หลายประเทศกำลังผลักดันมาตรการจำกัดการเข้าถึงโซเชียลมีเดียของเยาวชน เนื่องจากความกังวลว่าหากเด็กๆใช้เวลาอยู่บน โลกออนไลน์มากเกินไป อาจส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจและพัฒนาการ โดยออสเตรเลียเป็นประเทศแรกที่บังคับใช้มาตรการห้ามเยาวชนอายุต่ำกว่า 16 ปี มีบัญชีโซเชียลมีเดียตั้งแต่เดือน ธ.ค.2568 จนถึงเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา บริษัทเมตา (Meta) ปิดบัญชีที่ต้องสงสัย ว่าเป็นของเยาวชนอายุต่ำกว่า 16 ปี ในออสเตรเลียไปแล้วกว่า 756,000 บัญชี อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจโดยรัฐบาลออสเตรเลียพบว่า ในช่วงเวลา 3 เดือนแรกหลังมาตรการมีผลบังคับใช้ เยาวชนอายุต่ำกว่าเกณฑ์ยังคงใช้โซเชียลมีเดียมากกว่าร้อยละ 80 สะท้อนให้เห็นว่าการบังคับใช้มาตรการดังกล่าวยังเผชิญความท้าทายอย่างมากหนึ่งในปัญหาสำคัญคือเยาวชนสามารถหาวิธีหลีกเลี่ยงระบบตรวจสอบอายุได้ โดยบริษัทกิกะบิตไอคิว (GigabitIQ) ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตของอังกฤษ เปิดเผยตัวอย่างวิธีการเหล่านี้ ซึ่งวิธีที่พบได้ทั่วไปคือการโกหก โดยเด็กๆจะสร้างบัญชีโซเชียลมีเดียด้วยข้อมูลอายุที่สูงกว่าความเป็นจริง ขณะที่บางส่วนเลือกที่จะไปขอยืมอุปกรณ์หรือบัญชีของคนรู้จักที่มีอายุมากกว่าเพื่อเข้าถึงแพลตฟอร์มนอกจากนี้ เยาวชนบางกลุ่มยังเลือกย้ายไปใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ไม่เป็นที่รู้จัก หรือเข้าถึงเนื้อหาจำกัดอายุผ่านแพลตฟอร์มเกม ซึ่งแพลตฟอร์มเหล่านี้อาจมีระบบตรวจสอบอายุที่เข้มงวดน้อยกว่าแพลต ฟอร์มรายใหญ่ ขณะเดียวกัน ยังมีกลุ่มที่เลือกวิธีการที่ซับซ้อน อย่างการเปลี่ยนการตั้งค่าเครือข่ายส่วนตัวเสมือน หรือ Virtual Private Network (VPN) เพื่อเปลี่ยนตำแหน่งเสมือนและเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ในประเทศที่ไม่มีมาตรการจำกัดการใช้โซเชียลมีเดียของเยาวชนปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีมาตรการจำกัดการเข้าถึงโซเชียลมีเดียของเยาวชนที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม กรณีของออสเตรเลียสะท้อนว่า แม้จะมีมาตรการควบคุมและระบบตรวจสอบ แต่เยาวชนก็ยังสามารถหาวิธีหลีกเลี่ยงได้ พ่อแม่ผู้ปกครองควรหันมาเอาใจใส่ ตรวจสอบการใช้โซเชียลมีเดียของบุตรหลานด้วยตัวเองอยู่เป็นประจำ พร้อมให้คำแนะนำอย่างสม่ำเสมอ อย่าหวังพึ่งมาตรการหรือระบบจนมากเกินไป.สาริศ วรรณะเลิศคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม