ภูมิใจไทยโต้บีบคอผู้สมัคร สว.เซ็นใบลาออกล่วงหน้า การันตีโหวตกฎหมายตามใบสั่ง ภท. “สิริพงศ์” ฉะ “สมนึก” เป็นใครไม่รู้จัก ไม่เคยได้ยิน คาใจมีอะไรอยู่เบื้องหลังฉากปูด มั่นใจทุกเรื่องรัฐบาลเดินตามหลักฐาน มั่นใจแจงได้หมดญัตติไม่ไว้วางใจ ไร้ปัญหาเสียงโหวตซีกรัฐบาล “กรวีร์” ดักคอจะฟาดปมฮั้ว สว.ต้องมีหลักฐานชัดโยงนายกฯและรัฐมนตรี ท้าวางบิลของจริง ไม่ใช่ขี่กระแสสังคมมาตีกินโจมตีกล่าวหาลอยๆ “ไอติม” โอ่ข้อมูลรัฐบาลผิดพลาด-ทุจริตหลั่งไหลเข้ามือ ปชน.ไม่หยุด โวมีหมัดเด็ดน็อกรัฐบาลคาเวที ซักฟอก เย้ย “นายกฯหนู” ยิ่งอยู่ยิ่งโกงหนักหนาสาหัส “วรชัย” เตือน “อนุทิน” เร่งสร้างภาวะผู้นำตัวจริง สลัดภาพครูใหญ่ครอบงำ สะกิดชี้แจงเขากระโดง-ฮั้ว สว.-โกงสอบบรรจุท้องถิ่นให้เคลียร์มากขึ้นดีกว่าเสียงแข็งปฏิเสธทุกประเด็นพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ยืนยันความพร้อมในการตอบชี้แจงญัตติขอเปิดอภิรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของพรรคร่วมฝ่ายค้าน มั่นใจว่ารัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องจะสามารถชี้แจงได้ทุกประเด็น ส่วนที่ฝ่ายค้านเปิดเผยขบวนการทุจริตฮั้ว สว. อ้างผู้สมัคร สว.แฉพรรค ภท.ให้เซ็นใบลาออกล่วงหน้าการันตีจะโหวตลงมติร่างกฎหมายตามพรรค ภท. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรค ภท. ยืนยันไม่เป็นความจริง“สิริพงศ์” โต้ ภท.บีบผู้สมัคร สว.เซ็นไขก๊อกเมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 16 ส.ค.นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคฝ่ายค้านจะนำประเด็นฮั้ว สว. ไปอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า เป็นเรื่องของฝ่ายค้านที่ตั้งข้อสังเกตมาโดยตลอด ไม่ได้หนักใจอะไร เพราะส่วนตัวไม่เห็นพฤติกรรมตามที่เขากล่าวหา ส่วนที่นายสมนึก สุชัยธนาวนิช อดีตผู้สมัคร สว.กลุ่ม 4 จ.สุโขทัย ออกมาเปิดเผยว่ามีการให้ผู้สมัคร สว.เซ็นใบลาออกล่วงหน้าเพื่อให้โหวตกฎหมายตามพรรค ภท.นั้น เขาเป็นใครคนไม่รู้จัก มีอะไรอยู่เบื้องหลังหรือไม่ก็ไม่ทราบ แต่เรื่องที่อ้างมาในส่วนของตนไม่เคยได้ยิน และในการ อภิปราย หากกล่าวหาจะหาหลักฐานอย่างไร อย่างมากมีแค่พยานบุคคล เดี๋ยวนี้มักใช้วิธีว่าไปก่อน ถูกผิดไม่รู้ค่อยไปพิสูจน์เอา แต่ส่วนตัวคิดว่าเรื่องนี้คงไม่เป็นประเด็นอะไรที่หนักใจของรัฐบาลในการชี้แจงซักฟอกทุกเรื่องมั่นใจแจงได้แน่นายสิริพงศ์กล่าวอีกว่า ส่วนประเด็นอื่นๆที่ฝ่ายค้านโจมตีรัฐบาลชี้แจงได้ทุกเรื่อง ยกตัวอย่างเรื่องการทุจริตสอบท้องถิ่น มีมาตั้งแต่ปี 62 รัฐบาลนี้เป็นคนเจอและตามจับ หลักฐานไปถึงไหนเอาถึงคนนั้น ยึดปิดชื่อถือพฤติกรรมทำตรงไปตรงมา จะช้าบ้างเร็วบ้าง แต่เราว่าตามหลักฐานเหมือนคดีอื่นๆ ก่อนหน้านี้ที่กล่าวหาคนนั้นคนนี้เทา เราว่าตามกระบวนการเห็นกันแล้วว่าใครโดนไม่โดน ส่วนเขาจะเชื่อหรือไม่ก็เรื่องของเขา ส่วนใหญ่ไม่เชื่อ แต่เรามีหน้าที่ทำทุกอย่างให้ถูกต้อง อย่างกรณี พ.ร.ก.เงินกู้ ตรงไปตรงมาถึงตัวประชาชนจับต้องได้ ไม่ได้เอาไปทำเป็นงบกระตุ้นเศรษฐกิจเหมือนที่หลายรัฐบาลเคยทำ แต่สิทธิที่ดำเนินโครงการถึงประชาชนหมด คิดว่ารัฐบาลสามารถชี้แจงได้อย่างแน่นอนมั่นใจเสียงโหวตรัฐบาลไร้ปัญหาเมื่อถามถึงเสียงรัฐบาลเหนียวแน่นใช่หรือไม่ นายสิริพงศ์ตอบว่า เรื่องเสียงรัฐบาลไม่มีปัญหา รัฐบาลมั่นใจว่าพรรคร่วมรัฐบาลทำงานร่วมกันได้ด้วยดีไม่มีปัญหาอะไร ส่วนที่บางพรรคอยากเข้าร่วมรัฐบาลนั้น ยังไม่มีการพูดคุยกับพรรคอื่นนอกจากพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเองที่พูดคุยเพื่อเดินหน้าแก้ปัญหาให้ประชาชน“กรวีร์” ดักคอฟาดฮั้ว สว.ต้องมีหลักฐานด้านนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานวิป รัฐบาล ให้สัมภาษณ์กรณีฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล หากอภิปรายเรื่องฮั้ว สว.สามารถอภิปรายได้หรือไม่ เพราะเหตุการณ์เกิดก่อนรัฐบาลเข้ามาบริหารว่า ไม่ว่าเรื่องนี้จะเกิดก่อนรัฐบาลชุดนี้เข้ามาหรืออย่างไรแล้วแต่ แต่คนเป็นรัฐบาลปัจจุบัน ต้องเข้ามาแก้ปัญหา แต่เรื่องการฮั้ว สว.อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่เป็นองค์กรอิสระที่รัฐบาลไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ รัฐบาลต้องทำหน้าที่เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมที่สุด คิดว่าหากฝ่ายค้านจะหยิบเรื่องนี้มาอภิปรายเป็นสิทธิของฝ่ายค้านที่สามารถทำได้ แต่ต้องดูประเด็นว่าสิ่งที่อภิปรายมาเชื่อมโยงกับรัฐบาลอย่างไร ไม่ใช่แค่เป็นกระแสในสังคมแล้วเอามาอภิปราย ต้องมีประเด็นว่าเกี่ยวกับนายกฯหรือรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างไร ต้องมีหลักฐานไม่ใช่คำกล่าวหาลอยๆ ทางการเมือง หากมีหลักฐานมาเป็นหน้าที่ของรัฐบาลต้องชี้แจงให้เกิดความชัดเจน อย่างไรก็ตามมั่นใจว่า ครม.ชุดนี้สามารถตอบได้ทุกคนท้าวางบิลจริงไม่ใช่ตีกินกล่าวหาลอยๆนายกรวีร์กล่าวอีกว่า สำหรับประเด็นอื่นๆที่ฝ่ายค้านจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน บอกว่า เก็บไว้ทุกบิล เห็นด้วยขอให้ตรวจสอบให้เต็มที่ มีข้อสงสัยก็ถาม มีหลักฐานเอามาแสดง รัฐบาลมีหน้าที่ตอบให้ชัดเจน รัฐบาลไม่กลัวการตรวจสอบ เราอยากเห็นการตรวจสอบที่สร้างสรรค์มีหลักฐานชี้ให้รัฐบาลปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้น หรือมีหลักฐานโยงว่ารัฐมนตรีคนไหนกระทำผิด เพราะเวทีอภิปรายไม่ใช่เวทีที่เอาข้อกล่าวหาลอยๆมาโจมตีทางการเมือง และบิลที่จะเอามาวางนั้นรัฐบาลมีหน้าที่ชี้แจงฝ่ายค้านและตอบคำถามต่อประชาชนให้คลายสงสัยให้ได้ แต่ส่วนตัวมองว่าบิลสำคัญที่สุดไม่ใช่บิลจากฝ่ายค้าน แต่เป็นบิลที่ประชาชนต้องจ่าย เราต้องทำให้ประชาชนรู้สึกว่ารัฐบาลลดภาระ และรายจ่ายให้ประชาชน ทำให้บิลของประชาชนถูกลงเพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดของรัฐบาล ไม่ใช่แค่ตอบคำถามฝ่ายค้าน แต่เป็นการสร้างผลงานให้ประชาชนสัมผัสได้“วรชัย” เตือนนายกฯเร่งสร้างภาวะผู้นำวันเดียวกัน นายวรชัย เหมะ อดีต สส.