ปัญหาการเสพติดสมาร์ทโฟน การกลั่นแกล้งทางออนไลน์ การแสวงหาประโยชน์ทางเพศ และภัยคุกคามในรูปแบบต่างๆ ทำให้รัฐบาลทั่วโลกเร่งยกระดับมาตรการจำกัดการใช้โซเชียลมีเดียของเด็ก นำร่องโดยออสเตรเลีย เป็นชาติแรก ตามมาด้วยอินโดนีเซีย มาเลเซีย ขณะที่อังกฤษและฝรั่งเศส ใกล้มีผลบังคับใช้เร็วๆนี้แต่ “ญี่ปุ่น” กลับเลือกแนวทางที่ต่าง ออกไป โดยมองว่าการแบนตามอายุแบบเหมารวมเป็นสิ่ง “ไม่พึงประสงค์” เนื่องจากโซเชียล มีเดียเป็น “ช่องทางสื่อสาร” สำคัญของเยาวชน และแต่ละแพลตฟอร์มมีความเสี่ยงแตกต่างกัน ท่ามกลางสถิติที่พบว่าเด็กญี่ปุ่นอายุ 10-17 ปี เข้าถึงอินเตอร์เน็ตผ่านสมาร์ทโฟนสูงถึง 99% รัฐบาลจึงตั้งเป้าตัดสินใจภายในสิ้นปี 2569 นี้ ว่าจำเป็นต้องออกกฎหมายเพิ่มเติมหรือไม่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การห้ามแบบครอบ คลุมอาจทำให้เด็กสูญเสียประโยชน์จากโลกออนไลน์ โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล เด็กที่รักษาตัวในโรงพยาบาล หรือเด็กที่ไม่สามารถหาชุมชนที่เหมาะสมในโลกจริงได้ โซเชียลมีเดียยังอาจเป็นช่องทางช่วยเหลือเด็กที่ถูกทำร้ายหรือไม่ปลอดภัยในครอบครัว การแบนอาจผลักเด็กไปสู่พื้นที่ออนไลน์ที่ตรวจสอบได้ยากขึ้น หรือทำให้เด็กโกหกเรื่องอายุ ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการถูกแสวงหาประโยชน์ด้วยเหตุนี้ญี่ปุ่นจึงมุ่งเน้น “กำกับ” แทน “แบน” โดย เพิ่มความรับผิดชอบของบริษัทเทคโนโลยี เช่น การตรวจสอบอายุที่เข้มงวดขึ้น การตั้งค่าความปลอดภัยสำหรับเด็ก จำกัดเนื้อหาอันตราย และลดฟังก์ชันที่กระตุ้นการเสพติด เช่น การเลื่อนหน้าจอไม่รู้จบและการเล่นวิดีโออัตโนมัติ ควบคู่กับการสร้างทักษะรู้เท่าทันดิจิทัลและการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง แม้ยังมีคำถามว่ารัฐบาลจะสามารถลงโทษบริษัทที่ไม่ปฏิบัติตามได้มากน้อยเพียงใดรวมทั้งยังมีความกังวลด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูลจากการตรวจสอบอายุนอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังย้ำว่าสิ่งสำคัญที่สุดก็คือ พ่อแม่เองต้องเป็นแบบอย่างที่ดีต่อลูก เพราะการบอกให้เด็กเลิกใช้โทรศัพท์ย่อมไม่มีน้ำหนัก หากผู้ใหญ่ยังคงก้มหน้าดูโทรศัพท์อยู่ตลอดเวลา.อมรดา พงศ์อุทัยคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม