พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานสิ่งของช่วยเหลือบรรเทาทุกข์แก่ชาวเนปาลที่ประสบภัยพิบัติจากเหตุการณ์อุทกภัยฉับพลันและดินถล่มรุนแรงบริเวณลุ่มแม่น้ำโภเตโกชี และแม่น้ำตรีศูลี ทางตอนเหนือของประเทศ ขณะที่ล่าสุดทางการเนปาลยืนยันพบร่างผู้เสียชีวิตรวม 1,344 ราย ผู้สูญหาย 4,898 คน บ้านเรือนพังทลายกว่า 7,500 หลัง แต่ยังมีหวังช่วยผู้รอดชีวิต เมื่อทีมกู้ภัยสามารถช่วยชาวจีนออกจากอุโมงค์โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ Upper Trishuli 3A ได้อีก 1 รายเมื่อวันที่ 5 ก.ย. เวลา 10.55 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พลอากาศเอกจอม รุ่งสว่าง องคมนตรี เชิญสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่นายธัน พหาทุร โอลิ (Mr.Dhan Baha dur Oli) เอกอัครราชทูตเนปาลประจำประเทศไทย ณ โรงเก็บอากาศยาน กองบิน 6 กองบัญชาการกองทัพอากาศ เพื่อนำไปช่วยเหลือบรรเทาทุกข์แก่ประชาชนชาวเนปาลที่ประสบภัยพิบัติจากเหตุการณ์อุทกภัยฉับพลันและดินถล่มรุนแรงทางตอนเหนือของเนปาล เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ทำให้มีผู้เสียชีวิต ผู้สูญหาย และผู้ไร้ที่อยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก ตลอดจนก่อให้เกิดความเสียหายแก่บ้านเรือน ทรัพย์สิน และโครงสร้างพื้นฐานเป็นบริเวณกว้างในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงติดตามสถานการณ์และทรงห่วงใยการเกิดเหตุอุทกภัยดังกล่าว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ส่งข้อความพระราชสาส์นแสดงความเสียพระราชหฤทัยไปยังประธานาธิบดีแห่งเนปาลในนามของประชาชนชาวไทยด้วยแล้วพระมหากรุณาธิคุณในครั้งนี้ นับเป็นอีกครั้งหนึ่ง ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงแสดงถึงความห่วงใยและความ ปรารถนาดีต่อประชาชนของมิตรประเทศ โดยที่ผ่านมา ในห้วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดส่งเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น พร้อมสิ่งของพระราชทานต่างๆ เพื่อช่วยสนับสนุนการปฏิบัติงาน ด้านสาธารณสุขและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนชาวเนปาลทั้งนี้ กองทัพอากาศจะจัดส่งสิ่งของพระราชทาน ไปยังสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำเนปาล สำหรับมอบแก่รัฐบาลเนปาล เพื่อนำไปมอบให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยฉับพลันและดินถล่มรุนแรง และผู้ที่ได้รับผลกระทบต่อไป สำหรับสิ่งของพระราชทานที่จะไปช่วยบรรเทาทุกข์ในครั้งนี้ ประกอบด้วย เต็นท์นอน ถุงนอน ฉุกเฉิน ถุงพระราชทานสำหรับเด็ก เครื่องกำเนิดไฟฟ้า ไฟฉาย หมวกนิรภัย ตลอดจนสิ่งของจำเป็นต่างๆส่วนเมื่อวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นางสาวสกาวรัตน์ สมสกุลรุ่งเรือง เลขาธิการมูลนิธิร่วมกตัญญู นายปิยลักษณ์ ถิ่นแก้ว หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัย ร่วมให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ด้วยการมอบถุงซิปบรรจุร่างจำนวน 1,000 ใบ โดยมี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นผู้รับมอบ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุภัยพิบัติครั้งร้ายแรงทางตอนเหนือของประเทศเนปาลสำหรับความคืบหน้าการค้นหาผู้สูญหายจากเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันครั้งรุนแรงเกิดขึ้นบริเวณลุ่มแม่น้ำโภเตโกชี และแม่น้ำตรีศูลี ในเขตพื้นที่รซูวา ประเทศเนปาล เมื่อวันที่ 26 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นหนึ่งในภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งของเนปาล มีสาเหตุหลักมาจากการที่ธารน้ำแข็งบนภูเขาสูงบริเวณพรมแดนเนปาลติดต่อกับประเทศจีนพังทลายลงมาอย่างฉับพลัน ส่งมวลน้ำแข็งก้อนมหึมา หินขนาดใหญ่ และโคลนตมจำนวนมหาศาลไหลทะลักลงสู่ลำน้ำอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดคลื่นกระแทกและมวลน้ำป่าท่วมทะลักทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้าตามแนวลำน้ำโภเตโกชีและตรีศูลี พลังทำลายล้างของกระแสน้ำและโคลนถล่มกวาดล้างเมืองและหมู่บ้านตลอดเส้นทางจนราบคาบ สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินเป็นวงกว้างล่าสุด ทางการเนปาลเปิดเผยว่า พบร่างผู้เสียชีวิตรวม 1,344 ราย ในจำนวนนี้จัดการฝังร่างแล้ว 1,300 ราย แต่ยังมีร่างอีก 501 ราย ที่ยังไม่สามารถระบุตัวตนได้ ขณะที่ยังคงมีผู้สูญหายอีก 4,898 คน เจ้าหน้าที่ความมั่นคงระดมกำลังช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้มากกว่า 8,600 คน โดยประชาชนราว 3,655 คน ต้องพักพิงอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราว ขณะที่ความเสียหายทางเศรษฐกิจทั้งบ้านเรือนที่อยู่อาศัยและโครงสร้างพื้นฐาน โดยมีบ้านเรือนพังทลายเสียหายหนักกว่า 7,500 หลัง และต้องสร้างขึ้นใหม่รวมกว่า 20,000 หลัง เบื้องต้นประเมินมูลค่าความเสียหายสูงถึงกว่า 387,500 ล้านรูปีเนปาล (ประมาณ 2,560 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 90,000 ล้านบาท)สำหรับภารกิจกู้ภัย ท่ามกลางความยากลำบากในการค้นหาผู้สูญหาย กองทัพเนปาลเปิดเผยว่า ทีมกู้ภัยได้ระดมเครื่องจักรหนักขุดเจาะอุโมงค์โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ Upper Trishuli 3A จนสามารถช่วยเหลือผู้รอดชีวิตออกมาได้ก่อนหน้านี้ 2 คน เมื่อวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา และสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเพิ่มเติมว่า ในวันที่ 5 ก.ย. ทีมกู้ภัยได้ช่วยผู้รอดชีวิตได้อีก 2 คน เป็นชายชาวจีน 1 คน ที่ได้รับการช่วยเหลือรอดชีวิตออกมาจากอุโมงค์ดังกล่าวด้วย และหญิงชาวเนปาล 1 คน ที่ข่าวไม่ได้ระบุว่าได้รับการช่วยเหลือออกมาจาก ณ จุดใด ขณะที่นานาชาติและองค์กรระหว่างประเทศ เช่น สหประชาชาติ (UN) สหภาพยุโรป (EU) สวิตเซอร์แลนด์ และอินเดีย เป็นต้น ยังคงเร่งระดมเงินทุนฉุกเฉิน สิ่งของบรรเทาสาธารณภัย เที่ยวบินลำเลียงเวชภัณฑ์ ตลอดจน ส่งผู้เชี่ยวชาญเข้ามาร่วมสนับสนุนภารกิจกู้ภัยและฟื้นฟูเนปาลอย่างเร่งด่วนอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่