ปัญหาอาวุธปืนเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ศ.กิตติคุณ ดร.สุรชาติ บำรุงสุข นักวิชาการด้านความมั่นคง และอดีตกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) พลิกมุมคิดไม่มองปัญหาอาวุธปืนเกลื่อนประเทศไทยเป็นแค่เรื่องเอาผิดทางอาญา และการรื้อใหญ่ พ.ร.บ.ปืน 2490 แล้วปิดจบ แต่กะเทาะเปลือกให้เห็นสัญลักษณ์ของอำนาจนิยมและรัฐล้มเหลว ที่ก่อให้เกิดปัญหาดังกล่าวโดยประเดิมชี้ให้เห็นถึงรัฐนาวาอนุทิน 2 บริหารราชการแผ่นดินกว่า 4 เดือนเผชิญคลื่นลมลูกใหญ่แรงทุกด้าน ทั้งโจทย์ความมั่นคง ซึ่งมีปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ปัญหาฝั่งเมียนมา ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้โจทย์เศรษฐกิจ แม้มีโครงการคนละครึ่งพลัส แต่ตลาดมันบูมอยู่ราว 4-5 วัน ฉะนั้นเมื่อโครงการนี้จบลงรัฐบาลจะทำคนละครึ่งดับเบิลพลัสหรืออาจต้องทำคนละครึ่งทริปเปิลพลัสอีกหรือไม่ เพราะเศรษฐกิจส่อแย่ โดยเฉพาะสงครามอิหร่านจนบัดนี้ยังไม่เห็นทางออก แต่รัฐบาลแทบไม่พูดถึงราคาก๊าซ ราคาปุ๋ย ที่กระทบชาวบ้านรวมถึงโจทย์การเมืองที่เป็นคลื่นลมที่แรง แม้ทุกคนชี้ว่ารัฐบาลเข้มแข็ง ความจริงเข้มแข็งด้วยการนับจำนวนมือในสภา แต่พ้นจากสภาแล้วไม่มีเลยรัฐบาลเข้มแข็งบนความเปราะบาง“เผชิญปัญหาฮั้วเลือก สว. ปัญหาเขากระโดง ปัญหาโกงสอบเข้าท้องถิ่นที่รัฐบาลตอบไม่ได้ ทุจริตในกระทรวงมหาดไทยเอาอย่างไรจังหวะนี้การเมืองไทยรวนโดยไม่ต้องดูดวงเมือง ยิ่งดูดวงเมืองเดี๋ยวตกใจ ชี้ให้เห็นว่าคลื่นลมใหญ่ที่อาจกลายเป็นภูเขาน้ำแข็ง จนเรือไททานิกที่มีนายกฯเป็นกัปตันวิ่ง มีทั้ง 3 โจทย์ใหญ่ยังไม่นับโจทย์ทางสังคมเกี่ยวกับมิติจิตวิทยาการเมือง ซึ่งเสียงคนที่สนับสนุนรัฐบาลอนุทิน 2 แต่ไม่ใช่สนับสนุนพรรคภูมิใจไทย เสียงเหล่านี้ลดลงเรื่อยๆ”ทั้งปัญหาความมั่นคง-เศรษฐกิจ-การเมือง-สังคมผ่านเงื่อนไขจิตวิทยาการเมือง มันพารัฐบาลไปสู่ความกังวลว่า รัฐบาลแบกโจทย์ของประเทศไทยไหวหรือไม่ ท่ามกลางมีโจทย์ที่มากขึ้นเรื่อยๆอาทิ ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ไม่สำเร็จตั้งแต่ตั้งคณะผู้แทนพิเศษ ดึง“3 แม่ครัว” นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯด้านความมั่นคงและ รมว.ต่างประเทศ เป็นประธาน กลายเป็นติดกับดักระบบราชการ ที่นำปลัดกระทรวงและหลากหลายหน่วยงานมานั่งรวมกัน ทำให้ขาดผู้รับผิดชอบหลัก ขาดตัวขับเคลื่อนที่ชัดเจนส่วนคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ต้องดำเนินตามกรอบเอ็นจีโอตะวันตก เฉพาะแค่เจรจาต้องส่งข้อมูลผ่านมือเอ็นจีโอตะวันตก ไม่ได้เจอกลุ่ม BRN โดยตรง เท่ากับการเจรจาถูกกำกับโดยเอ็นจีโอตะวันตก ฉะนั้นถ้านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ประกาศเป็นนักชาตินิยม ต้องยุติบทบาทเอ็นจีโอตะวันตกอย่าเป็นนักชาตินิยมเพียงแค่ทะเลาะกับกัมพูชา เพราะเป็นเรื่องเล็ก แต่รัฐบาลต้องหาทางลง เพื่อเตรียมรับมือสถานการณ์ด้านเมียนมาที่ท้าทายรัฐบาลในอนาคต กลับแต่งตั้ง พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา อดีตเลขาธิการสมช. อดีตหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขฯ เป็นประธานคณะกรรมการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชาหรือเจบีซี ทั้งที่รู้เส้นเขตแดน-พื้นที่และการเจรจาระหว่างประเทศวันนี้ฝั่งเมียนมาเห็นภาพจีนขยายอิทธิพลเรื่อยๆ นายกฯอาจชื่นชมจีน แต่ต้องตระหนักถึงแนวเขตอิทธิพลจีน ที่ขยายเสมือนหนึ่งแนวชายแดนไทยกำลังประชิดกับแนวเขตอิทธิพลจีนในเมียนมา และไทยยังเผชิญกับจีนเทา จีนทิพย์กลายเป็นมิติความมั่นคงที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆเช่นเดียวกับปัญหาปืนหนึ่งในมิติความมั่นคง ประเด็นนี้สังคมไทยกำลังออกอาการเดียวกับสังคมสหรัฐอเมริกา แต่ไทยไม่มีเอ็นจีโอที่เคลื่อนไหวเรียกร้องควบคุมอาวุธปืน สังคมไทยไม่มีเส้นแบบสังคมสหรัฐฯระหว่างเสรีนิยมกับอนุรักษ์นิยม ปีกเสรีนิยมสนับสนุนควบคุมปืน ปีกอนุรักษ์นิยมไม่ยอมรับ ถือเป็นเสรีภาพวันนี้เราไม่เห็นข้อถกเถียงการควบคุมปืนเชิงโครงสร้าง ตั้งแต่สังคายนา พ.ร.บ.อาวุธปืน ระบบการจำหน่ายอาวุธปืน การครอบครองอาวุธปืน สมมติตั้งคำถามว่า หนึ่งครอบครัวมีสิทธิครอบครองปืนได้กี่กระบอก หรือควบคุม 1 คน 1 สิทธิซื้ออาวุธปืนถูกกฎหมายกฎหมายฉบับนี้ครอบคลุมยากที่สุดคือ นักการเมือง ดีใจที่เปิดชื่อนักการ เมืองที่ดำรงตำแหน่งใครมีปืนกี่กระบอก ต่อไปอาจออกกฎหมายดีหรือไม่ ใครเข้ารับตำแหน่งทางการเมือง ทั้งฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ ต้องประกาศถือครองอาวุธปืนดีหรือไม่ ลองเสนอดูขณะเดียวกันปัญหามิติสังคมต้องคิด โดยเฉพาะยุคนี้ที่เปราะบางเชิงอารมณ์ความรู้สึกทั้งครอบครัว โรงเรียน และประเทศโดยเฉพาะส่วนหนึ่งที่น่าตกใจ กลายเป็นปัญหาความรุนแรงในโรงเรียน แม้มันเกิดขึ้นทั่วโลก แต่กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ควรมีมาตรการฉะนั้นไม่อยากเห็นรัฐบาลทำตัวเหมือนคนเล่นจิ๊กซอว์ ทำแบบไฟไหม้ฟางแล้วจบเหมือนหลายครั้งที่ผ่านมา เพราะปัญหานี้ใหญ่โยงหลายภาคส่วน“วันนี้เชื่อว่านายกฯรู้ถึงปัญหาที่รุมเร้า ถึงกำลังสร้างภาพความเป็นผู้นำติดดิน ประชาชนเข้าถึงง่าย แต่ขอให้ระมัดระวังภาพความสนุกสนาน ในยามประเทศมีวิกฤติสังคมอยากเห็นผู้นำเอาจริงแก้ปัญหาประเทศ ทั้งความมั่นคง เศรษฐกิจ และการเมือง แต่ไม่ว่าสร้างภาพอย่างไรปัญหาเหล่านี้ไม่ลดลง กลับมาเรื่องเดิมกลายเป็นความท้าทายในความเข้าใจของนายกฯ และรัฐบาล ที่ต้องคิดเดินหน้าแก้ปัญหาประเทศเชิงโครงสร้าง”เมื่อรัฐบาลยอมรับเห็นมิติปัญหาต่างๆเป็นโจทย์เชิงโครงสร้าง ทิศทางสางปัญหาขอย้ำให้หยุดทำแบบไฟไหม้ฟางกันได้แล้ว ในฐานะนักรัฐศาสตร์ถ้าคิดแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างจำเป็นต้องมียุทธศาสตร์รองรับ ปัญหาอาวุธปืนก็เช่นเดียวกันต้องกำหนดยุทธศาสตร์ลดความรุนแรงระบบราชการก็เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ใหญ่แก้ไขได้ยากที่สุด เพราะคนที่เข้าไปในระบบมักถูกกลืนกิน เนื่องจากทุกคนล้วนเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากระบบโอกาสแก้ปัญหา จึงกลายเป็นกับดัก ตัวระบบนอกจากเป็นปัญหาในตัวเอง ยังสร้างปัญหาซ้อนทับให้กับโครงสร้างการพัฒนาของรัฐไทยโดยรวมจนเกิดการทุจริตที่มีมานาน ทำจนย่ามใจไม่มีใครทำอะไรได้ อาจเรียกได้ว่าคนทุจริตล้วนมีปลอกคอใหญ่ทางการเมือง เป็นปลอกคอที่แข็งพอที่จะการันตีว่า “ไอ้พวกมือปราบทุจริตทำอะไรไม่ได้” ฉะนั้นยุทธศาสตร์แก้ปัญหาระบบราชการอย่างจริงจังเป็นอีกหนึ่งโจทย์ที่รัฐบาลต้องทำการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง เพื่อล้างวัฒนธรรมอำนาจนิยม คอร์รัปชันและปัญหารัฐล้มเหลว ศ.กิตติคุณ ดร.สุรชาติ บอกว่า จนบัดนี้เงินทุจริตสอบท้องถิ่นไปที่ใคร ยังตอบกันไม่ได้เลย ไม่ต้องไปคิดจับปลาฉลาม ปลาวาฬ ฉะนั้นรัฐบาลต้องตัดสินใจแก้ปัญหาที่โครงสร้าง ถ้าไม่ทำ ผ่านไป 2 ปีก็เริ่มทุจริตกันใหม่สุดท้ายทำให้รัฐไทยอ่อนแอลงไปเรื่อยๆคอร์รัปชันลามไปถึงจดทะเบียนใบเกิดของลูกคนจีนที่คลอดทิพย์ กลายเป็นปัญหาโครงสร้างอีกแบบหนึ่ง มีประเทศไหนอนุญาตให้จีนทำได้ขนาดนั้น ตกลงไทยอยู่กับจีนที่เป็นรัฐอำนาจใหญ่อย่างไร ปล่อยให้จีนเอาเปรียบไปเรื่อยๆหรือไม่ เฉพาะจีนเทาอาละวาดไปหมดแล้วขอย้ำอีกครั้งปมนี้สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้าง จนคอร์รัปชันกลายเป็นโจทย์ใหญ่รัฐไทย ที่สร้างคอร์รัปชันในเชิงโครงสร้างซ้อนกลับเข้ามา ถ้านายกฯคิดการใหญ่ โดยเชื่อมั่นว่าสักวันหนึ่งอาจสามารถแก้ปัญหาของประเทศไทยได้ และเป็นรัฐบุรุษขอให้นายกฯ มีเวลาตั้งสติศึกษาปัญหาเชิงโครงสร้างอย่าเล่นบทระยะสั้นที่ไม่แก้ปัญหาที่ถูกหมักหมมมายาวนาน ไม่ทราบว่านายกฯรู้สึกหรือไม่ การเป็นนายกฯ คือทุกขลาภ ขึ้นอยู่กับจังหวะว่ามีนายกฯชื่ออะไร บังเอิญชื่อนายอนุทิน ถูกแจ็กพอตสลอตที่แตกออกมาเป็นสารพัดสารพันปัญหาหวังว่ากัปตัน “อนุทิน” พาไททานิครอดรอบนี้.ทีมการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม