ตั้งแต่ พล.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง อดีตนายตำรวจมือดี มีผลงานปราบปรามระดับโบแดงมามากมาย เปิดหลักสูตร “วัคซีนชีวิต เพื่อสังคม” มาเป็นรุ่นที่ 3 ก็ได้รับความสนใจมาก เพราะ “รวม” ผู้มีประสบการณ์ ผู้เชี่ยวชาญ มีทั้ง สมาคมตำรวจ และ พันธมิตร ที่เกี่ยวข้องด้านต่างๆร่วมกันเตือนภัยที่มุ่งต่อทรัพย์สิน ซึ่งปัจจุบัน “มิจฉาชีพ” ยกระดับ การหลอกลวง เป็นอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ระดับอุตสาหกรรม โดยนำ AI และจิตวิทยาเชิงลึก มาผสมผสาน ใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมจาก Social Media สถานะการเงิน ความสนใจ อารมณ์ของเหยื่อ เพื่อคัดเหยื่อที่มีศักยภาพสูง และ AI สร้างคลิปวิดีโอเสียงเลียนแบบผู้มีชื่อเสียง หรือบุคคลใกล้ชิดของเหยื่อ—ซึ่งระดับความแนบเนียนในปัจจุบันสามารถปลอมการเคลื่อนไหวของใบหน้า เสียง และอารมณ์ได้แทบ 100% ขอบอกบิ๊กอู๊ด–สมพงษ์ และวิทยากร จึงมีเคสต่างๆมาเล่าให้อ้าปากหวออยู่เรื่อยๆ อาทิ การหลอกลงทุนเหรียญดิจิทัลข้ามแพลตฟอร์ม (Crypto Bridge & WebScam) ซึ่งมิจฉาชีพ ระดับตัวพ่อ เลิกใช้การโอนเงินบาทตรงๆ แต่ใช้การถอน/โอนสินทรัพย์ดิจิทัล (Crypto Transfer) ผ่าน Blockchain เริ่มจากสร้างความสนิทผ่าน TikTok แล้วดึงเข้า Line จากนั้นให้ผู้เสียหายที่มีบัญชีสินทรัพย์ดิจิทัล (Bitkub) โหลดแอป เพื่อติดตามราคา และให้เพิ่มลิงก์เว็บปลอมในรายการโปรด ก่อนจะหลอกให้โอนเหรียญดิจิทัลจาก Bitkub ไป Wallet ปลายทาง ที่สร้างขึ้นบน เว็บปลอม—ซึ่งผู้เสียหายมักคิดไม่ถึง เพราะนำ แอปฯระดับโลก (Crypto) มาสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนลวงให้เชื่อมต่อ Fake Wallet ของคนร้ายที่ผ่านมามีผู้ตกเป็นเหยื่อรูปแบบนี้ 22 ราย ความเสียหายเกือบ 60 ล้าน อีก แผนประทุษกรรม คือ ใช้ร้านทอง เป็น เครื่องมือฟอกเงิน โดยมันจะสั่งซื้อทองคำออนไลน์ หรือจองทองคำไว้กับร้านทอง จากนั้นนำ เลขบัญชีของร้านทอง ไปหลอกผู้เสียหาย ให้โอนเงินเข้าไปโดยตรง ซึ่งผู้เสียหายก็นึกว่าเป็นการโอนเงินเข้าบัญชีร้านทอง ส่วนร้านทองก็คิดว่าลูกค้า (มิจฉาชีพ) จ่ายค่าทองแล้ว พอมันส่งคนรับจ้างรับทอง (หรือเรียกว่าม้าเดินดิน) ไปรับทองที่ร้านร้านจึงมอบให้ มันก็จะนำไปตัดขั้นตอน นำทองไปแปลงเป็นเงินสด หรือส่งทองออกนอกประเทศ บิ๊กอู๊ด จึงให้สังเกต “ชื่อผู้โอน” กับ “ปลายทาง” หากลงทุนผ่านบุคคล/เพจ/ แอปพลิเคชัน แต่ เลขบัญชี ที่ให้โอนเป็นชื่อ “ห้างหุ้นส่วนจำกัด/บริษัท ร้านทอง...” ให้สงสัยทันทีนอกจากนั้นมันยังเจาะกลุ่ม อยากมีแฟน ผ่าน แอปหาคู่ เริ่มจากการสร้างโปรไฟล์เข้าหาเหยื่อผ่านแอปหาคู่ เน้นกลุ่ม Grindr (LGBTQ+) จากนั้นก็ชวนย้ายช่องทางคุยต่อใน Telegram และใช้ Video Call สั้นๆ เพื่อสร้างตัวตนให้เชื่อใจ และสร้างความน่าเชื่อถือ แนะนำให้เหยื่อเปิดบัญชีและซื้อเหรียญ ผ่านศูนย์ซื้อขายที่ถูกกฎหมายในไทย (Bitkub) ก่อน โดยใช้ จิตวิทยาซื้อใจ ทำทีเป็นโอนเหรียญเข้าบัญชีปลอมของเหยื่อ ทำให้เหยื่อหลงเชื่อ และกล้าเติมเงินเพิ่ม จากนั้นก็ลวงให้ย้ายเงินไปลงทุนใน แพลตฟอร์มปลอม แล้วก็เสร็จมันส่วนมิจฉาชีพมือกระจอกก็ยังใช้ จิตวิทยาข่มขู่ เดิมๆอยู่ เช่น อ้างเป็นไปรษณีย์ โทร.แจ้งเรื่องพัสดุผิดกฎหมาย แล้วให้ “ตำรวจปลอม” ขู่คดีฟอกเงินทาง LINE และให้โอนเงินมาตรวจสอบ จึงมีเหยื่อ (ส่วนมากคนแก่) ตกใจกลัว ถึงกับเอาบ้านไปจำนอง นำเงินสดมาโอนให้บัญชีผู้ร้าย ซึ่งมักเป็น Joint Stock Commercial Bank (เช่น ธนาคารในเวียดนาม) ชื่อบัญชีก็เช่น TRAN THI NGOC THI, NGUEN NGOC HOANG TUAN, LE THI TUE ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่ เจ้าหน้าที่จะใช้บัญชีต่างชาติ ระหว่างการอบรม ผู้บริหารระดับสูงจึงได้อัปเดตการพัฒนาแผนประทุษกรรมต่อทรัพย์สินของมิจฉาชีพตลอดเวลา ทำให้ผู้บริหารหลักสูตร ตั้งแต่ พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น นายกสมาคมตำรวจ ปลื้มใจมาก เพราะรุ่น 1-2 และกำลังอบรมรุ่น 3 (ยัง) ไม่มีใครโดน.โสมชบาคลิกอ่านคอลัมน์ "ของว่างวันอาทิตย์" เพิ่มเติม