สื่อมวลชนทุกแขนงรายงานตรงกันว่าเมื่อ “วันแม่แห่งชาติ” 12 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ร้านอาหารในศูนย์การค้าต่างๆ รวมไปถึงภัตตาคารดังๆเกือบทุกแห่งลูกค้าแน่นเอี้ยด ทั้งมื้อเที่ยงมือค่ำเลยทีเดียวสืบเนื่องมาจากการที่ลูกๆกตัญญูชาวไทยทั้งหลายเชิญชวน “คุณแม่” ไปรับประทานอาหารพร้อมสมาชิกครอบครัวอื่นๆฉลองวันแม่กันอย่างคึกคักครอบครัวผมก็พลอยคึกคักไปด้วย นัดรวมตัวกันหลายๆครัวไปจัดงานเลี้ยงเช่นเดียวกัน โดยตั้งเป้าหมายว่าจะไปเจอกันที่ศูนย์อาหาร ลอนดอนสตรีท ย่านถนนพัฒนาการ ซึ่งจะรวมร้านอาหารในเครือ MK ไว้ด้วยกันประมาณ 4-5 ร้าน ทั้งไทย-ฝรั่ง-ญี่ปุ่น และร้านสุกี้ขนาดใหญ่ด้วยพร้อมสรรพเมื่อก่อนเวลาจะเลี้ยงครอบครัวคนไทยมักจะเลือกโต๊ะจีน เพราะจัดโต๊ะเป็นวงกลมหันหน้าเข้าหากันคุยกันสะดวก แต่ระยะหลังมักจะเลือก โต๊ะสุกี้ คือนัดวงศาคณาญาติไปกินสุกี้ในโอกาสสำคัญๆ มากกว่าโต๊ะจีนอาจเป็นเพราะโต๊ะสุกี้เหนือกว่าโต๊ะจีนตรงที่สามารถสร้างความใกล้ชิดได้มากกว่า เพราะต้องสุมหัวเข้าหากัน...รับประทานอาหารจากหม้อปรุงเดียวกัน ทำให้รู้สึกรักใคร่กลมเกลียวกันมากกว่า แถมอบอุ่นด้วย (จากหม้อสุกี้ควันฉุยข้างหน้า)ครอบครัวผมก็เริ่มจากจองโต๊ะสุกี้ก่อน แต่ทาง MK ไม่ยอมรับจอง โดยให้ข้อมูลแก่พวกเราว่ามีโทรศัพท์เข้ามาจองอย่างท่วมท้นจนรู้สึกว่าไม่สามารถจะบริหารจัดการได้...ขอความกรุณาคุณลูกค้ามาเสี่ยงดวงกันเองก็แล้วกันคณะของเราจึงลองโทรศัพท์ไปที่ เลอสยาม ร้านอาหารไทยซึ่งอยู่ข้างๆ ร้าน MK ในลอนดอนสตรีทนั่นแหละ ปรากฏว่าโอเคครับสามารถ จัดโต๊ะรวมแล้วประมาณ 20 ที่นั่งให้ได้เลยตั้งแต่ 17.00 น. เป็นต้นไปครั้นเมื่อพวกเราไปถึงและได้เห็นภาพที่หน้าร้าน MK ด้วยตนเอง จึงเข้าใจทันทีว่าทำไมทางร้านจึงไม่กล้ารับจองเพราะลูกค้ามานั่งรอคิวเต็มม้านั่งหน้าร้าน แถมยังไปยืนรอต่อแถวยาวเหยียดออกไปอีกดีใจด้วยนะครับท่านผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารทั้งหลายที่วันแม่แห่งชาติปีนี้คึกคักขายดิบขายดีมาก...บางรายบอกว่าขายดีทั้งก่อนหน้า 1 วัน และหลังวันแม่อีก 1-2 วันด้วยซ้ำอย่าลืมว่าธุรกิจร้านอาหารเป็นธุรกิจที่ซบเซามากธุรกิจหนึ่ง ที่มีการโอดครวญขอความช่วยเหลือรัฐบาลมาตลอด...โดยเฉพาะระหว่างโครงการคนละครึ่งพลัสเฟสแรกที่มีข่าวว่าส่งผลกระทบไปถึงร้านอาหารต่างๆอย่างเห็นได้ชัดต่อมาเมื่อเกิดสงครามตะวันออกกลางทำให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงแพงขึ้นไปอีกก็ส่งผลกระทบมาถึงร้านอาหารและภัตตาคารอีกระลอกมีรายงานข่าวว่าร้านขนาดกลางๆ ถึงกับปิดตัวเองไปมากพอสมควร และที่ยังอยู่ได้ก็ต้องปรับตัวลดต้นทุนทุกๆทางจนหน้าเขียวกันไปหมดมาได้ “ลูกกตัญญู” ทั้งหลายจัดเลี้ยง “วันแม่” หลายๆวันเช่นนี้ก็คงจะพอให้ฟื้นตัวขึ้นได้บ้างแต่ก็นั่นแหละยังจะต้องลุ้นต่อไปว่าหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร? ที่มีข่าวว่าเศรษฐกิจไทยอาจจะฟื้นหรือกระเตื้องขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง จะส่งผลดีมาถึงร้านอาหาร และธุรกิจอาหารอย่างไรบ้าง? ก็คงต้องลุ้นต่อไปกล่าวโดยสรุป สำหรับเทศกาล “วันแม่แห่งขาติ” ที่ผ่านมานอกจากจะมีส่วนในเรื่องการขายดีของร้านอาหารแล้ว ตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ ก็มีผู้คนไปอุดหนุนอย่างหนาแน่นเช่นกันความน่ายินดีที่เห็นได้ชัดอีกประการหนึ่งของวันแม่แห่งชาติปีนี้ก็คือความแข็งแกร่งของ “ครอบครัวไทย” นั่นเองการได้เห็นภาพลูกๆหลานๆช่วยกันเข็น “วีลแชร์” พาคุณแม่อายุมากแล้ว เดินเหินไม่สะดวกแล้ว ไปตามร้านอาหารต่างๆ หรือในห้างสรรพสินค้าต่างๆ...ทำให้รู้สึกชื่นใจว่า “ครอบครัวไทย” ของเราโดยรวมนั้นยังคงอบอุ่นยังคงเข้มแข็ง พร้อมที่จะเป็น “เสาเข็ม” ให้แก่ประเทศไทยของเราตลอดไปสุขสันต์วันแม่แห่งชาติย้อนหลังนะครับ."ซูม"คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม