กมธ.กิจการศาลฯเปิดเวทีชำแหละวิกฤติศรัทธาองค์กรอิสระ “อภิสิทธิ์” ถอดบทเรียน 30 ปีแห่งความล้มเหลว ปล่อยอำนาจรัฐแทรกแซง เฉ่งยุค “ลุงตู่” เขียนกติกาเองเล่นเองทำเละ ต้องแก้ รธน.รื้อต้นตอที่มา สว.-องค์กรอิสระ “บวรศักดิ์” ซัด “รบ.อนุทิน 1” ด้านชากับทุจริต ชงอภิวัฒน์ 5 ข้อยกเครื่องใหญ่ ใช้เสียงทั้งประเทศถอดถอนนายกฯ-ริบอำนาจ กกต. “วิชา” ยกย่อง iLaw สร้างนวัตกรรมใหม่ ปัดเทียบเชิญ ปธ.ป.ป.ช.ฟอกขาวโกงสอบท้องถิ่น “วัส” ฉะกฎหมายลูกวิปริตเปิดช่องฮั้ว “ฐิติเชฏฐ์” ลนลานเผ่นหนีนักข่าว กกต.แก้เกี้ยวร้องกองปราบฯเอาผิด iLaw “ไอติม” ชี้อาชญากรรมประชาธิปไตย ชวนคนไทยทลาย “กำแพงสีน้ำเงิน” “หนู” ไม่รู้ “พูลแมน” งดให้บริการฝ่ายค้าน “จุลพันธ์” มั่นใจ “ชลน่าน” ไม่ทำ รบ.แกว่งคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาฯ นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเวทีเสวนาวิชาการ “วิกฤติศรัทธาองค์กรอิสระ : ที่มาและทางออก” ถอดบทเรียน 30 ปีความล้มเหลวขององค์กรอิสระ ปล่อยให้อำนาจรัฐแทรกแซง“มาร์ค” ย้ำวิกฤติศรัทธาองค์กรอิสระเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 28 ส.ค.ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ คณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับสถาบันพระปกเกล้า จัดเสวนาวิชาการ “วิกฤติศรัทธาองค์กรอิสระ : ที่มาและทางออก” นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประธาน กมธ. กล่าวปาถกฐาพิเศษ “ถอดบทเรียน 30 ปี องค์กรอิสระ” ว่า ประเทศต่างๆที่ใช้ระบบรัฐสภาเขาไม่ต้องมีองค์กรอิสระมากเหมือนไทย หลายประเทศไม่มีแม้กระทั่งการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นการแสดงความรับผิดชอบเองของนักการเมือง ตั้งแต่ สส. รัฐมนตรี ไปถึงนายก รัฐมนตรี ไม่ว่าจะญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย หรือแคนาดา จะเห็นว่าออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร เปลี่ยนนายกฯเป็นว่าเล่นโดยพรรคต้นสังกัด แต่ระบบพรรคการเมืองไทยจนทุกวันนี้ กล้าพูดว่าเกือบทุกพรรคมีเจ้าของ จึงเป็นเรื่องยากมากที่จะใช้กลไกนี้เฉ่งยุค “ลุงตู่” เขียนเองเล่นเองเละนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า แนวคิดเรื่ององค์กรอิสระของไทยเข้าไปอยู่ในกฎหมายสูงสุดเป็นครั้งแรกคือรัฐธรรมนูญปี 40 มีศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน เพื่อหวังว่าจะมาตรวจสอบนักการเมืองที่ใช้อำนาจ หรือเข้ามาโดยมิชอบ แต่วันนี้เกิดวิกฤติมีคนจำนวนไม่น้อยที่คิดว่าขอลบทิ้งไปทั้งหมด นักการเมืองก็ไม่หยุดอยู่กับที่หาวิธีการเข้าไปแทรกแซงองค์กรอิสระ จนมาถึงรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่มาจากคณะรัฐประหาร เขียนกติกาเองและยังเตรียมตัวมาเป็นผู้เล่นเอง เป็นคนให้คุณให้โทษกับองค์กรอิสระด้วยการทำระบบการเลือกวุฒิสภา วันนี้มากันครบวงจรมีกลุ่มคนวางแผนเข้าไปยึดกลไกวุฒิสภา เพื่อส่งคนเข้าไปในองค์กรอิสระ เชื่อมโยงกับพรรคการเมืองที่มีอำนาจกับฝ่ายบริหารต้องแก้ไข รธน.รื้อต้นตอที่มา สว.นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า นอกเหนือจากปัญหาถูกยึดครองโดยบางกลุ่มแล้ว วันนี้เวลาเราจะใช้องค์กรอิสระ หรือตรวจสอบองค์กรอิสระ กลายเป็นเรื่องยากมาก ทางออกที่พอมองเห็นคือ ถ้าเรามีกระบวนการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ถือเป็นโอกาสทองที่เราจะมาทบทวน อย่างน้อยที่สุดต้องพยายามแก้ไขเพิ่มเติมในบทบัญญัติ 2 ส่วน คือ 1.ที่มาขององค์กรอิสระ 2.ที่มาของวุฒิสภา รวมถึงการแก้ไขกลไกที่บิดเบี้ยว เช่น การกำหนดให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรใช้ดุลพินิจในการยื่นเรื่องตรวจสอบ ป.ป.ช. แต่หากแก้ไขยากต้องปรับปรุงกฎที่เกี่ยวข้องให้องค์กรอิสระทำงานโปร่งใสขึ้น วันนี้เราอยู่เฉยไม่ได้ ถ้ามีพรรค การเมืองยึดครอง สว. ส่งคนไปเป็นองค์กรอิสระช่วยเหลือไม่ให้ฝ่ายบริหาร หรือ สว.ผิด ก็ไม่มีใครตรวจสอบได้ เพราะประธานสภาฯ ยืนขวางอยู่ รู้สึกว่าคนเหล่านี้ใช้สิทธิเสรีภาพล้มล้างการปกครองเสียเองหรือไม่ หลักของประชาธิปไตยไม่ใช่แค่การเลือกตั้ง แต่คือความรับผิดชอบต่อประชาชน“บวรศักดิ์” ซัด “รบ.หนู 1” ด้านชาโกงจากนั้นเป็นเวทีเสวนาวิชาการ “วิกฤติศรัทธาองค์กรอิสระ ที่มาและทางออก” นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตรองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ประเทศไทยแปลกอยากจะเข้า OECD (องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา) เขาต้องตรวจ 25 กลุ่ม ต้องปรับ 7 หมื่นเรื่อง ประเด็นทุจริตเป็นกลุ่มใหญ่ แต่ตอนอยู่ในรัฐบาลอนุทิน 1 พบว่าตำรวจแฉกัน รัฐบาลเงียบ มีคุกพิเศษในบางขวางก็เงียบ ตนยกร่างระเบียบสำนักนายกฯว่าด้วยกรรมการอิสระเพื่อการตรวจสอบ ก็ไม่ได้ใช้ ทั้งหมดนี้แสดงว่าคนที่มีอำนาจไม่จริงจัง ไม่เห็นเป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วน มีรัฐธรรมนูญ 2540 รัฐธรรมนูญ 2550 มาถึงรัฐธรรมนูญ 2560 ก็ยังคงองค์กรอิสระไว้ ที่ผ่านมาสถาบันพระปกเกล้าร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติทำวิจัยตั้งแต่เริ่มมีองค์กรอิสระปี 2545 ผลงานชุดแรกๆดี แต่ปัจจุบันความเชื่อมั่นตกต่ำ เพราะไม่เป็นไปตามที่ประชาชนคาดหวัง รัฐบาล สว. สส. พรรคการเมือง ยิ่งตกต่ำกว่าชงอภิวัฒน์ 5 ข้อยกเครื่องครั้งใหญ่นายบวรศักดิ์กล่าวว่า ขอเสนอทางออกไม่ใช้คำว่า “ปฏิรูป” แต่ใช้คำว่า “อภิวัฒน์” คือการพัฒนาไปในทางที่ดี 5 ข้อ ได้แก่ 1.อภิวัฒน์เวลาได้มาซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) รัฐธรรมนูญปัจจุบันกำหนดการได้มาของรัฐบาลใหม่ช้ามาก เขียนเหมือนปี 2475 กว่าจะได้ ครม.ใหม่ปาไป 5 เดือน หากตนเขียนรัฐธรรมนูญใหม่จะกำหนดให้เลือกตั้ง 30 วันหลังยุบสภา ถ้าอยู่ครบวาระให้เลือกตั้งภายใน 15 วัน ให้เวลารับรอง 30 วัน เรียกประชุมสภาภายใน 10 วัน และเลือกนายกฯให้เสร็จภายใน 30 วัน 2. อภิวัฒน์การสรรหาองค์กรอิสระ คือกรรมการสรรหา ให้นำบทบัญญัติในร่างรัฐธรรมนูญ 2558 ที่ถูกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ตีตกมาใช้ โดยมาจากศาลฎีกา ศาลปกครองสูงสุด ฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน ส่วนละ 2 คน ประธานองค์กรอิสระเลือกกันเองอีก 1 คน และให้ที่ประชุมรัฐสภาลงคะแนนเห็นชอบครั้งเดียว แต่คิดคะแนนเป็น 3 กลุ่ม คือกลุ่ม สส.รัฐบาล กลุ่มฝ่ายค้าน และกลุ่ม สว. หากใครได้เสียง 2 กลุ่มจาก 3 กลุ่มให้ได้เป็น ต้องเปิดเผยผลคะแนนและการตรวจสอบประวัติถอดถอนนายกฯ–ริบอำนาจ กกต.3.อภิวัฒน์ระบบถอดถอนกลับมา เช่น ถอดถอนนายกฯ หรือรัฐมนตรี ให้ใช้การลงมติถอดถอนจากทั้งประเทศ 4.อภิวัฒน์สำนักงาน กกต. ไม่ให้มีอำนาจจัดการเลือกตั้ง แต่ให้เป็นอำนาจของที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงคุมการเลือกตั้ง ใช้องค์กรภูมิภาคท้องถิ่นดำเนินการ หน้าที่ กกต.มี 2 ส่วนคือ ออกกฎกำกับการเลือกตั้ง และจับคนทำผิดเลือกตั้ง และ 5.อภิวัฒน์การยอมรับกลุ่มการเมืองที่ไม่ถึงขั้นต้องเป็นพรรคการเมือง ที่ถูกกำหนดจำนวนสมาชิก 5,000 คน หรือมีสาขาพรรค เพื่อเป็นทางออกของบ้านเมือง“วิชา” ยกย่อง iLaw นวัตกรรมใหม่นายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า เหตุที่องค์กรอิสระมีปัญหาในปัจจุบัน เพราะยอมทำตามผู้มีอำนาจรัฐโดยไม่ขัดขืนต่อ พอถูกตรวจสอบกลับอ้างกฎหมายไม่ยอมให้เปิดเผย กรณีของ iLaw โดยนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.โครงการ iLaw ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ของการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร เป็นตัวอย่างต่อความเพียรพยายามของมนุษย์ที่ไม่มีที่สิ้นสุด ไม่มีใครปิดหูปิดตาประชาชนได้ การตรวจสอบทุจริตเป็นหน้าที่ของพลเมือง ปัจจุบันมีกฎหมายห้ามฟ้องร้องปิดปาก ขอย้ำว่าองค์กรอิสระอย่าสำคัญตัวผิดว่าเป็นอิสระ แต่ต้องเป็นองค์กรของประชาชน ทำงานให้ประชาชน เพื่อประชาชน หากออกนอกลู่นอกทางให้องค์กรไม่ยึดโยงต่อประชาชน และปกปิดข้อมูลข่าวสารที่ประชาชนควรรู้ ถือว่าทำลายหลักการขององค์กรอิสระปัด ปธ.ป.ป.ช.ร่วมฟอกขาวโกงสอบนายวิชากล่าวต่อว่า องค์กรอิสระถูกทำให้ขยายตัวใหญ่ขึ้น ทำผิดหลายเรื่อง ยอมรับว่าไม่ได้แก้ไขจนออกมา คือการตรวจสอบทรัพย์สินข้าราชการ ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน เหมือนที่สิงคโปร์ใช้ทำให้เกิดวัฒนธรรมที่ดีของราชการ หรือกรณีเกิดการทุจริตสอบท้องถิ่น ประธาน ป.ป.ช.โทรศัพท์หาขอให้เป็นที่ปรึกษา แต่ตอบว่าไม่ไป เพราะไปก็ไม่มั่นใจเขาจะปรึกษาหรือไม่ นึกในใจแล้วว่าจะจบลงแค่ข้าราชการประจำ ไม่ไปถึงนักการเมืองแน่ ปัญหาขององค์กรอิสระสนับสนุนให้แก้รัฐธรรมนูญ เช่น ที่มาองค์กรอิสระ ใครจะนึกว่ามีการโกงตั้งแต่ต้นให้เลือกกันเอง จนกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดของการตั้งวุฒิสภา เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ต้องยอมรับว่าเป็นวิกฤติประเทศ มองว่าทางออกของวิกฤตินี้อยู่ที่ประชาชนต้องออกมา และไม่เคยไว้วางใจใครนอกจากประชาชนเจ้าของอำนาจ“วัส” ฉะกฎหมายวิปริตเปิดช่องฮั้วนายวัส ติงสมิตร อดีตผู้พิพากษาในศาลฎีกา และอดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กล่าวว่า ตั้งแต่รัฐธรรมนูญปี 60 บังคับใช้ เห็นข้อปัญหามาก โดยเฉพาะ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. เมื่อศึกษาอย่างละเอียดรู้เลยว่าใช้ไม่ได้ แค่หลักการให้เลือกกันเองก็วิปริต คนสมัคร สว.ต้องรวมหัวกันจึงจะได้เป็น สว. ถ้าไม่ฮั้วไม่มีสิทธิได้เป็นแน่นอน เช่น อดีตผู้พิพากษาศาลลงสมัครตกรอบตั้งแต่ระดับอำเภอ เพราะมีการจัดตั้งมาตั้งแต่ต้นเรียบร้อย รวมถึงอดีตนายกฯแม้จะผ่านมาถึงระดับประเทศก็จริง แต่ยังตกรอบ เห็นว่าต้องเปลี่ยน แปลงวิธีการได้มาซึ่ง สว. ถ้า กกต.ส่งฟ้องคดีฮั้ว สว.ที่ 120 กว่าคน ส่วนตัวรับได้ เพราะแค่คนที่ได้รับเลือกในลำดับที่ 1-6 ของทุกกลุ่ม มันก็ชัดเจนแล้วว่าฮั้วเลือกกันมา คะแนนมันฟ้อง“ฐิติเชฏฐ์” ลนลานเผ่นหนีนักข่าวผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ กกต. ที่มาร่วมปาฐกถาเปิดเวทีนำเสนอยุทธศาสตร์เชิงปฏิบัติการต่อสาธารณะของนักศึกษาหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูงรุ่นที่ 16 (พตส.) อยู่ที่ รร.รามาการ์เด้นส์ อ้างว่าต้องรีบไปร่วมประชุม กกต. ไม่สามารถอยู่ฟังการนำเสนอยุทธศาสตร์ของนักศึกษาได้ พร้อมกับรีบลงจากเวทีทันทีออกประตูด้านข้างของห้องประชุม เนื่องจากมีสื่อมวลชนจำนวนหนึ่งรอสัมภาษณ์อยู่บริเวณหน้าห้อง โดยมีเจ้าหน้าที่ กกต.เดินมากันไม่ให้สื่อเดินตามนายฐิติเชฏฐ์ไป ระหว่างที่นายฐิติเชฏฐ์เดินหนีอยู่นั้น ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามเรื่องคดีฮั้วเลือก สว. กกต.จะพิจารณาให้เสร็จภายในสัปดาห์หน้าหรือไม่ แต่นายฐิติเชฏฐ์ไม่ยอมตอบคำถาม รีบเดินขึ้นรถไป ทั้งนี้ นายฐิติเชฏฐ์เป็นหนึ่งใน กกต.ที่ถูกกล่าวหาและถูกจับตาว่าจะร่วมลงมติในคดีฮั้ว สว. ท่ามกลางการเคลื่อนไหวของภาคส่วนต่างๆ ที่ยื่นหนังสือเรียกร้องให้นายฐิติเชฏฐ์ถอนตัวจากการร่วมลงมติ เพราะเกรงเรื่องความโปร่งใส และกระแสข่าวลือเรื่องมติภายใน กกต.กกต.ร้องกองปราบฯเอาผิด iLawขณะที่สำนักงาน กกต.ออกเอกสารข่าวระบุว่า นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. เข้าแจ้งความกองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ดำเนินคดีตามกฎหมายกรณี iLaw เผยแพร่เอกสารความเห็นของนายครรชิต ขณะนั้นปฏิบัติหน้าที่แทนนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ที่เกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว. การดำเนินการแจ้งความเป็นไปเพื่อให้ข้อเท็จจริงได้รับการตรวจสอบตามกระบวนการของกฎหมาย และสร้างความเชื่อมั่นต่อการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงาน กกต. โดยยึดหลักความถูกต้อง โปร่งใส และเป็นไปตามกฎหมายกกต.ได้ฤกษ์นัดลงมติคดีฮั้ว 14 ก.ย.กระทั่งเวลา 19.50 น. สำนักงาน กกต.แจ้งความคืบหน้าการพิจารณาสำนวนเกี่ยวกับการได้มาซึ่งสว. ว่า กกต.ได้พิจารณารับฟังข้อเท็จจริงในสำนวนเสร็จสิ้นแล้ว และเนื่องจากสำนวนดังกล่าวมีข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานบางส่วนที่จำเป็นที่ต้องขอพยานหลักฐานเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบ การพิจารณา ดังนั้น เพื่อให้การพิจารณาลงมติเป็นไปโดยละเอียดรอบคอบ จึงกำหนดนัดพิจารณาลงมติสำนวนเกี่ยวกับการได้มาซึ่ง สว. ในวันที่ 14 ก.ย.นี้“นภินทร” ลั่นไม่โง่ทำผิด ก.ม.ซึ่งหน้านายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวตอบโต้นายพริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้าพรรค ปชน. ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวหาหลีกเลี่ยงตอบกระทู้สภาเรื่องคดีฮั้ว สว.ว่า แจ้งสภายืนยันแล้วว่ามีภารกิจในพื้นที่ จ.ราชบุรี ที่ตั้งกระทู้ถามเรื่อง “นายเอ” เข้ามาพบตนที่ห้องทำงานกระทรวงพาณิชย์ รวมถึงกล่าวอ้างให้เซ็นใบลาออกจาก สว.ล่วงหน้านั้น กรณีดังกล่าว “นายเอ” มาพร้อมกับคณะขอตนช่วยสนับสนุนสมัคร สว.อีกครั้ง ได้ปฏิเสธทันทีเช่นเดิม และเชิญออกจากห้อง พร้อมตำหนิผู้ที่พานายเอมาด้วย ตนไม่โง่ทำผิดกฎหมายต่อหน้า 8-9 คน และวันที่ 4-5 ก.ค.2567 เป็นช่วงปฐมนิเทศ สว.ที่โรงแรมพูลแมน มีการนำข้อมูลสัญญาณโทรศัพท์ สว. และนักการเมืองพรรค ภท.มาเชื่อมโยงกับสถานที่ ทั้งที่เป็นพื้นที่สาธารณะคนทั่วไปเข้าไปใช้บริการได้ และช่วงเวลานั้นสำนักงานพรรค ภท.ยังสร้างไม่เสร็จ ก็ใช้เป็นพื้นที่พบปะ ถามว่ามีหลักฐานหรือไม่ว่าอยู่ในห้องประชุมนั้น เพราะช่วงดังกล่าวไปราชการที่ประเทศเยอรมนี นี่คือหลักฐานชัดเจนฟ้อง “ยิ่งชีพ” ทุกคดีไว้เจอกันที่ศาลนายนภินทรกล่าวอีกว่า เชื่อว่าผู้ถูกร้องทั้ง 229 คน มีหลักฐานสามารถนำมาใช้ชี้แจงข้อกล่าวหาได้ แต่ขณะนี้มีกระแสกดดันให้ส่งฟ้องทั้ง 229 คน เป็นธรรมหรือไม่ เพราะเปิดหลักฐานเพียงฝ่ายเดียว และกดดันการทำงานของ กกต. ถือเป็นการทำงานการเมืองที่สกปรก ทั้งนายพริษฐ์หรือนายยิ่งชีพสงสัยอะไรถามมาได้เลย พร้อมตอบทุกคำถาม ส่วนคณะไต่สวนชุดที่ 26 ลงความเห็นว่าตนมีความผิด ไม่เป็นไร ยังเชื่อใน กกต.ทั้ง 7 ท่านว่ามีเหตุผลเพียงพอ และเชื่อกระบวนการยุติธรรม แต่ไม่เชื่อในคณะชุดที่ 26 เพราะไม่เชื่อว่าได้รับความเป็นธรรมจริง ขณะนี้แจ้งความนายยิ่งชีพไว้แล้วที่ สน.ทองหล่อ พบกันที่ศาลทุกคดีที่พูดถึงตนแจ้งความหมด บางเรื่องจะฟ้องด้วยตัวเอง ใครพูดอะไรต้องรับผิดชอบคำพูดตัวเอง กล่าวหาตนก็ต้องรับผิดชอบคำพูด แล้วเจอกัน“ไอติม” ชี้อาชญากรรมประชาธิปไตยวันเดียวกัน เพจเฟซบุ๊กพรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ข้อความเชิญชวนดูคลิปวิดีโอเจาะลึกขบวนการโกง สว. ความยาวเกือบ 5 นาที บรรยายโดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ระบุว่า คดีโกง สว.ไม่ใช่เพียงคดีทุจริตคดีหนึ่ง แต่อาจเป็นอาชญากรรมทางประชาธิปไตย หากขบวนการโกง สว.ทำสำเร็จ โดยไม่มีใครต้องรับผิด ก็ไม่ต่างอะไรกับการที่ประเทศเราออกใบอนุญาตให้กลุ่มการเมืองกลุ่มหนึ่งยึดกุมประเทศได้โดยไม่ต้องยึดโยงประชาชน เหตุการณ์เลือก สว.ช่วง มิ.ย.2567 ถูกสังคมตั้งคำถามทุกสารทิศมีการโกงหรือไม่ จนกกต.ยอมตั้งคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ทำงานร่วมกับดีเอสไอ จนได้ข้อสรุปเมื่อปีที่แล้วว่ามีผู้มีมูลกระทำความผิดอย่างน้อย 229 คน ประกอบด้วยสว. 138 คน และเครือข่ายนักการเมือง พรรคการเมืองอีก 91 คน รวมถึงรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทยอย่างน้อย 12 คน ที่นั่งอยู่ใน ครม.ชุดปัจจุบันชวนคนไทยทลายกำแพงสีน้ำเงินนายพริษฐ์ระบุอีกว่า หลายพฤติกรรมที่ดำเนินการอย่างเป็นระบบ เช่น วางแผนการโกง แบ่งทีมตามจังหวัดนำโดยนักการเมืองบ้านใหญ่ จ้างคนลงสมัคร แอบอ้างข้างบนโน้มน้าวให้คนมาร่วมขบวนการ การให้ สว.เกิน 100 คนที่ได้รับเลือกเซ็นใบลาออกล่วงหน้า เพื่อคุมทิศทางการลงมติ สว.ได้อย่างเบ็ดเสร็จ ที่น่าทึ่งกว่านั้นคือขบวนการโกง สว.ที่โจ่งแจ้งเกิดขึ้นได้ต่อหน้าต่อตา กกต. ทำสังคมเริ่มสงสัยว่าปล่อยให้มีการโกงได้ขนาดนี้ เป็นเพราะ กกต.ปล่อยปละละเลย หรือเป็นเพราะ กกต.รู้เห็นเป็นใจ มาถึงวันนี้หลังจากเตะถ่วงคดีมาเกิน 2 ปี กกต.ทั้ง 7 คนต้องลงมติชี้ขาดภายในต้นเดือน ก.ย. ว่าจะสั่งฟ้องใครไปที่ศาล หรือจะตัดตอนให้เรื่องของใครไปไม่ถึงศาล เชิญชวนประชาชนมาร่วมกันส่งเสียงดังๆไปถึง กกต. อย่ายกคำร้องเพียงเพื่อตอบแทนบุญคุณคนที่เลือกคุณเข้ามา “อย่าเอาตัวเองมาเสี่ยงติดคุก เพื่อปกป้องใครในระบอบสีน้ำเงิน ร่วมกันเรียกร้องให้ กกต.สั่งฟ้อง สว. และเครือข่ายนักการเมืองทั้ง 229 คน เพื่อทำลายกำแพงสีน้ำเงินที่กำลังยึดกุมประเทศโดยไม่ยึดโยงประชาชน”“หนู” ไม่รู้ “พูลแมน” งดบริการฝ่ายค้านที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีโรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ มีหนังสือถึงเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไม่อนุญาตให้ใช้สถานที่จัดงานสัมมนาของเวทีผู้นำฝ่ายค้านว่า “ไม่รู้เรื่องเลย อุ๊ย! จะไปรู้เรื่องทุกเรื่องได้อย่างไร บางเรื่องไม่ได้เกี่ยวกับรัฐบาล” ก่อนจะย้อนถามสื่อว่า “เขาไม่ให้ใช้แล้วหรอ” ผู้สื่อข่าวตอบว่าเจ้าของสถานที่เกรงว่าจะไปกระทบแขก นายอนุทินพยักหน้าก่อนตอบว่า “การเสวนามันก็ไม่ได้มีห้องประชุมเดียว” ส่วนกรณีการนัดรัฐมนตรี และ สส.พรรคร่วมกินข้าว ช่วงเช้านายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย แวะมาหารือ สัปดาห์หน้าน่าจะนัดกัน แต่ยังไม่กำหนดวัน นัดรัฐมนตรีวงเล็กๆก่อน สถานที่ยังไม่รู้ยังไม่ได้นัดวัน เมื่อถามว่ายืนยันได้หรือไม่ว่าจะยังไม่มีการปรับ ครม.ขณะนี้นายอนุทินเพียงแต่ยิ้มไม่ตอบคำถาม“จุลพันธ์” เชื่อวิจารณญาณ “ชลน่าน”นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและอดีตผู้นำฝ่ายค้าน เตรียมขึ้นเวทีเสวนา “การเมืองไทย ในวิกฤติความเชื่อมั่น” ของพรรคฝ่ายค้านว่า พรรคเพื่อไทยเปิดกว้าง ไม่ได้ห้ามสมาชิกไปดำเนินกิจกรรมพบปะพูดคุยกับประชาชน หรือไปเสวนาสัมมนา ได้มีการพูดคุย นพ.ชลน่านเมื่อวันที่ 27 ส.ค. ทราบว่าไปในฐานะอดีตผู้นำฝ่ายค้าน ยังมีอดีตผู้นำฝ่ายค้านอีกหลายคน เช่น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่มีประเด็นที่เกี่ยวกับรัฐบาล เชื่อว่าด้วยวิจารณญาณของ นพ.ชลน่าน สามารถพูดอยู่ในกรอบได้ แต่ขอไปหารือกับท่านอีกครั้งว่ามีความคิดเห็นอย่างไร กิจกรรมเหล่านี้ถ้าจัดโดยใจบริสุทธิ์ ก็เป็นประโยชน์ แต่ถ้าเป็นเรื่องการเมืองมากเกินไป ก็จะเป็นการใช้งบประมาณเพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมืองเกาะขบวนร่วมรัฐบาลเสถียรภาพปึ้กผู้สื่อข่าวถามว่าจะทำให้เกิดความระหองระแหงกับพรรคแกนนำหรือไม่ นายจุลพันธ์ตอบว่า ไม่ครับ คุยกับนายกฯว่าเราไม่ได้เป็นรัฐบาลร่วม แต่เราเป็นรัฐบาลของประชาชนทำงานร่วมกันด้วยดี ไม่มีการแบ่งแยก ไม่เชื่อว่าจะมีเรื่องอะไรมาทำให้เราเกิดความสั่นไหวได้ วันนี้เราพร้อมทำงานตามแนวนายกฯ และทิศทางของพรรคร่วมรัฐบาล ไม่มีอะไรมาทำให้เกิดความระหองระแหงได้ เมื่อถามว่าเรื่องนี้จะกระทบไปถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ นายจุลพันธ์ตอบว่า การเป็นรัฐบาลมันไม่ได้มีอะไรซับซ้อน นี่คือกลไกของระบอบประชาธิปไตยแบบเสียงข้างมาก ทุกคนในสภาต้องฟังการอภิปราย การเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเราขับเคลื่อนรัฐนาวาร่วมกันเพื่อการกินดีอยู่ดีมีชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน ถ้ามันไม่เป็นเรื่องที่เสียหาย เชื่อว่าสุดท้ายเราต้องเดินหน้าขับเคลื่อนต่อไป เมื่อถามว่า เสถียรภาพรัฐบาลยังแน่นอยู่ใช่ไหม นายจุลพันธ์ตอบว่า “แน่นปึ้ก” ได้ข่าวนายกฯจะนัดพรรคร่วมกินข้าวเหมือนกันภท.สวน “อภิสิทธิ์” กล่าวหาร้ายแรงด้านนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ ประธานฝ่ายกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หลังตั้งคำถามพรรคการเมืองส่งคนยึดครองวุฒิสภาว่า ก่อนกล่าวหาพรรคอื่นว่ายึดครองวุฒิสภา หากมีหลักฐานว่าพรรคภูมิใจไทยทำผิดเกี่ยวกับการได้มาซึ่ง สว. ขอให้นำหลักฐานเข้าสู่กระบวนการ ตราบใดที่ยังไม่มีคำวินิจฉัยถึงที่สุดการพูดในลักษณะนี้ต้องระมัดระวัง เพราะข้อกล่าวหาทางการเมืองไม่ใช่ข้อพิสูจน์ทางกฎหมาย ที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์เคยตัดสินใจไม่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งทั่วไปครั้งสำคัญถึง 2 ครั้ง คือปี 2549 และปี 2557 ภาพนายอภิสิทธิ์กับนกหวีดคือภาพจำของคนทั้งประเทศ ทั้งสองครั้งจบลงด้วยรัฐประหาร หากยังไม่มีหลักฐานก็ไม่ควรนำข้อสันนิษฐานมากล่าวหาร้ายแรงว่าอีกฝ่ายกำลังล้มล้างการปกครอง“รุทธพล” ยันเคารพสิทธิผู้ต้องโทษพล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) แถลงการณ์คัดค้านการพาดพิงประวัติการต้องโทษของบุคคลในครอบครัว นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” ที่ออกมาตรวจสอบคดีเขากระโดงว่า อยากให้มองในภาพรวม วันที่พูดคุยก่อนหน้านี้เราคุยอะไรกันบ้าง อยากให้มองบริบทภาพรวมก่อนจะใช้ประโยคนั้นเพียงประโยคเดียว มีเหตุและมีผลที่นำเรียนชี้แจงสื่อมวลชน ในฐานะ รมว.