การเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของแอปเปิล เกิดขึ้นแล้ว หลัง ทิม คุก (Tim Cook) สิ้นสุดการทำหน้าที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ที่ดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่ปี 2554 และส่งต่อเก้าอี้ให้ จอห์น เทอร์นัส (John Ternus) มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.2569 ขณะที่คุกขึ้นดำรงตำแหน่ง Executive Chairman หรือประธานบริหารตลอด 15 ปีในตำแหน่ง CEO คุกพาแอปเปิลเติบโตอย่างก้าวกระโดด จากมูลค่าตลาดประมาณ 350,000 ล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 4 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่รายได้ต่อปีเพิ่มจาก 108,000 ล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณ 2554 เป็นมากกว่า 416,000 ล้านดอลลาร์ในปี งบประมาณ 2568 และฐานอุปกรณ์ที่ใช้งานอยู่ทั่วโลกเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 2,500 ล้านเครื่องแต่ก่อนที่วันนี้จะมาถึง เมื่อ 14 ธ.ค. 2562 “ไทยรัฐ” มีโอกาสสัมภาษณ์ แบบเอกซ์คลูซีฟ ระหว่างการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรกของเขา ขณะนั้นคุกดำรงตำแหน่ง CEO มาแล้ว 8 ปี และยังไม่มีใครรู้ว่าการเปลี่ยนผ่านผู้นำแอปเปิลจะเกิดขึ้นเมื่อใด7 ปีผ่านไป คำตอบหลายอย่างจากบทสนทนาในวันนั้นกลับมาน่าสนใจอีกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อย้อนถามว่า แอปเปิล จะเป็นอย่างไรในอีก 5 ปี 10 ปี หรือ 20 ปีข้างหน้า “20 ปีข้างหน้า” Apple จะเป็นอย่างไรคำตอบของคุกในเวลานั้นไม่ได้ผูกติดอยู่กับผลิตภัณฑ์รุ่นใดรุ่นหนึ่ง แต่พูดถึง “แก่น” ของแอปเปิลว่า แม้เวลาจะผ่านไปและบริษัทจะมีผลิตภัณฑ์หลากหลายมากขึ้น สิ่งที่ไม่เปลี่ยนคือการมุ่งสร้าง ผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดและสร้างประโยชน์ให้กับชีวิตผู้คนคุก อธิบายว่า แอปเปิลจะยังคงผสาน ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และบริการ เข้าด้วยกันเป็นอีโคซิสเต็ม เพื่อสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างให้กับผู้ใช้ และหากผลิตภัณฑ์หรือสิ่งใดไม่สามารถสร้างประโยชน์ให้ผู้ใช้ได้ บริษัทก็จะไม่ทำคำตอบเมื่อ 7 ปีก่อนจึงน่าสนใจเมื่อมองย้อนกลับจากวันนี้ เพราะแอปเปิลผ่านการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่หลายกลุ่ม ทั้ง Apple Watch, AirPods และ Apple Vision Pro ขณะที่ธุรกิจบริการเติบโตมหาศาลและฐานอุปกรณ์ที่ใช้งานอยู่ทั่วโลกทะลุ 2,500 ล้านเครื่อง จาก iPhone สู่ “บริการ” เสาหลักใหม่ในปี 2562 คุกกำลังพาแอปเปิล ขยายธุรกิจออก จากการพึ่งพา iPhone เพียงอย่างเดียว โดย Apple Music, Apple TV, Apple Arcade และ Apple Card เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างธุรกิจบริการและอีโคซิสเต็มที่เชื่อมโยงกับอุปกรณ์ของบริษัทแนวทางดังกล่าวเห็นภาพชัดขึ้นในเวลาต่อมา เมื่อ Apple Services เติบโตจนกลายเป็นธุรกิจที่มีมูลค่ามากกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์ต่อปีนี่จึงเป็นหนึ่งในภาพ สำคัญของยุคคุก เพราะการเติบโต ไม่ได้มาจากการขายอุปกรณ์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการเชื่อม ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และบริการ เข้าด้วยกันเป็นอีโคซิสเต็มเดียว “คู่แข่งทำให้เราดีขึ้น”อีกคำตอบที่น่าสนใจจากการสัมภาษณ์ครั้งนั้นคือเรื่อง การแข่งขัน คุกยอมรับว่าแอปเปิล มีคู่แข่งที่แข็งแกร่งอยู่เสมอ ตั้งแต่ไมโครซอฟต์ ในยุคคอมพิวเตอร์ ไปจนถึงแบล็กเบอร์รี่และโนเกียในช่วงเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคสมาร์ทโฟนเขามองว่าการมีคู่แข่งทำให้แอปเปิล ต้องพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลาเมื่อมองจากวันนี้ คำตอบดังกล่าวยิ่งมีน้ำหนัก เพราะการแข่งขันของแอปเปิล ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงตลาดสมาร์ทโฟน แต่ครอบคลุมทั้งบริการ อุปกรณ์สวมใส่ ชิปประมวลผล และเทคโนโลยี AI ซึ่งกลายเป็นโจทย์สำคัญของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี วันที่คุกมอง “คนไทย” และอนาคต Codingการเยือนประเทศไทยของคุกในปี 2562 ไม่ได้มีเพียงการพบลูกค้าและพนักงานแอปเปิล แต่ยังเดินทางไปโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อดูการเรียนรู้ของเด็กไทย และให้ความสนใจกับการใช้ iPad และการเรียน Codingคุกมองว่า Coding และความคิดสร้างสรรค์ เป็นทักษะสำคัญสำหรับอนาคต โดยแอปเปิลพัฒนาหลักสูตร Everyone Can Code และ Everyone Can Create เพื่อให้เด็กสามารถใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้และสร้างสรรค์ในเวลานั้นคุกยังเปรียบ Coding ว่าเป็นภาษาที่ควรเรียนรู้ในฐานะ “ภาษาที่สอง” เพราะซอฟต์แวร์จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับการทำงานในหลากหลายอาชีพประเด็นนี้เมื่อกลับมาอ่านในปี 2569 ยิ่งน่าสนใจ เพราะโลกเทคโนโลยีเดินทางจากยุคที่ Coding ถูกมองเป็นทักษะแห่งอนาคต มาสู่ยุคที่ AI สามารถเข้ามาช่วยเขียนและพัฒนาซอฟต์แวร์ได้มากขึ้น “DNA ของสตีฟ จ็อบส์ ยังอยู่ในแอปเปิล”เมื่อถูกถามถึง สตีฟ จ็อบส์ คุกกล่าวว่า จ็อบส์เป็นทั้งครูและเพื่อน และเขายังคงคิดถึงจ็อบส์อยู่เสมอแต่สิ่งที่คุกให้ความสำคัญมากกว่าความทรงจำส่วนตัวคือ DNA ของจ็อบส์ยังคงอยู่ใน Apple ทั้งความคิดที่แตกต่าง การยืนหยัดในสิ่งที่เชื่อ และการเป็นบริษัทที่ไม่จำเป็นต้องเดินตามคนอื่นคำตอบนี้เกิดขึ้นเพียง 8 ปีหลังคุกขึ้นเป็น CEO และในเวลานั้นยังมีคำถามไม่น้อยว่า เขาจะสามารถรักษาแอปเปิลในยุคหลังจ็อบส์ได้หรือไม่วันนี้ตัวเลขเป็นส่วนหนึ่งของคำตอบจากมูลค่าตลาดประมาณ 350,000 ล้านดอลลาร์ในช่วงเริ่มต้นยุคคุก สู่ 4 ล้านล้านดอลลาร์ รายได้ต่อปีเพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่า และฐานอุปกรณ์ที่ใช้งานอยู่ทั่วโลกเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 2,500 ล้านเครื่อง จาก “อีก 20 ปี” สู่วันที่ส่งไม้ต่อเมื่อปี 2562 คุกบอกว่า ไม่ว่าอีก 5 ปี 10 ปี หรือ 20 ปี แอปเปิลจะยังยึดแก่นเดิม คือการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดและสร้างประโยชน์ให้ผู้คน7 ปีผ่านไป แอปเปิลเข้าสู่บทใหม่แล้วจอห์น เทอร์นัส รับตำแหน่ง CEO ขณะที่เขายังคงอยู่กับแอปเปิลในฐานะ Executive Chairman โดยแอปเปิล ระบุว่า คุกจะยังช่วยงานบางด้านของบริษัท รวมถึงการมีส่วนร่วมกับผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกจากบทสัมภาษณ์เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2562 ถึงการเปลี่ยนผ่านที่เกิดขึ้นในวันที่ 1 ก.ย.2569 ที่ผ่านมาคำถามที่คุกเคยตอบเรื่อง “แอปเปิลในอีก 20 ปี” จึงไม่ได้เป็นเพียงคำตอบของ CEO คนหนึ่งอีกต่อไปแต่กำลังกลายเป็น โจทย์บทใหม่ของแอปเปิล ภายใต้ซีอีโอคนใหม่โดยเฉพาะเมื่อวันที่ 9 ก.ย.2569 แอปเปิล เตรียมจัดอีเวนต์ใหญ่ประจำปี ภายใต้การนำของ จอห์น เทอร์นัส โดยตลาดจับตาการเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ ซึ่งมีรายงานว่าอาจเป็นครั้งแรกที่ Apple เปิดตัว iPhone จอพับ เข้าสู่ตลาดอย่างเป็นทางการหากจอพับเปิดตัวจริง จะถือเป็นอีกหมุดหมายสำคัญของแอปเปิลและเป็นหนึ่งในบททดสอบแรกๆของเทอร์นัสในการนำพาบริษัทเข้าสู่ยุคใหม่ หลังทิม คุก คุมทัพมา 15 ปี.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทความไซเบอร์เน็ต” เพิ่มเติม