“ป๋อง สุพรรณ” เซียนพระดัง เข้าให้ปากคำกองปราบฯในฐานะ พยาน แจงยิบทุกปมกรณีมีชื่อเป็น 1 ในคณะกรรมการ “มูลนิธิหวันโชติ” ของอดีตเจ้าวัดพุทไธศวรรย์ เผยการเบิกจ่ายเป็นอำนาจสมีโชติและผู้ที่ได้รับมอบหมาย แฉประเด็นทองคำ 9 กก.ไว้สำหรับหุ้มองค์พ่อจตุคามรามเทพ ซ้ำยังร่วมถวายไป 1 กก.ด้วย ส่วน “เหรียญเหนือดวง” ปัดไม่เกี่ยว เพราะสร้างตั้งแต่ปี 49 ก่อนที่จะเข้ามาวัดและบวชในปี 59 ลั่นเสียใจกับเหตุที่เกิดขึ้น ให้ตำรวจดำเนินคดีตามพยานหลักฐาน “ผู้การกอล์ฟกองปราบฯ” เผยเส้นเงิน “มูลนิธิหวันโชติ” ตำรวจมีข้อมูลแต่ยังเผยไม่ได้“ป๋อง สุพรรณ” แจงปมมีชื่อเป็น 1 ในกรรมการมูลนิธิ “หวันโชติ” วัดพุทไธศวรรย์ เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 22 ก.ย. ที่ศูนย์แจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายเสมอ งิ้วงาม หรือ “ป๋อง สุพรรณ” อายุ 61 ปี เซียนพระรุ่นใหญ่ชื่อดังในวงการ เข้าพบพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.เพื่อชี้แจงกรณีมีรายชื่อเป็นหนึ่งในกรรมการ “มูลนิธิหวันโชติ” ที่จัดตั้งขึ้นโดย “สมีโชติ” อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จ.พระนครศรีอยุธยา มีผู้สื่อข่าวหลายสำนักตั้งกล้องรอบันทึกภาพทำข่าวอยู่จำนวนมากทันทีที่เดินทางมาถึง ป๋อง สุพรรณ ได้ลงจากรถชูมินิฮาร์ทให้กับผู้สื่อข่าว ก่อนเผยว่า วันนี้เข้ามาให้ปากคำในฐานะพยาน หลังมีชื่อปรากฏว่าเป็นหนึ่งในกรรมการจัดตั้ง “มูลนิธิหวันโชติ” ที่นายอติโชติ ทันประเสริฐ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จัดตั้งขึ้น พร้อมหลักฐานเอกสารเกี่ยวกับการทำบุญ การสร้างพระ แต่ละรุ่นที่ไม่ใช่รุ่นเหรียญเหนือดวง ตนจะเป็นคนประสานและคอยดูแบบพระให้ รวมถึงคอยประชาสัมพันธ์ ทำพิธีให้ด้วยใจไม่เคยเอาเงิน ยอมจ่ายเงินเอง เราทำบุญไม่หวังสิ่งตอบแทน ทำเอาบุญไม่ได้ทำเอาเงินเมื่อถามว่าเป็นแค่กรรมการไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง กับการเบิกเงินใช่หรือไม่ ป๋องกล่าวว่า ตนเป็นคนศรัทธา เป็นลูกศิษย์ที่ไปทำบุญ ส่วนที่เข้าไปเป็น กรรมการจัดตั้งมูลนิธิ เพราะอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธ ศวรรย์ขอให้เป็น ด้วยความศรัทธาเข้าไปเป็นกรรมการจัดตั้งให้ เพราะเห็นว่าเป็นมูลนิธิที่มีประโยชน์ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเบิกจ่าย เพราะเป็นอำนาจของอดีตเจ้าอาวาสวัด เลขาฯ กรรมการ และกรรมการอีกคนที่อดีตเจ้าอาวาสมอบหมาย ส่วนเงินที่โอนเข้ามาในมูลนิธิเท่าที่รู้มีเพียงแค่ 20 ล้านบาท เงินก้อนนี้ยังอยู่ มีบางส่วนที่นำไปซื้อเครื่องมือการแพทย์ ข้าวสารให้กับชาวบ้าน ตั้งแต่จัดตั้งมูลนิธิมาไม่เคยมีการเรียกประชุมป๋อง สุพรรณ กล่าวต่อว่า หลังทราบข่าวรู้สึกเสียใจ พูดไม่ออก จุกอก ที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้ออกมาให้ข่าว เพราะไม่อยากทำให้ศาสนาเสื่อมเสีย หากใครผิดก็ว่ากันไปตามผิด ส่วนตัวเป็นเพียงแค่ลูกศิษย์ทั่วไปที่ไปทำบุญ ก่อนหน้านี้ยังเสียใจเรื่องหลวงปู่จื่อมรณภาพ ได้เข้าไปกราบไหว้อดีตเจ้าอาวาสพร้อม บอกว่า “ผมไม่มีใครแล้วนะ เหลือพ่อองค์เดียวที่จะกราบไหว้” ด้วยความศรัทธายังพานักมวยเข้าไปกราบไหว้อีก เรื่องที่เกิดขึ้นศรัทธากับความงมงายตนแยกกัน รวมทั้งรับไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้น ที่ผ่านมากราบไหว้มาเป็น 10 ปี ตั้งแต่ปี 51เมื่อถามว่ารู้จักกับ น.ส.ปุณยวีร์ รุ่งเรือง หรือ “สีกาเอ๋” หรือไม่ ป๋อง สุพรรณ ตอบว่าไม่รู้จักแต่เคยเห็นหน้า ไม่ค่อยสุงสิงเรื่องในวัดสักเท่าไหร่ แต่จะเข้าไปกราบไหว้องค์หลวงพ่อ หรือองค์หลวงพ่อจตุคาม เป็นเหรียญเหนือดวงทุกวันพฤหัสฯ ยืนยันว่าไม่ใช่เป็นคนสร้างเหรียญเหนือดวง ส่วนที่ว่าทำไมต้องถวายทองนั้นเดี๋ยวจะออกมาบอกอีกครั้ง ไม่มีอะไรปิดบัง อยากจะมาเปิดเผย การเข้าพบตำรวจวันนี้ มาเป็นพยานไม่ใช่ผู้ต้องหา นำข้อมูลมาให้ตำรวจเพื่อจะได้ดำเนินคดีให้มันถูกต้อง ตามพยานหลักฐานที่มี ไม่ได้อยากมาเลยแต่ที่ต้องมาเพราะเป็นหนึ่งในกรรมการจัดตั้งมูลนิธิ กรรมการคนอื่นมาเกือบหมดแล้วเหลือตนเพียงคนเดียว ทั้งนี้ ตนนับถือองค์พ่อใหญ่ สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีเยอะ อย่าไปทำลาย จะให้ไปช่วยทำวิหารหรือบูรณะ เราพร้อมลูกศิษย์ทุกคนจะไปช่วยทำให้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ เราไปไหว้ขอพรก็ผ่านอดีตเจ้าอาวาส อย่างไรก็ตาม เหรียญเหนือดวงสร้างเมื่อปี 2549 แต่ตนเข้าไปกราบไหว้ภายในวัดเมื่อปี 2551 ก่อนที่จะมาบวชในวัดปี 2559ต่อมาเวลา 13.30 น. หลังนายเสมอ งิ้วงาม หรือ “ป๋อง สุพรรณ” เซียนพระชื่อดัง ให้ปากคำในฐานะพยานเกี่ยวข้องกับมูลนิธิหวันโชติ ใช้เวลา 3 ชั่วโมง เสร็จสิ้น พร้อมออกมาเปิดเผยว่า วันนี้นำข้อมูลและเอกสารหลายส่วนมาให้พนักงานสอบสวน โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานของมูลนิธิ ยืนยันว่าแม้จะมีชื่อเป็นหนึ่งในคณะกรรมการ ไม่มีอำนาจในการสั่งจ่ายหรือเบิกถอนเงินของมูลนิธิ อำนาจดังกล่าวอยู่กับอดีตเจ้าอาวาส เลขานุการ และกรรมการที่ได้รับมอบหมายเซียนพระคนดังในวงการเผยต่อว่า ส่วนการใช้จ่ายเงินของมูลนิธิ จากข้อมูลที่ทราบ เงินที่เข้ามูลนิธิ จะนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ เช่น จัดซื้อเครื่องมือแพทย์ มีการโอนเงินไปยังบริษัทหรือผู้รับโดยตรง ตนไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้อง ส่วน “ทองคำประมาณ 9 กิโลกรัม” ที่ถูกตั้งคำถามว่าเกี่ยวข้องกับการถวายทองให้อดีตเจ้าอาวาสหรือไม่นั้น ทองดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปใช้หุ้มองค์พ่อจตุคามรามเทพในวัด ช่างเป็นผู้ประเมินว่าต้องใช้ทองประมาณ 9 กก. และตนได้ร่วมถวายทอง 1 กิโลกรัมด้วยความศรัทธา ปัจจุบันทองคำส่วนหนึ่งยังอยู่กับช่าง ล่าสุดช่างได้ติดต่อกลับมาเพื่อส่งคืน