เรื่องที่ 2 ในเรื่องคมๆความหมายชวนคิด (สุริยเทพ ไชยมงคล เขียน อินสไปร์ พิมพ์ พ.ศ.2553) จิงโจ้กระโดดสูง...ขอบอก ไม่ใช่เรื่องอ่านสนุกสามัญ...แต่ซ่อนกุญแจไขปัญหาเป็นตายของบ้านเมืองเอาไว้วันหนึ่ง ผู้ดูแลสวนสัตว์ได้รับรายงานว่า จิงโจ้ขายาวโยงโย่โยงหยกตัวเดียวนั้น หายไปจากคอกสัตว์ตัวสูงใหญ่ขนาดนั้น ปัญหาการติดตามไม่ยาก ปัญหาที่ผู้ดูแลสวนสัตว์ต้องแก้เฉพาะหน้า หลังการหารือและเห็นพ้องต้องกัน รั้วคอกขังนั้นเตี้ยเกินไป จิงโจ้จึงกระโดดข้ามออกมาได้พวกเขาตัดสินใจเพิ่มความสูงของรั้ว จากเดิม 10 เมตร ให้เป็น 20 เมตรไม่มีใครนึกเลย ในวันต่อมาเจ้าจิงโจ้ก็ยังกระโดดออกมาข้างนอกได้อีกผู้ดูแลสวนสัตว์ไม่ต้องประชุมหารือให้มากความ เขาสั่งเพิ่มความสูงของรั้วคอกเป็น 30 เมตรวันที่สาม จิงโจ้ยังกระโดดออกไปได้ ผู้ดูแลเครียดมาก เพราะคราวนี้เขาตัดสินใจร่วมกัน เพิ่มความสูงของรั้วคอกเป็น 100 เมตรความสูงขนาดนี้ ทุกคนแน่ใจ จิงโจ้คงไม่แสดงปาฏิหาริย์ กระโดดออกจากคอกได้อีกครั้ง“คราวนี้มาดูกันซิว่า เจ้าจิงโจ้จะยังกระโดดพ้นรั้วสูงเสียดฟ้าแบบนี้ได้อีก” เสียงกระหยิ่มใจหลุดจากปากผู้ดูแลคนหนึ่งตอนจบของเรื่องเล่าเรื่องนี้ ผู้เขียนปล่อยลูกเล่น เปลี่ยนเป็นใช้มุมมองของยีราฟ สัตว์ร่วมรุ่นจิงโจ้ มันกระซิบเข้าหูเพื่อน...ว่า “มาพนันกันมั้ย! บรรดาคุณๆผู้ดูแลสวนสัตว์ จะต่อรั้วให้สูงไปกว่านี้อีกรึไม่?”“ถึงต่อได้...ก็ไม่เป็นปัญหาอะไรให้กับขาฉันหรอก” จิงโจ้ยิ้มตอบเพื่อน “ถ้าหากพวกเขายังลืมปิดประตูคอกอยู่อย่างนี้”เก็บรอยยิ้มของท่านผู้อ่านเอาไว้...แล้วค่อยๆทำความเข้าใจ กับคำอธิบายความหมายชวนคิด...เป็นประโยคว่า อย่าละเลยสิ่งสำคัญ เพราะเห็นเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆเรื่องราวต่างๆล้วนมีต้นสายปลายเหตุ มีความสำคัญมากน้อยต่างกัน เรื่องจิงโจ้หายไปจากคอก การลืมปิดประตูเป็นต้นเหตุ การเพิ่มความสูงของรั้วเป็นปลายเหตุ เพิ่มความสูงของรั้วไปเท่าไหร่ จิงโจ้ก็หายไปได้ทุกครั้งคำถาม...การบริหารจัดการแก้ปัญหาที่ถูกต้องคืออย่างไร?คำตอบก็คือการค้นหาต้นเหตุ เรียงลำดับความสำคัญของ ปัญหา ลงมือแก้ไขไปตามความเร่งด่วนเพียงแค่เราค้นหาสาเหตุของปัญหาให้เจอ วิธีการแก้ไขก็จะง่ายขึ้นมาก บางครั้งเท่ากับได้ลงมือแก้ปัญหาไปแล้วกว่าครึ่งแต่คนส่วนใหญ่มักมองอะไรแคบๆ มัวเพ่งแต่เรื่องหยุมหยิมเล็กๆน้อยๆ ทำให้มองไม่เห็นต้นตอของปัญหาตัวอย่าง เรื่องเด็กนักเรียนอายุ 14 ขโมยปืนปู่พร้อมกระสุนเป็นกล่อง เริ่มแต่ยิงย่าและปู่ตายที่บ้าน แล้วใจเย็นๆไปโรงเรียน รอเวลาแล้วชักปืนออกมาไล่ยิง ตามข่าวว่ากันว่า เจาะจงหาครูก่อนแล้วก็เผื่อแผ่ไปถึงเพื่อนนักเรียนข่าวออกมาอย่างนี้ แน่นอน ทัวร์ลงไปที่ครู...เต็มๆ ตามไปถึงเพื่อนเกเรที่ข่าวว่า เป็นตัวการบีบคั้นร่างกายจิตใจ และ...แน่ล่ะ! ตัวการปัญหาชัดแจ๋วตรงหน้า ปืน...ถึงขั้นท่านนายกอนุทินหลุดปากเป็นคำสั่ง เลิกใบอนุญาตพกปืน...ทันทีทันใด ผมก็จำไม่ได้เหมือนกัน คำสั่งทำนองนี้มีมาแล้วกี่ครั้งทุกๆกระบวนการ...ที่ยกมา...ล้วนเป็นปลายเหตุ...วิถีสังคมไทยไม่เหยียบย่ำซ้ำเติม...ครอบครัวผู้สูญเสีย...ผมจะบอกให้ ในครอบครัว! ที่พ่อกับแม่แยกทาง ปู่ย่าประคบประหงมเลี้ยงดูมาแต่เล็กแต่น้อยเด็กที่ถูกเลี้ยงอย่างเอาใจ...เก็บตัวกับคอมพิวเตอร์...สุงสิงกับเพื่อนน้อย...ครบองค์ประกอบ “มนุษย์ประหลาด” พร้อมอยู่ในสถานการณ์กับดักระเบิด รอวันเวลาจุดชนวนชุดความรู้นี้ ถ้าไม่เชื่อก็ลองไปหาหนังสือ พ่อแม่รังแกฉันหรือ ก่อนจะถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว...อ่านกันเถิด.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม