะแย้งอยู่ในใจว่า...ถ้าสำเร็จจริงทำไมจึงมีสตรีมาประกอบอาชีพดังกล่าวจำนวนมากขนาดนั้น และมีไม่น้อยรออยู่ไม่ไกลจากห้องประชุมเท่าไรนักผมกลับไปโซลอีกครั้งในปีต่อมา กับ ทีมข่าวกีฬาไทยรัฐ ใน พ.ศ.2529 หรือ ค.ศ.1986 เนื่องในโอกาสที่เกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพกีฬา เอเชียนเกมส์ ในปีดังกล่าวทุกอย่างยังเหมือนเดิม และหนักว่าเดิมเสียอีก โดยเฉพาะในกรณี “เลดี้” ไม่เชื่อลองถามนักข่าวกีฬารุ่นเก่าๆดูได้เลยครับหลังจากนั้นผมก็ไม่ได้ไปเกาหลีใต้อีกเลย และในปี 1994 อีก 8 ปีต่อมานับจากที่ผมไปเยือนล่าสุด เกาหลีใต้ก็ได้รับการเลื่อนขั้นขึ้นเป็นประเทศ “รายได้สูง” ขั้นต้น...เรียบร้อยผมได้รับรายงานจากเพื่อนๆที่มีโอกาสกลับไปอีกหนว่า ภาพเก่าๆประเภทเดินไปตามถนนและมีคนตะโกนถามว่า “ต้องการเลดี้ไหม?” ไม่มีให้เห็นอีกแล้วไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแล้วครับ...ว่าเกาหลีเขาเก่งจริงๆ...พัฒนาเคียงคู่มากับประเทศไทยเราแท้ๆ เราใช้แผนฉบับ 1 ก่อนเขา 1 ปีด้วยซํ้า...ปรากฏว่าเขาไปไหนแล้วไม่รู้...แต่ ณ นาทีนี้เรายังยํ่าเท้าเป็นประเทศ “รายได้ปานกลางขั้นสูง” อยู่เลย."ซูม"คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม