ตำรวจโชว์ผลงาน “MONEY CASH BACK” ตามล่าเงินคืน หลังเหยื่อสาวเข้าแจ้งความถูกหนุ่มต่างชาติหน้าตาดีรู้จักผ่านติ๊กต่อกและไลน์ ตุ๋นหลอกลงทุนเทรดทองสูญเงินกว่า 2.2 ล้าน ตำรวจตรวจสอบเส้นทางการเงินกลุ่มมิจฉาชีพ รวมทั้งประสานงานกับสถาบันการเงินอายัดคืนได้ 2 ล้านบาท ขณะที่ผู้การปากน้ำเผย เป็นเคสที่ 10 เป็นผลงานของตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ ตามเงินคืนแล้วรวมกว่า 10 ล้านบาทเหตุสาวถูกตุ๋นเทรดทอง ตำรวจตามล่าเงินคืนทัน เปิดเผยเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 11 ส.ค. พล.ต.ต.ภูมินทร์ สิงหสุต ผบก.ภ.จ.สมุทรปราการ พร้อมด้วย พ.ต.อ.วิโรจน์ ตัดโส ผกก.สภ.สำโรงเหนือ และเจ้าหน้าที่สืบสวน ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติการ “MONEY CASH BACK ปิดบัญชี ตามล่า ม้าคว้าเงินคืน” ภายหลังตำรวจติดตามเส้นทางการเงินของขบวนการหลอกลวงทางออนไลน์ สามารถอายัดเงินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด และนำเงินกลับคืนให้แก่ผู้เสียหายจำนวน 2 ล้านบาทคดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 14 พ.ค. น.ส.กรรณิกา แก้วปุ่น อายุ 44 ปี ผู้เสียหายพนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.สำโรงเหนือ หลังถูกมิจฉาชีพหลอกให้ร่วมลงทุนเทรดทองผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์สูญเงินไป 2,220,000 บาทสอบสวนผู้เสียหายทราบว่า ก่อนเกิดเหตุหาข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับช่องทางการลงทุน ก่อนจะรู้จักแอปพลิเคชันติ๊กต่อกและไลน์ใช้ชื่อว่า “carlos” บุคคลดังกล่าวอ้างตัวเป็นชายชาวต่างชาติ รูปร่างหน้าตาดี และเข้ามาพูดคุยตีสนิทกับผู้เสียหาย สร้างความไว้วางใจและความสนิทสนม ก่อนจะเริ่มชักชวนให้ลงทุนเทรดทองคำ มิจฉาชีพอ้างว่า มีประสบการณ์เทรดทองผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ พร้อมส่งข้อมูลเกี่ยวกับผลตอบแทนและกำไรจากการลงทุนมาให้ผู้เสียหายดู ทำให้ผู้เสียหายเกิดความเชื่อมั่น และคิดว่าสามารถสร้างผลตอบแทนได้จริง ตัดสินใจโอนเงินลงทุนครั้งแรกจำนวน 50,000 บาท ผู้เสียหายได้รับผลตอบแทนกลับมาประมาณ 20,000 บาท ทำให้เกิดความเชื่อมั่นมากขึ้นและตัดสินใจเพิ่มเงินลงทุนอีก 2 ครั้ง รวมยอดเงินที่โอนไปทั้งสิ้น 2,220,000 บาทอย่างไรก็ตาม เมื่อผู้เสียหายต้องการถอนเงินออกจากแพลตฟอร์ม กลับไม่สามารถดำเนินการได้ตามปกติ ขณะที่กลุ่มบุคคลดังกล่าวยังพยายามชักจูงให้ผู้เสียหายโอนเงินเพิ่ม อ้างเหตุผลต่างๆ เพื่อให้สามารถถอนเงินออกมาได้ กระทั่งผู้เสียหายเริ่มเอะใจและเชื่อว่าถูกหลอก ตัดสินใจเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ เพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมายภายหลังรับแจ้งความตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ เร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวนพร้อมติดตามตรวจสอบเส้นทางการเงินของกลุ่มมิจฉาชีพอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งประสานงานกับสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบและระงับธุรกรรมในบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด สามารถติดตามและอายัดเงินในบัญชีที่เกี่ยวข้องกับขบวนการหลอกลวงเป็นจำนวน 2 ล้านบาท ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อนำเงินส่งคืนให้แก่ผู้เสียหาย ถือเป็นเงินจำนวนเกือบครบจากยอดความเสียหายทั้งหมดขณะที่ พล.ต.ต.ภูมินทร์ สิงหสุต ผบก.ภ.จ.สมุทรปราการ กล่าวชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ โดยเฉพาะฝ่ายสืบสวนและสอบสวนที่ให้ความใส่ใจกับความเดือดร้อนของประชาชนตั้งแต่ผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความ พร้อมเร่งรัดติดตามเส้นทางการเงินและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง กระทั่งสามารถอายัดและนำเงินกลับคืนให้แก่ผู้เสียหายได้ คดีดังกล่าวนับเป็นเคสที่ 10 ของ สภ.สำโรงเหนือ สามารถติดตามเงินคืนให้แก่ผู้เสียหายได้ รวมแล้วมากกว่า 10 ล้านบาทอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่