ยุติธรรมเคารพสิทธิเสรีภาพ คำนึงถึงผลกระทบของผู้ต้องขัง และผู้ที่เคยต้องโทษ ไม่สนับสนุนในการตีตรา เพราะดูจากโครงการต่างๆก็เข้าไปช่วยและดูแลผู้ต้องขังและผู้พ้นโทษมามาก“ปกรณ์” จี้ ก.พ.เร่งสอบวินัยที่ค้างคานายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรอบเวลาดำเนินการทางวินัย ของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนมาตรา 103 หรือมาตรา 104 ว่า ไม่ใช่เรื่องการตรวจสอบทุจริตท้องถิ่น แต่เป็นทุกเรื่อง เพราะมีความล่าช้า ตามกฎหมายให้มีการรายงานเวลาที่มีการสอบวินัยเสร็จแล้ว ตามมาตรา 103 และ 104 สมมติว่าเมื่อสอบทางวินัยเสร็จแล้วให้รายงานไปที่ ก.พ. แต่ไปตรวจเจอว่าที่ ก.พ.มีเรื่องค้างเยอะไม่เสร็จเสียที จึงเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน ทั้งส่วนราชการเอง และผู้ถูกร้อง คนที่ต้องถูกลงโทษทางวินัยเขาก็ไม่รู้ว่าจะเดินยังไงต่อ เพื่อความเป็นธรรมเลยกำหนดเมื่อมีการรายงานมาแล้ว ต้องให้เสร็จใน 60 วัน เพราะความล่าช้าคือความไม่ยุติธรรม ย้ำว่าทุกเรื่องทางวินัย ไม่เฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่ง“จุลพันธ์” ปั้นแรงงาน AI–1 ล้านคนช่วงเช้าที่ทำเนียบรัฐบาล นายจุลพันธ์ อมร วิวัฒน์ รมว.แรงงาน นำนายกิลเบิร์ท เอฟ โฮงโบ ผู้อำนวยการใหญ่องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) เข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ที่เข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 29 และการประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียนบวกสาม ครั้งที่ 14 (จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้) ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ นายจุลพันธ์เปิดเผยว่า การพูดคุยเป็นไปด้วยดี การประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียนบวกสาม มุ่งไปที่การรับรองทักษะแรงงานไทย และแรงงานภูมิภาคอาเซียนให้เป็นที่ยอมรับในเวทีโลก เช่น จีน เกาหลี ญี่ปุ่น จะทำให้คนไทยและคนในภูมิภาคอาเซียนมีโอกาสเดินทางไปทำงานมากขึ้น วันนี้แรงงานไทยถือว่ามีมาตรฐานในระดับโลกหลายส่วน เช่น ช่างเชื่อม ด้านสุขภาพที่เราอยู่ในระดับท็อปของโลก จากนี้ต้องมาเพิ่มในทักษะด้านอื่น เช่น เรื่องอีวี โซลาร์เซลล์ และ AI ต้องพัฒนาให้คนไทยและภูมิภาคก้าวทันเทคโนโลยี ตั้งเป้าการพัฒนาแรงงานด้าน AI ปี 2030 ทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันอัปสกิลและรีสกิลแรงงานด้าน AI ให้ได้ 1 ล้านคน ยืนยันว่าแรงงานไทยมีความต้องการในตลาดโลก แต่อาจต้องพัฒนาเรื่องการสื่อสารให้ดียิ่งขึ้น.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่