เหตุสลดชายชาวไต้หวันวัย 43 ปี ฆาตกรรมหญิงชาวไทยวัย 36 ปี ด้วยการบีบคอ ก่อนนำร่างไปแช่ในตู้แช่แข็ง ในเมืองไถจง ทางภาคกลางของเกาะไต้หวัน สอบสวนอ้างพลั้งมือเป็นอุบัติเหตุ ระหว่างมีปากเสียง ทะเลาะรุนแรงถึงขั้น ลงไม้ลงมือ เนื่องจากถูกแฟนสาวชาวไทยบอกเลิกสำนักข่าวซีเอ็นเอของไต้หวันรายงานยืนยันเหตุสลด ชาวไต้หวันวัย 43 ปี เปิดเผยเพียงนามสกุลว่า อู๋ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมตัว หลังตกเป็นผู้ต้องสงสัยฆาตกรรมหญิงชาวไทยวัย 36 ปี โดยระบุเมื่อวันที่ 20 ก.ย.ว่า ศาลเขตไถจงอนุมัติคำร้องของอัยการ ไม่ให้ประกันตัวนายอู๋ผู้ต้องสงสัย เนื่องจากเห็นแก่ความร้ายแรงของคดี รวมถึงความเสี่ยงที่ผู้ต้องสงสัยอาจหลบหนีหรือทำลายหลักฐานทั้งนี้ สื่อท้องถิ่นไต้หวันรายงานอ้างการเปิดเผยของตำรวจไต้หวันว่า หญิงชาวไทยวัย 36 ปี ไม่เปิดเผยชื่อ ได้เดินทางเข้าไต้หวันเมื่อวันที่ 2 ก.ย.พักที่โรงแรมแห่งหนึ่งในย่านซีเหมินติง กรุงไทเป แต่ไม่ได้เดินทางกลับประเทศไทยตามกำหนดวันที่ 14 ก.ย. ต่อมาเพื่อนชาวไต้หวันของหญิงชาวไทยรายนี้ ได้เข้าแจ้งความคนหายไว้เมื่อวันที่ 18 ก.ย.ที่ผ่านมาจากการเร่งสืบสวนสอบสวนและตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้โรงแรมพบชายที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยและระบุตัวตนได้ว่าคือนายอู๋ วัย 43 ปี ถูกพบเห็นเดินเข้าไปในโรงแรมเมื่อวันที่ 12 ก.ย.และเดินออกมาพร้อมกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ในช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 13 ก.ย. นำกระเป๋าเดินทางใส่ไว้ในท้ายรถก่อนขับไปยังเมืองไถจง ทางภาคกลางของเกาะไต้หวัน เป็นเมืองเดียวกับที่ผู้ต้องสงสัยทำงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทเทคโนโลยีแห่งหนึ่งจากการเข้าควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยและตรวจค้นในเมืองไถจงในคืนวันที่ 18 ก.ย.เจ้าหน้าที่พบร่างของหญิงสาวชาวไทยภายในตู้แช่แข็งขนาดเล็ก ภายในอาคารสำนักงานของบริษัทที่ผู้ต้องสงสัยทำงานอยู่ ผลการตรวจสอบเบื้องต้นชี้ว่าเสียชีวิตจากการถูกบีบคอ จากการสอบสวนผู้ต้องสงสัยได้ให้การกับตำรวจว่า เกิดความโมโหเนื่องจากถูกแฟนสาวบอกเลิก แต่ยืนยันว่าพลั้งมือทำเสียชีวิตโดยอุบัติเหตุ ระหว่างช่วงที่มีการทะเลาะรุนแรงถึงขั้นลงไม้ลงมืออย่างไรก็ตาม ตำรวจเปิดเผยกับสำนักข่าวซีเอ็นเอไต้หวันด้วยว่า นายอู๋ได้ซื้อตู้แช่แข็งและกระเป๋าเดินทางไว้ตั้งแต่ช่วงต้นเดือน ก.ย.เป็นสิ่งบ่งชี้ได้ว่าเหตุการณ์นี้อาจมีการวางแผนไว้ล่วงหน้า ตำรวจยังเปิดเผยด้วยว่า ผู้ต้องสงสัยพบกับหญิงชาวไทยขณะเดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศไทย และทั้งสองได้คบหาดูใจกันมาประมาณ 1 ปีต่อมาช่วงเย็นวันที่ 20 ก.ย. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านเลขที่ 116 หมู่ 2 ต.ในเมือง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา เป็นบ้านพ่อแม่ผู้ตาย พบเพียงรถ จยย.จอดอยู่หน้าบ้าน และประตูเหล็กม้วนหน้าบ้านรูดปิดเงียบไม่มีคนอยู่ภายในบ้าน ส่วนลูกพี่ลูกน้องของผู้ตายที่อยู่ซอยถัดไปยังไม่สะดวกให้สัมภาษณ์ เนื่องจากยังอยู่ในอาการโศกเศร้าเสียใจและตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนญาติคนอื่นๆทราบว่าออกไปทำธุระภายนอกยังไม่กลับเข้ามาในบ้านอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่