เพื่อนำไปดำเนินการต่อหรือส่งมอบให้ทางวัดพิจารณาต่อไปขณะที่ประเด็น “เหรียญเหนือดวง” นายเสมอ งิ้วงามยืนยันว่า ไม่ได้มีส่วนร่วม เนื่องจากเหรียญเหนือดวงสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 2549 ขณะที่ตนเพิ่งเข้าวัดปี 2552 และบวชที่วัดในปี 2559 ไม่ได้อยู่ในเหตุจัดสร้างเหรียญรุ่นนี้ ส่วนวัตถุมงคลรุ่นอื่นๆ ยอมรับว่าเคยช่วยประชาสัมพันธ์และชักชวนผู้ที่มีจิตศรัทธาให้ร่วมทำบุญ ตั้งใจว่าเงินที่ได้จะนำไปใช้ในการบูรณะวัด แต่ยืนยันว่าไม่เคยนำเงินวัดมาใช้หรือรับเงินจากวัด หากมีการจองวัตถุมงคลก็จะจ่ายเงินในราคาเดียวกับผู้ร่วมทำบุญรายอื่นป๋อง สุพรรณ ยังกล่าวถึงความรู้สึกหลังเกิดเรื่องว่า รู้สึกเสียใจและรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น เนื่องจากตนและครอบครัวศรัทธาอดีตเจ้าอาวาสมานานหลายปี เคยชักชวนลูกศิษย์ รวมถึงนักมวย ไปกราบไหว้และทำบุญที่วัด แต่เมื่อเกิดเรื่องขึ้นต้องแยกระหว่าง “ความศรัทธา” กับสิ่งที่เกิดขึ้น ขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการไปตามพยานหลักฐาน หากใครกระทำผิดขอให้เป็นไปตามกฎหมาย ฝากถึงผู้ที่จะเข้ามาดูแลวัดต่อไปว่า อยากให้ช่วยรักษาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัดเอาไว้ เพื่อให้ประชาชนและลูกศิษย์สามารถเข้าไป กราบไหว้และเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจต่อไปป๋อง สุพรรณ ยังกล่าวขอโทษลูกศิษย์และผู้ที่ตนเคยชักชวนให้เดินทางไปทำบุญที่วัด พร้อมยืนยันว่า ที่ผ่านมาการชักชวนดังกล่าวเกิดจากความศรัทธา และไม่ได้มีเจตนาหาผลประโยชน์จากการทำบุญ วันนี้พนักงานสอบสวนได้รับข้อมูลและเอกสารที่นำมาให้ไว้แล้ว มีความเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนสอบสวน เพื่อดำเนินคดีไปตามพยานหลักฐานต่อไปขณะที่ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. ออกหมายเรียกให้นายเสมอ งิ้วงาม หรือ “ป๋อง สุพรรณ” เข้ามาให้ข้อมูลในฐานะพยาน หลังมีรายชื่อเป็นหนึ่งในกรรมการ “มูลนิธิหวันโชติ” ที่จัดตั้งขึ้นโดย นายอติโชติ ทังประเสริฐ หรืออดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จ.พระนครศรีอยุธยา ตั้งแต่มีการจัดตั้งมูลนิธิเมื่อปี 2568 ประกอบกับหน้าที่ในการดูแลวัดมีขอบเขตค่อนข้างกว้าง จำเป็นต้องเรียกกรรมการ ที่มีรายชื่อเข้ามาสอบปากคำเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคดี “มูลนิธิหวันโชติ” มีกรรมการทั้งหมด 7 คน สอบปากคำไปแล้ว 5 ปาก ทั้งหมดให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อคดี ส่วนอำนาจหน้าที่ของกรรมการนั้น ต้องพิจารณาว่า อดีตเจ้าอาวาสมอบหมายให้แต่ละคนดำเนินการเรื่องใดบ้าง ส่วนประเด็นเส้นเงินของ “มูลนิธิหวันโชติ” ตำรวจมีข้อมูลอยู่แล้ว แต่ยังเผยรายละเอียดไม่ได้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบและขยายผลทางคดีต่อไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่