สมุทร ปราการ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การทำงานของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ว่า ต้องยอมรับว่านายอนุทิน เป็นคนประนีประนอมท่วงทำนองที่อ่อนน้อมถ่อมตนคือจุดแข็งของรัฐบาลนี้ และการทำงานกับพรรค พท.เข้ากันได้เป็นอย่างดี เห็นได้จากภาพที่ปรากฏผ่านสื่อ แต่การทำงานของรัฐบาลจะสำเร็จได้ต้องมีปัจจัยทั้งภายนอกและภายในรวมไปถึงความสามารถในการจัดการปัญหาต่างๆ ที่สำคัญต้องรู้ปัญหาของพี่น้องประชาชน ทั้งปัญหาเก่าและปัญหาใหม่ที่รุมเร้ารัฐบาลไม่ว่าจะเป็นเรื่องเขากระโดง ฮั้ว สว. การทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ที่มีภาคประชาชนออกมาเรียกร้องความรับผิดชอบจากพรรค ภท. นายอนุทินต้องออกมาชี้แจงลงรายละเอียดให้ชัดมากกว่าที่เป็น เพราะเท่าที่เห็นนายอนุทินยืนยันปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาแต่ไม่เคยชี้แจงลงในรายละเอียดสลัดภาพครูใหญ่ขี่คอชี้นิ้วครอบงำนายวรชัยกล่าวว่า นอกจากนั้นยังมีภาพที่ ประชาชนติดตาว่ามีผู้อยู่เบื้องหลังนายอนุทินมาโดยตลอดเป็นผู้กำกับการใช้อำนาจ ตรงนี้นายอนุทินต้องสลัดภาพออกไป เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นว่านายอนุทินคือนายกฯตัวจริงไม่ทำตามคำสั่งใคร เพราะวันนี้ทั้ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยและนายสนธิ ลิ้มทองกุล นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับรัฐบาลต้องออกมาขย่มเรื่องนี้ รวมถึงยังมีนักวิชาการและพรรคฝ่ายค้าน ร่วมกันเป็นแนวร่วมที่ต้องการล้มรัฐบาล หากนายกฯไม่แสดงออกถึงความเป็นผู้นำที่เป็นตัวของตัวเองอย่างชัดเจน รัฐบาลจะเดินหน้าแก้ไขปัญหาให้ประเทศได้ยากลำบากอย่างยิ่ง เพราะการเดินหน้ารัฐบาลแม้เสียงในสภาฯจะไม่มีปัญหา รวมไปถึงยังมีพรรคฝ่ายค้านจ้องเสียบเข้ามาเป็นพรรคร่วม แต่ถ้ารัฐบาลแพ้ทางการเมืองนอกสภาฯ อาจอยู่ไม่ได้จนจบสมัยตามเป้าหมายที่วางไว้“ยศชนัน” ไปกาฬสินธุ์หาเสียงช่วย “ไข่มุก”เมื่อเวลา 12.00 น. ที่โรงเรียนเนินยางประชาสามัคคี ต.เนินยาง อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย พร้อม น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล สส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท.และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรค พท. ขึ้นเวทีปราศรัยช่วยนางเฉลิมขวัญ หล่อตระกูล หรือไข่มุก ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) กาฬสินธุ์ เบอร์ 1 ในนามพรรค พท.หาเสียง นายยศชนันกล่าวว่า 2-3 เดือนที่ผ่านมาชีวิตเปลี่ยนแปลงมากมาย แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือมา จ.กาฬสินธุ์ทุกครั้งมีความสุขทุกครั้ง และการเลือกนายก อบจ.ต้องเริ่มจากคนเข้าใจปัญหาจากรากหญ้า เริ่มจากคนทำงานได้ต่อเนื่อง เริ่มจากคนที่ประสานงานได้ทุกคน ได้เริ่มทำงานมาสักระยะหนึ่ง เห็นว่ารัฐบาลจะไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพหากไม่เชื่อมกับ อบจ.และท้องถิ่น นี่จึงเป็นสิ่งที่ทำให้ต้องมาด้วยตัวเอง เพื่อสื่อสารให้พี่น้องรู้ว่า อบจ.สำคัญมาก นอกจากนี้ยังมี สส.และอีกหลายคนที่เชื่อมต่อกับนายก อบจ.ที่เห็นว่าภาครัฐมีเรื่องจำเป็นเร่งด่วนทำต่อเนื่องอย่างเป็นที่ประจักษ์ เพื่อยืนยันว่าทำได้จริงแน่นอนนางเฉลิมขวัญเข้ามาจะทำงานเลยทำงานต่อเนื่อง และอนาคตของ จ.กาฬสินธุ์ที่วันนี้เรามาเลือกนายก อบจ.กาฬสินธุ์ เห็นแล้วว่าเขาทำงานได้ แต่ในอีก 4 ปีข้างหน้าจะทำอย่างไรให้เราเปลี่ยนแปลงกาฬสินธุ์ไปพร้อมกับการทำงานของรัฐบาล นโยบาย 5 สร้างของนางเฉลิมขวัญสานต่อได้กับทุกกระทรวงแน่นอน จึงขอฝากไข่มุกไว้ในอ้อมใจด้วย“ไอติม” ซัดรัฐบาลผิดพลาด–ทุจริตหลั่งไหลวันเดียวกัน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.)ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ถึงการพูดคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านรับรู้ร่วมกันอย่างไม่เป็นทางการ ตั้งแต่ก่อนปิดสมัยประชุมแล้วว่าเราจะมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจในสมัยประชุมที่จะถึงนี้ เมื่อเปิดประชุมสภาฯช่วงปลายเดือน ส.ค. จะประสานพรรคร่วมฝ่ายค้านเป็นทางการ เพื่อหารือกรอบเนื้อหา เวลาและบุคคลใน ครม.ที่เราจะเสนอญัตติไม่ไว้วางใจ ในส่วนของพรรค ปชน.ตั้งแต่ก่อนปิดสมัยประชุม เราได้ให้โจทย์ สส.ไปหาข้อมูล ขณะนี้สส.ส่งข้อมูลเข้ามาที่ส่วนกลางของพรรคอย่างต่อเนื่อง คิดว่าประเด็นอภิปรายคงเกี่ยวข้องกับนโยบายที่ผิดพลาด มีข้อครหาเรื่องการทุจริต ไม่ว่าจะเป็นคดีโกง สว.การสอบท้องถิ่น TH-Passport และบางส่วน อาจเป็นประเด็นที่ไม่ได้ปรากฏต่อสาธารณะขณะนี้ สส.ในพรรคกำลังรวบรวมข้อมูลอยู่ เราไม่ทราบว่าจากวันนี้จนถึงวันอภิปรายจริง จะมีประเด็นอะไรใหม่ๆเกี่ยวกับการบริหารที่ผิดพลาด หรือข้อครหาเกี่ยวกับการทุจริตของรัฐบาลที่เพิ่มเข้ามาหรือไม่โวมีหมัดเด็ดขย่มเวทีซักฟอกเพียบเมื่อถามถึงการอภิปรายฝ่ายค้านจะมีหมัดเด็ด ใช่หรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า “ครับ” เราก็ทำเต็มที่ คิดว่าท้ายที่สุดคนที่จะตัดสินคือประชาชน ฉะนั้นขอให้รอดูวันอภิปรายจริง แล้วให้ประชาชนเป็นคนตัดสินดีกว่าหวังฝ่ายค้านมีจุดร่วมตรวจสอบรัฐบาล เมื่อถามว่าหากมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ฝ่ายค้านจะลงมติเป็นเอกภาพหรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกันว่าจะมีพรรคร่วมฝ่ายค้านไหนร่วมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจบ้าง แล้วจะเป็นการยื่นกรอบเนื้อหาอะไร ยื่นอภิปรายใครบ้าง คาดหวังให้พรรคร่วมฝ่ายค้านแม้อาจจะมีความเห็นหรือนโยบายบางเรื่องที่อาจจะเห็นต่างกัน แต่หวังว่าจะมีจุดร่วมกันในการตรวจสอบรัฐบาลอย่างเต็มที่เย้ย “อนุทิน” ยิ่งอยู่โกงยิ่งหนักหนาสาหัสเมื่อถามถึงกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ระบุว่า มั่นใจหากฝ่ายค้านถามอะไร พร้อมตอบ นายพริษฐ์กล่าวว่า หากนายอนุทินตอบได้จริง เหตุใดเราไม่เคยเห็นนายอนุทินมาตอบกระทู้สดในสภาฯแม้แต่ครั้งเดียว หวังว่าสมัยประชุมสภาฯที่จะมาถึงนี้ จะเห็นนายอนุทินมาตอบกระทู้สดตามหน้าที่บ้าง เมื่อถามว่านายอนุทินบอกอีกว่าหากฝ่ายค้านไม่ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะไม่มีผลงาน จะทำให้ฝ่ายค้านต้องทำการบ้านเพิ่มเติมหรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า สิ่งที่คิดว่านายอนุทินควรกังวล คือผลงานรัฐบาลมากกว่า เพราะหลายเรื่องเราเห็น เป็นปัญหาที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข เช่น ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ตอนรับตำแหน่งนายอนุทินบอกว่ารู้สึกอับอายในคะแนนความโปร่งใสของประเทศตามดัชนีสากล แต่ตั้งแต่บริหารมาปัญหาการทุจริตยิ่งจะหนักหนาสาหัสขึ้น ไม่ว่าจะเป็นข้อครหาเกี่ยวกับการโกง สว. การโกงสอบท้องถิ่น หรือแม้กระทั่งเรื่องเศรษฐกิจเราเห็นว่ารัฐบาลชุดนี้มีการกู้เงินผ่านกลไก พ.ร.ก.เงินกู้ในปริมาณที่สูง ต้องรอดูว่าจะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องประชาชนได้อย่างแท้จริงหรือไม่จี้วิป รบ.ร่วมมือดัน ก.ม.40–50 ฉบับนายพริษฐ์กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีร่างกฎหมายที่เสนอโดย สส.พรรคฝ่ายค้านประมาณ 40-50 ฉบับ มีการเสนอเข้าไปแล้ว แต่อยู่ระหว่างการรอพิจารณา ฉะนั้นจึงหวังว่าวิปรัฐบาลจะให้ความร่วมมือกับวิปฝ่ายค้านในการทำให้สมัยประชุมหน้ามีการเพิ่มวันประชุมสภาสำหรับการพิจารณาร่างกฎหมายของ สส. และภาคประชาชนเป็นการเฉพาะ ซึ่งก็เป็นหนึ่งในสัญญาที่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เคยแสดงวิสัยทัศน์ก่อนจะได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาฯ หวังว่าประธานสภาฯจะพูดแล้วทำ และทางวิปรัฐบาลจะให้ความร่วมมือ เพราะมีกฎหมายหลายฉบับที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนหลายด้าน อาทิ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารสาธารณะ พ.ร.บ.กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น พ.ร.บ.แรงงาน เป็นต้น“สาทิตย์”ซัดพิรุธใบรับรองคุณสมบัติ สว.นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ ถึงการฮั้ว สว. ว่า มีคำถามถึง กกต. และกระทรวงมหาดไทย มีบางส่วนรู้เห็นด้วยหรือไม่ เพราะมีร่องรอย และข้อพิรุธคือ 1.การรับรองคุณสมบัติผู้สมัคร สว.เป็นประเด็นสำคัญ รัฐธรรมนูญปี 60 กำหนดแบ่งเป็น กลุ่มอาชีพ แต่ปรากฏว่าใบรับรองของ กกต.เป็นเพียง กระดาษแผ่นเดียว ที่ไม่มีรายละเอียดอาชีพที่ทำ ไม่มี ระบุว่าทำอาชีพนี้มากี่ปี ให้ใครก็ได้รับรอง หรือแม้แต่ ผู้สมัครเองรับรองตัวเอง จะเขียนอะไรมาก็ได้ แบบรับรองของ กกต.เอื้อผู้สมัคร สว.ที่ขาดคุณสมบัติให้ ผ่านเกณฑ์ง่าย ไม่ตรวจสอบรายละเอียดลงลึกการ ประกอบอาชีพ มีแต่ตรวจสอบประวัติคดีอาญาจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เช่น กรณีนางแดง กองมา มีการร้องเรียนมาว่า วันเลือก สว.ระดับอำเภอ ปิดกั้น การตรวจสอบทั้งภาคประชาชนและสื่อมวลชน แค่ให้เข้าไปบันทึกภาพถ่าย เชิญออกนอกพื้นที่ แม้แต่เลือก สว.ระดับประเทศที่เมืองทองธานี ให้สื่อ สังเกตการณ์ด้านนอก หรือมองมาจากด้านบนที่ห่างออกไป คนใน มท.มีส่วนร่วมรู้เห็นหรือไม่ กกต.ประสาน ภายในขอให้ มท.จัดส่งนายอำเภอ หรือปลัดอำเภอมาทำหน้าที่ ผอ.การเลือกตั้ง สว.และใช้เครือข่ายคน ใน มท.มาทำหน้าที่ แทนที่จะใช้คนของ กกต. มีพิรุธมาก และใช้ลักษณะเดียวกันในการเลือกตั้ง สส.ด้วยบี้ส่งฟ้องต้องทั้งหมด ตัดตอนไม่ได้“ตั้งข้อสังเกตขณะนี้มีข่าวลือหนาหูว่า กกต.ชุดนี้จะเป่าคดี ไม่ส่งฟ้องคดีต่อศาล เจือสมกับข้อเท็จจริง ที่เกิดขึ้น จึงเกิดคำถามว่า กกต.รู้เห็นกับเรื่องนี้หรือไม่ เพราะมี กกต. 4 คน จาก 7 คน ถูกเลือกโดย สว.ชุดที่ถูกกล่าวหา ถ้า 4 กกต.มีมติที่เป็นคุณต่อ สว.ที่ถูกกล่าวหา ทั้ง 4 กกต.มีโอกาสจะถูกฟ้องตามมาตรา 157 ของ ป.อาญา การส่งฟ้องศาลในคดีนี้ กกต. จะตัดตอนส่งฟ้องเป็นบางส่วนบางคนไม่ได้ หากจะ ฟ้องต้องฟ้องทั้งหมด เพราะกรณีนี้ทำกันเป็นขบวนการ มีผู้ร่วมรู้เห็นเป็นใจ ทั้งผู้สมัคร สว. ทั้งคนใน กกต. และเครือข่ายของพรรค การเมืองที่เข้ามาเกี่ยวข้อง จะทำกันเองย่อมไม่สำเร็จแน่นอน จึงต้องส่งฟ้องทั้งหมด” นายสาทิตย์กล่าวปชป.จี้คุมเข้มทุนข้ามชาติ–ต่างด้าวที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) น.ส.วีร์ ศรีวราธนบูลย์ รองโฆษกพรรค ปชป. เปิดเผยถึงปัญหาผล กระทบจากกลุ่มทุนต่างชาติและแรงงานข้ามชาติในไทยว่า สังคมไทยสงสัยและตั้งคำถามการเข้ามาของทุนต่างชาติ และแรงงานข้ามชาติที่ส่งผลกระทบชัดเจนในภาคบริการและการท่องเที่ยว เช่น ร้านอาหารและโรงแรม รีสอร์ตพบว่าบางพื้นที่ใช้ทั้งพนักงานและผู้จัดการล้วนเป็นชาวต่างชาติ กำลังเข้ามาแย่งอาชีพคนไทยหรือไม่ หรือเลือกใช้แรงงานข้ามชาติค่าแรงต่ำกว่า ลดต้นทุนทั้งที่ผิดกฎหมายและศีลธรรม ที่เสียหายร้ายแรงกว่า ทำให้ประเทศไทยและคนไทยไม่ได้ประโยชน์ใดๆจากการลงทุนเหล่านั้นเลย ขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งมีกลไกตรวจสอบและกำกับดูแลเข้มงวดใน 3 ประเด็น หลัก คือ 1.การตรวจสอบที่มาเงินทุนว่าทุนต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจเป็นทุนสะอาด หรือทุนเทาผิดกฎหมาย และใช้คนไทยเป็นนอมินีบังหน้าครอบครองทรัพย์สิน ที่ดินหรือไม่ 2.การคุ้มครองธุรกิจท้องถิ่น รัฐต้องมีกลไกช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยและคนในพื้นที่แข่งขันได้ และได้รับอานิสงส์จากเงินทุน เทคโนโลยีมากกว่าจะปล่อยให้ทุนใหญ่เข้ามาฮุบกิจการ ครอบงำตลาด 3.การปกป้องอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม รัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องใส่ใจการถูกกลืนกินทางวัฒนธรรม เร่งกำหนดมาตรการ สร้างความสมดุลระหว่างส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โดยไม่ต้องแลกมาด้วยการสูญเสียอัตลักษณ์และสวัสดิภาพของคนในพื้นที่“สีหศักดิ์” เล็งเพิ่มมูลค่าการค้าไทย–รัสเซียวันเดียวกัน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ กล่าวภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจเดินทางเยือนสหพันธรัฐรัสเซีย และการประชุมเต็มคณะของคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย-รัสเซีย (Thai-Russian Joint Commission on Bilateral Cooperation-JC) ครั้งที่ 9 ว่าเป็นการขยายผลหลังจากผู้นำ 2 ประเทศพบและหารือกัน หากดูศักยภาพทางเศรษฐกิจของ 2 ประเทศมูลค่าการค้าระหว่างกันยังน้อยไปคือ 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯควรได้มากกว่านั้น ขณะที่การประชุม JC ที่ว่างเว้นมา 3 ปีมีหลายเรื่องต้องพูดคุย ทั้งเรื่องค้างเก่าและเรื่องใหม่ คือการขายสินค้าทางเกษตรไทยให้รัสเซีย มีการพูดถึงตัวเลข 500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หากไม่มีมาตรการต่างๆที่เป็นอุปสรรคและรัสเซียให้ความสำคัญความมั่นคงทางไซเบอร์ เคยพูดคุยกับนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่มีแผนเดินทางเยือนรัสเซีย เพื่อหารือความร่วมมือทางไซเบอร์ และเทคโนโลยีดิจิทัล นอกจากนี้ยังเดินหน้าผลักดันเริ่มต้นเจรจาความตกลงเขตการค้าเสรีไทย-สหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย (Thai-EAEU FTA) เชื่อมโยงจำนวนประชากรรวมกันกว่า 180 ล้านคนและมี GDP 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นอกจากนี้ยังได้หารือกับนายเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รมว.ต่างประเทศรัสเซียว่า ได้เห็นความสำคัญกระชับความสัมพันธ์กับไทย เขาขอให้เราเร่งความตกลงที่ยังค้างอยู่เช่นกัน ความตกลงคุ้มครองส่งเสริมการลงทุน ความตกลงเกี่ยวกับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและความตกลงเกี่ยวกับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศรบ.เร่งยืนยันสิทธิบัตรคนจนต่อเนื่องน.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้าการยืนยันตัวตนและการทบทวนสิทธิโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐว่า จากข้อมูลกรมการปกครอง วันที่ 15 ส.ค. พบว่า ผู้ถือบัตรรายใหม่ยืนยันตัวตนแล้ว 2.3 ล้านคน หรือร้อยละ 76 เพิ่มขึ้นจากวันที่ 2 ส.ค.อยู่ที่ 2.1 ล้านคน หรือร้อยละ 69 ส่งผลให้จำนวนผู้ที่ยังไม่ได้ยืนยันตัวตนลดลงจากประมาณ 9.8 แสนคน เหลือประมาณ 8 แสนคน กลุ่มดังกล่าวต้องยืนยันตัวตนเพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการรับสิทธิตามโครงการ ที่จะเริ่มใช้ได้ในวันที่ 1 ต.ค. ส่วนการทบทวนสิทธิมีผู้ไม่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติยื่นทบทวนสิทธิแล้ว 4.4 ล้านคน เพิ่มขึ้นจาก 4.1 ล้านคน เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ทำให้จำนวนผู้ที่ยังไม่ยื่นทบทวนสิทธิลดลงจากประมาณ 5.2 ล้านคน เหลือประมาณ 4.9 ล้านคน ต้องดำเนินการภายในวันที่ 31 ส.ค. สะท้อนว่าการประชาสัมพันธ์และอำนวยความสะดวกของหน่วยงานภาครัฐช่วยให้ประชาชนเข้าสู่กระบวนการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมามีผู้ยืนยันตัวตนเพิ่มขึ้นราว 2 แสนคน และยื่นทบทวนสิทธิเพิ่มขึ้นราว 3 แสนคน ยังมีประชาชนอีกจำนวนมากที่ต้องดำเนินการ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเร่งสื่อสาร และอำนวยความสะดวกเต็มที่จับตาชง “กิติภณ” นั่ง ผอ.สขช.คนใหม่ผู้สื่อข่าวรายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลว่า นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.) เตรียมจะเสนอชื่อนายกิติภณ รื่นสัมฤทธิ์ รองผู้อำนวยการ สขช.ต่อนายกฯ เพื่อเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการ สขช.คนใหม่ แทนนายฐนัตถ์ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย. เนื่องจากเป็นรองผู้อำนวยการคนเดียวที่ยังเหลืออายุราชการอยู่ ส่วนรองผู้อำนวยการ สขช.อีก 2 คน คือ นายวีรศักดิ์ ทิพย์มณเฑียร และ น.ส.สุรีย์พร อินทุเศรษฐ รองผู้อำนวยการ จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.เช่นเดียวกับนายฐนัตถ์ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของนายฐนัตถ์แม้จะเกษียณอายุราชการไปแล้ว แต่จะยังทำหน้าที่เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไปนายกฯเยือนออสเตรเลีย–นิวซีแลนด์ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย มีกำหนด เดินทางเยือนเครือรัฐออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เป็นทางการ ในวันที่ 17-22 ส.ค. ต่อยอดความสัมพันธ์ และขยายโอกาสทางเศรษฐกิจการลงทุน การเยือนเครือรัฐออสเตรเลียวันที่ 17-20 ส.ค. เป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปี ตามคำเชิญของนายกฯออสเตรเลีย มีเป้าหมายต่อยอดความสัมพันธ์ในฐานะหุ้นส่วนทาง ยุทธศาสตร์ และเตรียมความพร้อมสู่การเฉลิมฉลองครบรอบ 75 ปี ความสัมพันธ์การทูตไทย-ออสเตรเลีย ในปี 70 นายกฯจะพบหารือทวิภาคีกับนายแอนโทนี แอลบาเนซี นายกฯออสเตรเลีย ร่วมลงนามความตกลงและแถลงข่าวร่วมกัน เข้าเยี่ยมคารวะผู้สำเร็จราชการแห่งเครือรัฐออสเตรเลียและผู้สำเร็จราชการแห่งรัฐนิวเซาท์เวลส์ หารือกับหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน จากนั้นวันที่ 20-22 ส.ค. จะเดินทางต่อไปยังนคร โอ๊คแลนด์ นิวซีแลนด์ เป็นทางการครั้งแรกในรอบ 13 ปี ร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 70 ปี ความสัมพันธ์การทูต และจะลงนามปฏิญญาร่วมยกระดับความสัมพันธ์ ไทย-นิวซีแลนด์ ขึ้นเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ หารือทวิภาคีกับนายคริสโตเฟอร์ ลักซอน นายกฯ นิวซีแลนด์ เป็นสักขีพยานลงนามเอ็มโอยู เตรียมผลักดัน ขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการร่วมฯไทย-นิวซีแลนด์ ค.ศ. 2026-2030 การค้าการลงทุน การปราบปรามอาชญากรรม และยาเสพติด รวมถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยเฉพาะผลักดันให้กลับมาเปิดเที่ยวบินตรงกรุงเทพฯ-โอ๊คแลนด์ รัฐบาลได้นำคณะภาคเอกชนชั้นนำของไทย 14 บริษัท ร่วมเดินทางไปด้วย อาทิ ไทยเบฟเวอเรจ กัลฟ์ Minor Group บี.กริม เพาเวอร์ อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่